BrandAge

  • News & Next
    • ALL NEWS
    • Automotive
    • Property
    • Financial
    • Consumer Product & Retail
    • IT & Telecom
    • Energy
    • Fashion
    • Food & Beverage
    • Media
    • General
  • Unboxing Ideas
    • ALL NEWS
    • Brand
    • Design
    • Review
    • Technology
  • Think
    • ALL NEWS
    • Interview
    • Weekly Quote
  • Marketing School
    • ALL NEWS
    • อุบัติเหตุแบรนด์เนม
    • Vocabulary
    • Brand Battle
    • Change the pace
    • NYC S.E.A.L
    • DataAge
  • Analysis
  • Research
  • Startup & SMEs
    • ALL NEWS
    • SMEs
    • Startup
    • Fintech
  • Sustainable Brand
  • Magazine
    • Thailand's Social Power Brand
      • 2025
      • 2024
      • 2019
      • 2018
      • 2017
    • Thailand's Most Admired Brand
      • 2026
      • 2025
      • 2024
      • 2023
      • 2022
      • 2021
      • 2020
      • 2019
      • 2018
      • 2017
    • Thailand's Most Admired Company
      • 2025 - 2026
      • 2024 - 2025
      • 2023 - 2024
      • 2022 - 2023
      • 2021
      • 2020
      • 2019
      • 2018
    • Anniversary
      • 2025
      • 2024
      • 2023
      • 2022
      • 2021
      • 2020
    • Special Issue
      • นิลมังกร แบรนด์นวัตกรรมไทย
      • นิลมังกร The Reality Season 2
      • นิลมังกร The Reality Season 3
      • The Founder III
  • Publicity
  • Contact US
744
VIEWS

ค่าครองชีพพุ่ง งานไม่มั่นคง บ้านในฝันไกลเกินฝัน เสียงประชาชน 18.3 ล้านเอนเกจเมนต์ สะท้อนวิกฤตเศรษฐกิจไทย

พ.ค. 14, 2569 S.Karnteera
เศรษฐกิจในประเทศไทยกำลังก้าวเข้าสู่ช่วงเวลาที่ตึงเครียด โดยโซเชียลมีเดียได้กลายเป็นพื้นที่หลักที่สะท้อนความเดือดร้อนและเสียงเรียกร้องของประชาชนต่อภาวะค่าครองชีพที่พุ่งสูงขึ้น ในสถานการณ์ความขัดแย้งในตะวันออกกลางที่ยังถูกจับตามองอย่างต่อเนื่อง เรามาดูว่าประเด็นไหนที่กำลังสร้างกระแสและถูกพูดถึงอย่างกว้างขวางบนโลกออนไลน์อยู่บ้าง
ไวซ์ไซท์ เก็บข้อมูลที่เกี่ยวข้องผ่านเครื่องมือ Zocial Eye ระหว่างวันที่ 1 เมษายน - 10 พฤษภาคม 2569 พบว่ามีการพูดถึงประเด็นวิกฤตเศรษฐกิจบนโซเชียลมีเดียสูงถึง 18.3 ล้านเอนเกจเมนต์ จาก 254,800 โพสต์ โดยแบ่งเป็น:
  • ประเด็นราคาน้ำมัน: 163,000 โพสต์ (15.7 ล้านเอนเกจเมนต์)
  • ประเด็นค่าครองชีพ/ของแพง: 49,700 โพสต์ (4 ล้านเอนเกจเมนต์)
  • ประเด็นการตกงาน/เลิกจ้าง: 42,100 โพสต์ (893,067 เอนเกจเมนต์)
การเพิ่มขึ้นของการพูดถึงอย่างต่อเนื่องนี้ไม่ใช่แค่ตัวเลข แต่เป็นสัญญาณเตือนที่ชัดเจนว่าความกังวลกำลังแผ่ขยายทั่วสังคมไทย โดยเฉพาะหลังช่วงสงกรานต์ที่การพูดถึงทุกประเด็นพุ่งสูงขึ้นพร้อมกันถึง 33-36%
  • Facebook ยังคงเป็นแพลตฟอร์มหลักในการรับรู้และแลกเปลี่ยนข้อมูลเกี่ยวกับสถานการณ์เศรษฐกิจ ด้วยจำนวนข้อความสูงถึง 35,006 ข้อความ (55.2%) สะท้อนให้เห็นว่า Facebook ยังคงเป็นพื้นที่หลักของสื่อมวลชนและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในการเผยแพร่ข่าวสารและแสดงความคิดเห็น
  • Instagram ตามมาเป็นอันดับ 2 ด้วยจำนวนข้อความราว 14,416 ข้อความ (22.7%) โดยส่วนใหญ่เป็นเนื้อหาที่ผสมผสานระหว่างการแชร์ประสบการณ์
  • YouTube อยู่ในอันดับ 3 ด้วยจำนวนข้อความ 5,508 ข้อความ (8.7%) โดยส่วนใหญ่เป็นเนื้อหาในรูปแบบวิดีโอวิเคราะห์สถานการณ์และรายงานข่าวเชิงลึก
  • TikTok มีจำนวน 3,107 ข้อความ (4.9%) แต่มักสร้างการมีส่วนร่วมที่สูงเมื่อเทียบกับจำนวนโพสต์ ตัวเลขดังกล่าวสะท้อนให้เห็นว่า TikTok เป็นแพลตฟอร์มที่มีประสิทธิภาพสูงในการขยายกระแสความสนใจเกี่ยวกับวิกฤตเศรษฐกิจ
 
3 ประเด็นหลักที่ประชาชนให้ความสนใจ
ประเด็นที่ 1: ค่าครองชีพที่พุ่งสูงขึ้นโดยรวม - ความกังวลที่กว้างที่สุด
ด้วยเอนเกจเมนต์กว่า 4 ล้านครั้ง และ Sentiment เชิงลบสูงกว่า 65%  สะท้อนความกังวลของประชาชนต่อราคาอาหารที่ปรับตัวสูงขึ้นทุกเมนู แต่ปริมาณและคุณภาพลดลง รวมถึงค่าไฟที่มีการปรับขึ้นราคารอบใหม่ และค่าใช้จ่ายในชีวิตประจำวันที่สูงขึ้นทุกด้านในขณะที่รายได้ยังคงเท่าเดิม ความรู้สึกติดกับดักและไร้ทาง ออกสะท้อนออกมาอย่างชัดเจนในโพสต์ที่กลายเป็นไวรัลบนโซเชียลมีเดีย ประเด็นนี้จึงไม่ใช่แค่ความไม่พอใจชั่วคราว แต่เป็นปัญหาโครงสร้างที่กดทับประชาชนสะสมมาทุกวัน
 
ประเด็นที่ 2: ความกังวลเรื่องการถูก Layoff/ตกงาน -  วิกฤตเงียบที่กำลังมา
ประเด็นนี้มีเอนเกจเมนต์รวมกว่า 893,067 ครั้ง โดยมี Sentiment เชิงลบสูงถึง 72% ผ่านแฮชแท็ก #ตกงาน #เลิกจ้าง และ #วิกฤตเศรษฐกิจ
 
เนื้อหาที่ถูกพูดถึงครอบคลุมหลายมิติ ทั้งการเปิดโปงพฤติกรรมนายจ้างที่บีบให้พนักงานลาออกเองแทนการเลิกจ้างเพื่อตัดสิทธิ์รับค่าชดเชย ไปจนถึงความกังวลส่วนตัวของผู้คนที่เริ่มตั้งคำถามว่าตัวเองจะเป็นรายต่อไปหรือไม่ โดยหลายคนยอมรับว่ามีเงินสำรองเพียงพอแค่ 1-2 เดือนหากเกิดเหตุไม่คาดฝัน
 
ขณะเดียวกัน โซเชียลมีเดียก็เริ่มเต็มไปด้วยคอนเทนต์ด้านการเงินส่วนบุคคล ไม่ว่าจะเป็นวิธีเก็บเงิน การฝากเงิน หรือการลงทุนเพื่อเกษียณ สะท้อนให้เห็นความต้องการหาทางออกในภาวะที่ตลาดแรงงานหดตัวและการหางานใหม่ทำได้ยากขึ้น แม้แต่อาชีพอิสระอย่างไรเดอร์และงานขนส่งก็ไม่รอดพ้น เมื่อต้องแบกรับต้นทุนที่สูงขึ้นในขณะที่รายได้กลับลดลง
 
ประเด็นที่ 3: ปัญหาราคาที่อยู่อาศัย/บ้านแพง - ความฝันที่ห่างไกล
การมีบ้านเป็นของตัวเองกลายเป็นเรื่องยากขึ้นทุกวัน โดยเฉพาะในกลุ่มคนรุ่นใหม่อายุ 25-40 ปี ที่กำลังอยู่ในช่วงสร้างฐานะ ประเด็นนี้มี Sentiment เชิงลบอยู่ที่ 58% สะท้อนความกังวลที่สะสมมาจากหลายทิศทาง
 
อุปสรรคแรกคือเรื่องการเข้าถึงสินเชื่อ หลายคนมีเงินดาวน์ไม่เพียงพอหรือรายได้ไม่ผ่านเกณฑ์ที่ธนาคารกำหนด และแม้จะกู้ได้ ภาระผ่อนชำระก็หนักขึ้นตามดอกเบี้ยที่ปรับตัวสูง ในขณะที่รายได้ยังคงที่
 
ฝั่งของผู้เช่าเองก็ไม่ได้ง่ายกว่ากัน เมื่อค่าเช่าปรับขึ้นต่อเนื่องจนแทบไม่มีเงินเหลือเก็บ หลายคนต้องยอมย้ายไปอยู่ในที่พักที่เล็กลงและอยู่ห่างจากที่ทำงานมากขึ้น ซึ่งส่งผลกระทบต่อคุณภาพชีวิตโดยตรง ผลลัพธ์ที่เห็นชัดในโซเชียลคือความรู้สึกสิ้นหวัง คนรุ่นใหม่จำนวนมากเริ่มมองไม่เห็นเส้นทางที่จะพาตัวเองไปถึงการมีบ้านเป็นของตัวเองได้จริง
 
มุมมองของแต่ละ Generation ต่อวิกฤตครั้งนี้
Wisesight ไม่ได้หยุดอยู่แค่การวัดว่าวันนี้คนพูดถึงอะไร แต่ยังฉายภาพไปข้างหน้าผ่านเทคโนโลยี Virtual Persona (Synthetic Research) ที่สร้างจากกลุ่มตัวอย่าง 90 คน แบ่งเป็น Gen X, Gen Y และ Gen Z รุ่นละ 30 คน บอกเล่าว่าวิกฤตครั้งนี้จะหล่อหลอมพฤติกรรมและทัศนคติของแต่ละ Generation อย่างไรในอนาคต
 
Gen X (อายุ 46-61 ปี) จากสร้างสู่ปกป้อง
80% ของกลุ่ม Gen X ระบุว่า กังวลต่อสภาวะเศรษฐกิจ แต่สิ่งที่พวกเขากังวลจริงๆ ไม่ใช่การอยู่รอดรายวัน หากแต่เป็นความมั่นคงระยะยาวที่อุตส่าห์สร้างมาทั้งชีวิตอาจสั่นคลอน โดยเฉพาะแผนเกษียณที่ต้องเลื่อนออกไป บวกกับภาระของ Sandwich Generation ที่ต้องแบกรับทั้งค่าเทอมลูกและค่ารักษาพยาบาลพ่อแม่สูงวัยไปพร้อมกัน 
 
เมื่อถูกถามว่า ถ้าต้องลดภาระ จะเลือกลดอะไรก่อน? คำตอบเกือบเป็นเอกฉันท์คือค่าใช้จ่ายเพื่อรักษาสถานะทางสังคม เช่น การชะลอเปลี่ยนรถยนต์คันใหม่, งดซื้อสินค้าแบรนด์เนม, ลดทริปท่องเที่ยวหรูหราต่างประเทศ
 
3 อย่างที่จะไม่ยอมลดเด็ดขาด ได้แก่ ประกันสุขภาพพรีเมียมของพ่อแม่และตัวเอง ค่าเทอมและการศึกษาของลูก และเครือข่ายคอนเนคชันทางสังคมและธุรกิจที่มองว่าเป็นเครื่องมือเดียวที่ทำให้ยังกุมอำนาจต่อรองได้ นอกจากนี้ยังมีแผนการเงินเชิงรุก เช่น รีไฟแนนซ์หนี้ก้อนใหญ่ เคลียร์พอร์ตการลงทุนที่เสี่ยงสูง สะท้อนการเปลี่ยนโหมดจากการเติบโตสู่การปกป้องสินทรัพย์ อย่างเป็นระบบขณะที่อีก 20% ที่ไม่กังวล โดยมองวิกฤตเป็นโอกาสทองมากกว่าภัยคุกคาม กลุ่มนี้ใช้คำว่าช่องโหว่และเกมที่ต้องเล่นให้ชนะสะท้อนทัศนคติเชิงรุกและมั่นใจในประสบการณ์ที่ผ่านวิกฤตมาหลายครั้ง รวมถึงวิกฤตต้มยำกุ้งปี 2540 พวกเขามองว่าความเปราะบางของระบบคือโอกาสในการเข้าถึงสินทรัพย์ราคาถูกและวิกฤตเศรษฐกิจเป็นเพียงเครื่องมือคัดกรองคนที่ไร้ประสิทธิภาพออกไป สะท้อนความแตกต่างภายในเจนเนอเรชันเดียวกันระหว่างกลุ่มที่มุ่งป้องกันความเสี่ยงกับกลุ่มที่มุ่งสร้างโอกาสอย่างชัดเจน
 
Gen Y (อายุ 30-34 ปี) ระหว่างสร้างอนาคตกับรอดในระบบที่เอียง
Gen Y ไม่ได้กังวลเรื่องการอยู่รอดรายวัน แต่กังวลถึงความสามารถในการสร้างอนาคตในระบบที่รู้สึกว่าเอื้อประโยชน์ให้คนรุ่นก่อนมากกว่า วิธีลดภาระทางการเงินที่พบบ่อยในกลุ่มนี้ ได้แก่ การใช้แอปติดตามค่าใช้จ่ายแบบเรียลไทม์ ใช้ AI วิเคราะห์รูปแบบการใช้จ่าย เปรียบเทียบราคาออนไลน์ก่อนตัดสินใจซื้อ ยกเลิก Subscription ที่ไม่ได้ใช้จริง และหารายได้เสริมผ่านงานฟรีแลนซ์หรือธุรกิจออนไลน์
 
เมื่อถูกถามว่าหากต้องลดภาระจะเลือกลดอะไรก่อน คำตอบที่ถูกกล่าวถึงบ่อยที่สุด คือค่าใช้จ่ายเพื่อรักษาสถานะทางสังคม หรือที่พวกเขาเรียกว่า "ภาระเปลือกนอก" รายการแรกที่พร้อมตัดทิ้งคือค่าใช้จ่ายเพื่อสร้างคอนเทนต์โซเชียล เช่น งดเที่ยวเพื่อถ่ายรูป ลดการไปร้านอาหารแพงเพื่อ Check-in รองลงมาคือ Subscription ที่ไม่ได้ใช้จริง ตามด้วยการชะลอซื้อ Gadget และลดความถี่เดินทางต่างประเทศ การตัดสินใจเหล่านี้สะท้อน Mindset ที่เปลี่ยนจากดูดีมาเป็นมั่นคง โดยมองว่าความมั่งคั่งที่แท้จริงคือความคล่องตัวทางการเงิน ไม่ใช่การแสดงออกบนโซเชียลมีเดีย
 
อย่างไรก็ตาม Gen Y มีเส้นที่ห้ามแตะไม่ว่าสถานการณ์จะยากเพียงใด อันดับแรกคือการศึกษาและพัฒนาตัวเอง รองลงมาคือประกันสุขภาพและ Wellness เพราะค่ารักษาพยาบาลสูงมากและการป้องกันดีกว่าการรักษา ประการที่ 3 คือการสร้างเครือข่ายอาชีพผ่าน LinkedIn และ Community และสุดท้ายคือเงินออมและการลงทุนระยะยาว อีกทั้งยังมองว่ากองทุนฉุกเฉิน 3-6 เดือนคือสิ่งจำเป็น
 
ที่น่าสนใจคือ Gen Y บางส่วนกลับ "ไม่กังวล" และมองว่าความเปราะบางของระบบคือโอกาสในการสร้างธุรกิจใหม่ กลุ่มนี้เชื่อว่าคนที่มีทักษะดิจิทัลและ AI จะได้เปรียบในตลาด และใช้ความสามารถในการปรับตัวเป็นอาวุธหลักในการรับมือกับทุกความท้าทาย สะท้อนความแตกต่างภายในเจนเนอเรชันเดียวกันระหว่างกลุ่มที่มุ่งป้องกันความเสี่ยงกับกลุ่มที่มุ่งสร้างโอกาสอย่างชัดเจน
 
Gen Z (อายุ 14-29 ปี) เมื่อความไม่แน่นอนกลายเป็นบรรทัดฐานใหม่
Gen Z เผชิญกับความท้าทายที่ต่างจากรุ่นก่อน หลายคนใช้ชีวิตแบบ "เดือนต่อเดือน" ต้องพึ่งพาครอบครัว และมองว่าการมีบ้านหรือสร้างครอบครัวเป็นความฝันที่ห่างไกลออกไปทุกที โดย 57% ระบุว่า "กังวล" กับสภาพเศรษฐกิจในปัจจุบัน
 
ความกังวลหลักเริ่มจากความไม่มั่นคงทางการเงิน ต้นทุนการดำรงชีพที่สูงขึ้นเรื่อยๆ ทั้งค่าเช่าบ้าน ค่าอาหาร และค่าพาหนะ ไม่ได้เพิ่มขึ้นตามสัดส่วนกับรายได้ที่ได้รับ ทำให้หลายคนต้องพึ่งพาครอบครัวหรือทำงานหลายอย่างพร้อมกันเพื่อให้รอด บวกกับตลาดแรงงานที่ท้าทายกว่าที่เคย การหางานมั่นคงที่ให้สวัสดิการชัดเจนกลายเป็นเรื่องยาก บางคนเรียนจบมาแล้วยังหางานไม่ได้หรือต้องทำงานที่ไม่ตรงสาขา ความกดดันเหล่านี้ทำให้การวางแผนซื้อบ้าน เกษียณ หรือแม้แต่การออมเงินประจำเดือนดูเหมือนอยู่ไกลเกินเอื้อม และทำให้การมีครอบครัวหรือลงทุนในอนาคตกลายเป็นความฝันที่แทบจับต้องไม่ได้
 
อย่างไรก็ตาม Gen Z ไม่ได้นั่งเฉยรอให้ระบบแก้ปัญหาให้ หากต้องลดค่าใช้จ่าย สิ่งแรกที่พวกเขาเลือกตัดคือภาระหนี้ระยะยาวอย่างการผ่อนรถหรือคอนโด ที่มองว่าเป็นโซ่ตรวนที่ผูกมัดอิสรภาพทางการเงิน และเน้นรักษาเงินสดและสภาพคล่องไว้ให้มากที่สุดเพื่อรับมือกับความไม่แน่นอน แทนที่จะผูกตัวเองกับภาระผูกพันที่ยืดเยื้อ ทัศนคตินี้สะท้อนให้เห็นว่า Gen Z ให้คุณค่ากับอิสรภาพมากกว่าการครอบครอง ซึ่งต่างจากรุ่นพ่อแม่ที่มองว่าการมีบ้านหรือรถคือเป้าหมายชีวิต
 
ขณะที่อีก 43% ที่ "ไม่กังวล" กลับมองวิกฤตครั้งนี้เป็นช่องทางในการสร้างโอกาสมากกว่าภัยคุกคาม กลุ่มนี้เลือกพัฒนาทักษะการวิเคราะห์ข้อมูลและใช้แพลตฟอร์มออนไลน์เป็นเครื่องมือสร้างรายได้ที่คนทั่วไปมองข้าม พวกเขาเชื่อว่าในโลกที่ข้อมูลคือทรัพยากรและความสนใจของคนคือสินค้า คนที่เข้าใจกระแสและปรับตัวได้เร็วจะได้เปรียบเสมอ สะท้อนความแตกต่างภายในเจนเนอเรชันเดียวกันอย่างชัดเจน ระหว่างกลุ่มที่รู้สึกว่าถูกระบบกดทับกับกลุ่มที่มองเห็นช่องว่างและพร้อมปั่นกระแสให้เป็นประโยชน์กับตัวเอง
 
วิกฤตเศรษฐกิจปี 2569 ไม่ใช่แค่เรื่องน้ำมันแพง แต่เป็นปัญหาที่ซ้อนทับกันในหลายมิติ ทั้งค่าครองชีพ ความมั่นคงในการทำงาน และความฝันที่ดูเหมือนถอยห่างออกไปทุกวัน ไม่ว่าจะเป็น Gen ไหน ทุกคนต่างกำลังหาจุดสมดุลของตัวเองในพายุที่ยังไม่มีท่าทีจะสงบ ตัวเลข 18.3 ล้านเอนเกจเมนต์ที่กำลังส่งสัญญาณว่าวิกฤตครั้งนี้กำลังคัดกรองและเปลี่ยนรูปแบบสังคม ข้อมูลจาก Zocial Eye บอกเราว่าเสียงของประชาชนดังมากและดังเร็วขึ้นเรื่อย ๆ ส่วน Virtual Persona บอกเราว่าเสียงเหล่านั้นกำลังจะแปรเปลี่ยนเป็นพฤติกรรมจริงในอนาคตอันใกล้ไปอย่างไร

ค่าครองชีพพุ่ง งานไม่มั่นคง บ้านในฝันไกลเกินฝัน เสียงประชาชน 18.3 ล้านเอนเกจเมนต์ สะท้อนวิกฤตเศรษฐกิจไทย

ไดกิ้น สร้างความสัมพันธ์กับผู้บริโภคยุคใหม่ ด้วยกลยุทธ์ Human-Centric เพื่อเข้าถึงใจลูกค้าบนโซเชียลมีเดีย

ปับลิซิส กรุ๊ป เข้าซื้อกิจการเฮปมิล มีเดีย กรุ๊ป เอเจนซี่ชั้นนำด้านอินฟลูเอนเซอร์ คอนเทนต์ และโซเชียลมีเดียแห่งเอเชียตะวันออกเฉียงใต้

"โซเชียลมีเดีย" ไม่ใช่แค่เวทีระบาย เสียงสะท้อนจากโซเชียล 4 ล้านข้อความ แต่เป็นกระจกสะท้อนความจริงของสังคมไทย ปี 2568

“กลุ่มรีวิวแม็คโคร : พลังของโซเชียลมีเดียที่เปลี่ยนชีวิตคนตัวเล็ก"

TOA คว้าอันดับ 1 แบรนด์ที่ทำผลงานบนโซเชียลมีเดียสูงสุดในกลุ่มธุรกิจวัสดุก่อสร้าง ในช่วงมกราคม – มิถุนายน 2568 โดย Thailand Social Awards

DNA ต้องเป๊ะ-คอนเทนต์ต้องปัง AnyMind Group กางตำราปั้น Community เปลี่ยนผู้ติดตามให้เป็นลูกค้าอย่างยั่งยืน

จาก Cultural Asset สู่ Economic Asset สูตรความสำเร็จเฟสติวัลไทย

ครึ่งเก้า GROUP ดันแนวคิดพาร์ตเนอร์ไม่ใช่ลูกสังกัด พร้อมเดินเกมขยายเค้กทั้งอุตสาหกรรม

แรนดี้ – ชัยชัช นพประภา ปั้นตลาดโอมากาเสะสไตล์ “Fillets” เปลี่ยนซูชิเป็นประสบการณ์ เปลี่ยนร้านอาหารเป็นโรงละคร

Read More Stories  

Research

เมื่อ “คนโสด” เป็นคนหมู่มากของสังคมไทย และกำลังสร้าง “เศรษฐกิจคนโสด” ปรากฏการณ์ที่ธุรกิจไทยไม่อาจมองข้าม

ไถฟีดอยู่ดีๆ สรุปได้ตั๋วเครื่องบินเฉย! Klook เผยคนไทยกว่า 52% เที่ยวตามคอนเทนต์บนโซเชียล

Salesforce เผย มีเพียง 5% ของพนักงานไทยที่ไม่ใช้ AI Agent องค์กรต้องเร่งสร้างทักษะก่อนเสียความสามารถในการแข่งขัน

ค่าครองชีพพุ่ง งานไม่มั่นคง บ้านในฝันไกลเกินฝัน เสียงประชาชน 18.3 ล้านเอนเกจเมนต์ สะท้อนวิกฤตเศรษฐกิจไทย

Read More Stories  

Digest

ซีพี แอ็กซ์ตร้า ผนึกกรมควบคุมมลพิษ–พันธมิตร ประกาศเจตนารมณ์ ขับเคลื่อนเศรษฐกิจหมุนเวียน สู่การใช้ทรัพยากรพลาสติกอย่างยั่งยืน

เอพี ไทยแลนด์ ตอกย้ำองค์กรแห่งการเรียนรู้ เสริมทัพสกิล AI มุ่งส่งมอบ LIVING QUALITY

PTG โชว์ฟอร์ม! Q1/69 พอร์ต Non-Oil แข็งแกร่ง กำไรขั้นต้นโต 6.1% YoY - กาแฟพันธุ์ไทยขยายสาขาแตะ 2.3 พันสาขา ปริมาณการจำหน่ายน้ำมันโต 5.2% YoY

Unboxing Ideas

โตเกียวชุบชีวิต “ตู้โทรศัพท์” สู่จุดกระจาย Wi-Fi ฟรี เพราะของเก่า ไม่จำเป็นต้องถูกทิ้งเสมอไป

“ไม่มีคำว่าแก่เกินเล่น” เมื่อ LEGO อัปเดตกล่องใหม่เป็น 100+ เพื่อเป็นของขวัญแด่ Sir David Attenborough

Farmhouse Fact รู้หรือไม่ สีคลิปหนีบถุงขนมปัง มีสีต่างกันตาม 'วันที่วางขาย'

อยากกินก็ต้องทนรอ จาก 3 วิ เป็น 3 นาที KitKat กับ Vending Machine ที่ช้าสุดในโลก

Read More Stories  

Video

BrandAge Online 2024

เมิร์ซ เอสเธติกส์ ประเทศไทย ขับเคลื่อนการเติบโตผ่านคน ด้วยวัฒนธรรมองค์กรที่เข้มแข็ง.

เคล็ดลับหน้ากล้องและหลังเวที 'ป๋าเต็ด' ยุทธนา บุญอ้อม

ถอดรหัสแนวคิด ภาวิต จิตรกร : จัดคอนเสิร์ตอย่างไรให้ปัง และไม่แย่งตลาดกันเอง

What’s Next? เมื่อ Pandemic เปลี่ยนเป็น Endemic

Read More Stories  

บริษัท แบรนด์เอจ มาร์เก็ตติ้ง รีซอร์สเซส จำกัด.
All rights reserved.

Contact