BrandAge

  • News & Next
    • ALL NEWS
    • Automotive
    • Property
    • Financial
    • Consumer Product & Retail
    • IT & Telecom
    • Energy
    • Fashion
    • Food & Beverage
    • Media
    • General
  • Unboxing Ideas
    • ALL NEWS
    • Brand
    • Design
    • Review
    • Technology
  • Think
    • ALL NEWS
    • Interview
    • Weekly Quote
  • Marketing School
    • ALL NEWS
    • อุบัติเหตุแบรนด์เนม
    • Vocabulary
    • Brand Battle
    • Change the pace
    • NYC S.E.A.L
    • DataAge
  • Analysis
  • Research
  • Startup & SMEs
    • ALL NEWS
    • SMEs
    • Startup
    • Fintech
  • Sustainable Brand
  • Magazine
    • Thailand's Social Power Brand
      • 2025
      • 2024
      • 2019
      • 2018
      • 2017
    • Thailand's Most Admired Brand
      • 2026
      • 2025
      • 2024
      • 2023
      • 2022
      • 2021
      • 2020
      • 2019
      • 2018
      • 2017
    • Thailand's Most Admired Company
      • 2025 - 2026
      • 2024 - 2025
      • 2023 - 2024
      • 2022 - 2023
      • 2021
      • 2020
      • 2019
      • 2018
    • Anniversary
      • 2025
      • 2024
      • 2023
      • 2022
      • 2021
      • 2020
    • Special Issue
      • นิลมังกร แบรนด์นวัตกรรมไทย
      • นิลมังกร The Reality Season 2
      • นิลมังกร The Reality Season 3
      • The Founder III
  • Publicity
  • Contact US
2,312
VIEWS

IMF ปรับลด GDP โลกปี 2019-2020

ม.ค. 23, 2562

กองทุนการเงินระหว่างประเทศ (IMF) แถลงการณ์ปรับลดคาดการณ์การเติบโตเศรษฐกิจโลกในปี 2019 และ 2020 ลดลงอยู่ที่ 3.5% และ 3.6% ตามลำดับ จากประมาณการเดิมตามรายงานแนวโน้มเศรษฐกิจโลก (World Economic Outlook) ณ เดือนตุลาคม ปี 2018 ที่ระดับ 3.7% ทั้งสองปี เนื่องมาจากการเติบโตของหลายกลุ่มประเทศที่มีแนวโน้มชะลอตัวลงเร็วกว่าที่คาด ประกอบกับความเสี่ยงต่อการขยายตัวของเศรษฐกิจโลกส่งผลลบต่อเนื่อง โดยเฉพาะผลกระทบจากสงครามการค้าและแนวโน้มการชะลอตัวของเศรษฐกิจจีน การตึงตัวขึ้นของภาวะการเงินโลก และปัจจัยทางด้านภูมิรัฐศาสตร์โดยเฉพาะความวุ่นวายทางการเมืองในหลายภูมิภาค

IMF ปรับลด GDP ของเศรษฐกิจโลกจากแนวโน้มการชะลอตัวทางเศรษฐกิจ ที่เร็วกว่าคาด ผลกระทบของสงครามการค้า ภาวะการเงินโลกที่ตึงตัวและความเสี่ยงจากเสถียรภาพทางการเมืองมีแนวโน้มส่งผลลบต่อเนื่อง การเติบโตของเศรษฐกิจโลกในภาพรวมถูกปรับลงสอดคล้องกับการลดลงของระดับดัชนีผู้จัดการฝ่ายจัดซื้อภาคการผลิต (manufacturing PMI) ของเศรษฐกิจโลกและของเศรษฐกิจหลัก ที่มีแนวโน้มชะลอลงต่อเนื่องตั้งแต่ช่วงไตรมาส 4 ปี 2018 (รูปที่ 1) ซึ่งดัชนีย่อยในส่วนของภาคการส่งออกบ่งชี้ทิศทางการชะลอตัวของกิจกรรมทางเศรษฐกิจและทิศทางการค้าโลกที่มีแนวโน้มชะลอลงค่อนข้างเร็วกว่าคาด ซึ่งเมื่อเทียบกับประมาณการในเดือนตุลาคม ปี 2018 (รูปที่ 2) การเติบโตทางเศรษฐกิจในภูมิภาคหลักปี 2019 ถูกปรับลดลงสอดคล้องกัน โดยกลุ่มประเทศพัฒนาแล้ว (DM) คาดว่าจะขยายตัวราว 2.0% ลดลงจากการประมาณการรอบก่อนหน้า 0.1% โดยเฉพาะยูโรโซนที่ถูกปรับลดลงมากราว 0.3% ทำให้คาดว่าจะขยายตัวราว 1.6% ซึ่งสาเหตุหลักมาจากปัจจัยภายในภูมิภาคโดยเฉพาะเยอรมนี จากมาตรฐานค่ามลพิษรถยนต์ฉบับใหม่ และฝรั่งเศสได้รับผลกระทบจากการชุมนุมและประท้วงจากความไม่พอใจนโยบายของภาครัฐ ในอีกด้าน ญี่ปุ่นถูกปรับประมาณการสูงขึ้น 0.2% ในปี 2019 และ 2020 ทำให้คาดว่าจะขยายตัวราว 1.1% และ 0.5% ตามลำดับ สะท้อนผลเชิงบวกจากแนวโน้มการเร่งการใช้จ่ายของภาคครัวเรือนและการเตรียมมาตรการของรัฐบาลญี่ปุ่น เพื่อรองรับผลกระทบของการขึ้นภาษีการบริโภคในเดือนตุลาคม 2019 สำหรับกลุ่มประเทศตลาดเกิดใหม่และประเทศกำลังพัฒนา (EM) ในปี 2019 คาดว่าจะขยายตัวราว 4.5% ลดลงจากการประมาณการรอบก่อนหน้า 0.2% จากการชะลอตัวของปริมาณการค้าโลกและผลของมาตรการกีดกันการค้าของสหรัฐฯ รวมทั้งแนวโน้มดอกเบี้ยขาขึ้น นอกจากนี้ ปัญหาความวุ่นวายทางการเมืองในหลายพื้นที่เศรษฐกิจหลักทั้งในสหรัฐฯ และยูโรโซนอาจมีแนวโน้มยืดเยื้อ จะยังคงเป็นความเสี่ยงต่อภาพรวมการเติบโตของเศรษฐกิจโลกในปี 2019 และ 2020

IMF ปรับลดคาดการณ์เศรษฐกิจในปี 2019 ของกลุ่มประเทศ DM นำโดยยูโรโซน และกลุ่มประเทศ EM สะท้อนความเสี่ยงทางการเมืองและผลลบของมาตรการ
กีดกันการค้า  
IMF ปรับลดการเติบโตของเศรษฐกิจยูโรโซนในปี 2019 อยู่ที่ 1.6% (จากเดิม 1.9%) เนื่องจากแนวโน้มการชะลอตัวที่มากกว่าที่คาด ของภาคอุตสาหกรรมการผลิตในยูโรโซนและปัญหาการเมืองภายใน โดยเฉพาะในประเทศเศรษฐกิจหลัก ได้แก่ 1) เยอรมัน ที่อุตสาหกรรมยานยนต์ชะลอลงจากมาตรฐานค่ามลพิษรถยนต์ฉบับใหม่ ซึ่งส่งผลให้สิทธิประโยชน์ทางภาษีของผู้ผลิตรถยนต์ลดลง ทำให้ภาคการผลิตและบริโภคชะลอตัว รวมถึงภาคการส่งออกที่เริ่มชะลอลงตามภาวะเศรษฐกิจโลก 2) อิตาลี ซึ่งแม้ว่าวิกฤตร่างงบประมาณและแผนนโยบายการคลังล่าสุดจะได้ข้อสรุปในทางประนีประนอมกับสหภาพยุโรป แต่ภาวะทางการเงินและอัตราดอกเบี้ยพันธบัตรรัฐบาลอิตาลีได้ปรับสูงขึ้นมากตั้งแต่ช่วงเดือนตุลาคม 2018 สะท้อนต้นทุนการระดมทุนที่สูงขึ้น ในช่วงที่เศรษฐกิจภายในที่เริ่มชะลอตัวลงพร้อมกัน และ 3) ฝรั่งเศส ที่ประสบผลลบต่อเนื่องจากการประท้วงของกลุ่มเสื้อกั๊กเหลืองที่ไม่พอใจการดำเนินนโยบายของรัฐบาลตั้งแต่ช่วงไตรมาส 4 ปี 2018 นอกจากนี้ บทสรุปของความสัมพันธ์ระหว่างสหภาพยุโรปและสหราชอาณาจักรยังมีความไม่แน่นอน และกรณีในการเกิด no-deal Brexit ซึ่งจะกระทบต่อภาวะการค้าและการลงทุนในภูมิภาคยังเป็นความเสี่ยงที่เกิดขึ้นได้ ด้านเศรษฐกิจกลุ่มประเทศ EM ในภาพรวมถูกปรับลดประมาณการการเติบโตอยู่ที่ 4.5% (จากเดิม 4.7%) โดยกลุ่มประเทศที่ถูกปรับลดการเติบโตสูง ได้แก่ ตุรกีและอาร์เจนตินาที่ประสบวิกฤตเศรษฐกิจและค่าเงินตั้งแต่ช่วงไตรมาส 3 ปี 2018 ทำให้อัตราดอกเบี้ยนโยบายถูกปรับขึ้นมากเพื่อยับยั้งเงินทุนไหลออก แต่ในขณะเดียวกันก็เริ่มส่งผลบั่นทอนเศรษฐกิจภายในประเทศ รวมถึงหลายประเทศในแถบลาตินอเมริกาและตะวันออกกลางที่ยังมีปัญหาความวุ่นวายทางการเมืองภายใน รวมถึงอานิสงค์ของราคาสินค้าโภคภัณฑ์ที่ช่วยส่งเสริมน้อยลง โดยเฉพาะราคาน้ำมันเฉลี่ยที่ลดลงเมื่อเทียบกับประมาณการของ IMF ณ เดือนตุลาคม ปี 2018

IMF คงประมาณการเศรษฐกิจจีนและเศรษฐกิจกลุ่มประเทศ EM เอเชียชี้มีปัจจัยพื้นฐานดี แต่ความเสี่ยงต่อภาคการส่งออกยังสูง 

IMF คงตัวเลขการเติบโตเศรษฐกิจจีนในปี 2019 ที่ 6.2% (ปรับลงตั้งแต่ประมาณการรอบเดือนตุลาคม ปี 2018) จากผลการเจรจาสงครามการค้าสหรัฐฯ และจีนที่เริ่มมีแนวโน้มดีขึ้นตั้งแต่ช่วงต้นปี 2019 ทำให้ความเสี่ยงต่อภาคการส่งออกจีนลดลงในระยะสั้น แต่การชะลอตัวของเศรษฐกิจจีนภายในยังถูกสะท้อนออกมาในตัวเลขเศรษฐกิจสำคัญ เช่น การบริโภค การลงทุน และการขยายตัวของสินเชื่อ ในขณะที่การส่งออกเริ่มชะลอตัวชัดเจนในไตรมาส 4 ปี 2018 อย่างไรก็ดี ทางการจีนยังคงมีเครื่องมือกระตุ้นเศรษฐกิจทั้งนโยบายการเงิน อาทิ การปรับลดสัดส่วนการกันสำรองของธนาคารพาณิชย์ (RRR) และนโยบายการคลัง เช่น การปรับปรุงนโยบายภาษีเพื่อสนับสนุนการบริโภคและสนับสนุนสินเชื่อธุรกิจ SME เพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจ จึงทำให้ความเสี่ยงที่จีนจะประสบปัญหาเศรษฐกิจชะลอตัวรุนแรง (hard landing) ยังคงต่ำ ด้านเศรษฐกิจกลุ่มประเทศ EM เอเชีย ที่มีความเชื่อมโยงกับเศรษฐกิจจีนสูง ในภาพรวมยังคงประมาณการเท่าเดิมที่ 6.3% เนื่องจากเศรษฐกิจอินเดียถูกปรับตัวเลขการเติบโตขึ้นเล็กน้อยที่ 7.5% (จากเดิม 7.4%) ในขณะที่เศรษฐกิจกลุ่ม ASEAN-5 (มาเลเซีย อินโดนีเซีย ฟิลิปปินส์ สิงคโปร์ และไทย) เติบโตในอัตราที่ชะลอลงเล็กน้อยที่ 5.1% ในปี 2019(จากเดิม 5.2%) จากภาคการส่งออกที่ชะลอตัวลงตามเศรษฐกิจจีน และปัจจัยลบจากสงครามการค้าที่ยังมีความไม่แน่นอน ส่งผลให้ภาคการส่งออกของเศรษฐกิจจีนและกลุ่มประเทศ EM เอเชียยังมีความเสี่ยงหากผลการเจรจาข้อตกลงทางการค้าระหว่างสหรัฐฯ และจีนไม่ประสบผลสำเร็จ และสหรัฐฯ เดินหน้าขึ้นภาษีนำเข้าจีนหรือใช้มาตรการกีดกันทางการค้าอื่นๆ เพิ่มเติม

มุมมองของอีไอซีต่อเศรษฐกิจไทยสอดคล้องกับประมาณการใหม่ของ IMF โดยเฉพาะภาคการส่งออกที่ชะลอลงและยังคงมีความเสี่ยง 

โดย IMF ปรับประมาณการ การเติบโตทางเศรษฐกิจของ ASEAN-5 ลงจากประมาณการครั้งก่อน ซึ่งเป็นไปในทิศทางเดียวกันกับคาดการณ์การเติบโตของเศรษฐกิจไทยที่อีไอซีประเมินไว้ที่ระดับ 3.8% ในปี 2019 ชะลอลงจากปี 2018 ที่ 4.2% และคาดการณ์อัตราการขยายตัวของมูลค่าการส่งออกไทยในรูปดอลลาร์สหรัฐฯ ปี 2019 ซึ่งขยายตัวที่ 3.4% ชะลอลงจากปี 2018 ที่ 6.7% สะท้อนว่าเศรษฐกิจไทยและหลายประเทศในกลุ่มอาเซียนยังคงเผชิญความเสี่ยงจากปริมาณการค้าโลกมีแนวโน้มขยายตัวลดลงในปี 2019 จากการชะลอตัวของเศรษฐกิจกลุ่มประเทศ DM และผลกระทบจากสงครามการค้า อย่างไรก็ตามเศรษฐกิจไทยจะยังคงได้รับแรงสนับสนุนจากอุปสงค์ภายใน จากการใช้จ่ายทั้งการลงทุนในประเทศที่คาดว่าจะขยายตัวเร่งขึ้นทั้งภาครัฐและภาคเอกชน ขณะที่การบริโภคภาคครัวเรือนมีแนวโน้มเติบโตตามการฟื้นตัวของรายได้และมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจของภาครัฐ

อีไอซีมองความเสี่ยงต่อเศรษฐกิจโลกในปี 2019 สูงขึ้นสอดคล้องกับการปรับประมาณการใหม่ของ IMF 

ซึ่งประกอบด้วยความเสี่ยงสำคัญ 3 ประการ ได้แก่ 1) สงครามการค้า ที่ยังต้องจับตาผลการเจรจาข้อตกลงการค้าระหว่างสหรัฐฯ และจีนภายในเดือนมีนาคม 2019 รวมถึงความเสี่ยงที่สหรัฐฯ อาจเก็บภาษีนำเข้าหมวดยานยนต์และชิ้นส่วน ภายหลังการประกาศผลการสืบสวน (ตามมาตรา 232 ของกฎหมายการค้าสหรัฐฯ) ในเดือนกุมภาพันธ์นี้ 2) ภาวะการเงินโลกที่ตึงตัวขึ้นต่อเนื่อง นำโดยการขึ้นดอกเบี้ยของ Fed ซึ่งทำให้ต้นทุนการระดมเงินทุนเพิ่มขึ้น และสภาพคล่องที่เคยล้นเหลือทยอยลดลงต่อเนื่องจากแนวโน้มการดำเนินโยบายการเงินที่เข้าสู่ภาวะปกติของธนาคารกลางหลักหลายประเทศและ 3) ปัญหาการเมืองและภูมิรัฐศาสตร์ระหว่างประเทศทั่วโลก ซึ่งประเด็นสำคัญ ได้แก่ บทสรุปข้อตกลง Brexit ของสหราชอาณาจักรก่อนวันที่ 29 มีนาคม การเลือกตั้งสภายุโรปในเดือนพฤษภาคมที่อาจส่งผลกระทบต่อเสถียรภาพทางการเมืองของยุโรป และประเด็นเพดานหนี้สาธารณะของสหรัฐฯ (US debt ceiling) ซึ่งอาจส่งผลต่อความสามารถในการชำระหนี้สาธารณะและส่งผลต่อการจัดอันดับความน่าเชื่อถือของสหรัฐฯ และมีเส้นตายการปรับขึ้นเพดานหนี้สาธารณะสหรัฐฯ ในช่วงเดือนสิงหาคม 2019 ซึ่งยังคงสร้างความเสี่ยงต่อการเติบโตทางเศรษฐกิจและความผันผวนในตลาดการเงินโลกในปี 2019 ได้อย่างต่อเนื่อง อย่างไรก็ดี แม้เศรษฐกิจโลกจะมีแนวโน้มเติบโตในอัตราที่ชะลอลงและความผันผวนจากปัจจัยภายนอกประเทศยังคงมีสูง แต่เสถียรภาพภาคต่างประเทศของไทยยังคงแข็งแกร่ง ทำให้คาดว่าเศรษฐกิจไทยจะสามารถต้านทานผลกระทบจากภายนอกและสามารถเติบโตจากปัจจัยสนับสนุนภายในได้ ทั้งนี้ อีไอซีมองเงินบาทเทียบดอลลาร์สหรัฐฯ ณ สิ้นปี 2019 จะทรงตัวอยู่ในกรอบ 31.5-32.5 บาทต่อดอลลาร์สหรัฐฯ

มากกว่าการชำระเงิน แต่คือ “Experience Platform” ตอบโจทย์การใช้ชีวิตแบบ 360 องศา “Bangkok Bank M Visa ของ The Mall Group”

ONYX ผนึก Equatorial ส่งแบรนด์โรงแรมหรูเบอร์ 1 มาเลเซียปักธง ‘EQ Phuket’ พร้อมรับแรงหนุน LH Bank สร้างนิยามใหม่แห่งการพักผ่อนระดับโลก

LH Bank สนันสนุนสินเชื่อ 1,800 ล้านบาท แก่ ออนิกซ์ ฮอสพิทาลิตี้ กรุ๊ป เพื่อพัฒนาโครงการ "EQ Phuket" เสริมศักยภาพตลาดท่องเที่ยวในภูเก็ต

LH Bank จัดงานเอ็กซ์คลูซีฟดินเนอร์ ขอบคุณพันธมิตรทางธุรกิจ

LH Bank จับมือ บิ๊กซี เปิดให้บริการฝาก-ถอนเงินสด พร้อมโปรโมชันฝากเงินรับคูปองส่วนลด

LH Bank เปิดตัวผลิตภัณฑ์ “เงินฝากสีเขียว” ร่วมขับเคลื่อนสู่เศรษฐกิจคาร์บอนต่ำ

DNA ต้องเป๊ะ-คอนเทนต์ต้องปัง AnyMind Group กางตำราปั้น Community เปลี่ยนผู้ติดตามให้เป็นลูกค้าอย่างยั่งยืน

จาก Cultural Asset สู่ Economic Asset สูตรความสำเร็จเฟสติวัลไทย

ครึ่งเก้า GROUP ดันแนวคิดพาร์ตเนอร์ไม่ใช่ลูกสังกัด พร้อมเดินเกมขยายเค้กทั้งอุตสาหกรรม

แรนดี้ – ชัยชัช นพประภา ปั้นตลาดโอมากาเสะสไตล์ “Fillets” เปลี่ยนซูชิเป็นประสบการณ์ เปลี่ยนร้านอาหารเป็นโรงละคร

Read More Stories  

Research

เมื่อ “คนโสด” เป็นคนหมู่มากของสังคมไทย และกำลังสร้าง “เศรษฐกิจคนโสด” ปรากฏการณ์ที่ธุรกิจไทยไม่อาจมองข้าม

ไถฟีดอยู่ดีๆ สรุปได้ตั๋วเครื่องบินเฉย! Klook เผยคนไทยกว่า 52% เที่ยวตามคอนเทนต์บนโซเชียล

Salesforce เผย มีเพียง 5% ของพนักงานไทยที่ไม่ใช้ AI Agent องค์กรต้องเร่งสร้างทักษะก่อนเสียความสามารถในการแข่งขัน

ค่าครองชีพพุ่ง งานไม่มั่นคง บ้านในฝันไกลเกินฝัน เสียงประชาชน 18.3 ล้านเอนเกจเมนต์ สะท้อนวิกฤตเศรษฐกิจไทย

Read More Stories  

Digest

ซีพี แอ็กซ์ตร้า ผนึกกรมควบคุมมลพิษ–พันธมิตร ประกาศเจตนารมณ์ ขับเคลื่อนเศรษฐกิจหมุนเวียน สู่การใช้ทรัพยากรพลาสติกอย่างยั่งยืน

เอพี ไทยแลนด์ ตอกย้ำองค์กรแห่งการเรียนรู้ เสริมทัพสกิล AI มุ่งส่งมอบ LIVING QUALITY

PTG โชว์ฟอร์ม! Q1/69 พอร์ต Non-Oil แข็งแกร่ง กำไรขั้นต้นโต 6.1% YoY - กาแฟพันธุ์ไทยขยายสาขาแตะ 2.3 พันสาขา ปริมาณการจำหน่ายน้ำมันโต 5.2% YoY

Unboxing Ideas

โตเกียวชุบชีวิต “ตู้โทรศัพท์” สู่จุดกระจาย Wi-Fi ฟรี เพราะของเก่า ไม่จำเป็นต้องถูกทิ้งเสมอไป

“ไม่มีคำว่าแก่เกินเล่น” เมื่อ LEGO อัปเดตกล่องใหม่เป็น 100+ เพื่อเป็นของขวัญแด่ Sir David Attenborough

Farmhouse Fact รู้หรือไม่ สีคลิปหนีบถุงขนมปัง มีสีต่างกันตาม 'วันที่วางขาย'

อยากกินก็ต้องทนรอ จาก 3 วิ เป็น 3 นาที KitKat กับ Vending Machine ที่ช้าสุดในโลก

Read More Stories  

Video

BrandAge Online 2024

เมิร์ซ เอสเธติกส์ ประเทศไทย ขับเคลื่อนการเติบโตผ่านคน ด้วยวัฒนธรรมองค์กรที่เข้มแข็ง.

เคล็ดลับหน้ากล้องและหลังเวที 'ป๋าเต็ด' ยุทธนา บุญอ้อม

ถอดรหัสแนวคิด ภาวิต จิตรกร : จัดคอนเสิร์ตอย่างไรให้ปัง และไม่แย่งตลาดกันเอง

What’s Next? เมื่อ Pandemic เปลี่ยนเป็น Endemic

Read More Stories  

บริษัท แบรนด์เอจ มาร์เก็ตติ้ง รีซอร์สเซส จำกัด.
All rights reserved.

Contact