ในโลกยุคดิจิทัลที่ศิลปินสามารถสร้างสรรค์และเผยแพร่ผลงานได้ด้วยตัวเองเพียงปลายนิ้วสัมผัส คำถามที่น่าสนใจที่สุดสำหรับคนทำธุรกิจดนตรีคือ ค่ายเพลงยังจำเป็นอยู่หรือไม่?
คุณโอม ปัณฑพล ประสารราชกิจ ผู้ก่อตั้งครึ่งเก้า GROUP ให้คำตอบว่า ค่ายเพลงไม่ใช่ปัจจัย 4 และเป็นสิ่งที่ขาดได้ แต่การมีอยู่ของค่ายเพลงในยุคนี้ต้องเปลี่ยนบทบาทจากการเป็นผู้อุปถัมภ์ไปเป็นผู้ให้บริการมืออาชีพแทน

เปรียบเสมือนพี่เลี้ยงเด็กที่แม้พ่อแม่จะเลี้ยงลูกเองได้ แต่การมีพี่เลี้ยงที่มีทักษะเฉพาะทางจะช่วยให้พ่อแม่มีเวลาไปโฟกัสกับสิ่งที่ถนัดได้มากกว่า ซึ่งในที่นี้คือการให้ศิลปินได้ใช้เวลาไปกับการสร้างสรรค์งานศิลปะในสภาพแวดล้อมที่ดีที่สุด โดยปล่อยให้เรื่องซับซ้อนอย่างการตลาด การจัดการสิทธิ์ บัญชี และกฎหมายเป็นหน้าที่ของผู้ให้บริการที่มีประสิทธิภาพ
คุณโอม เผยถึงเบื้องหลังชื่อ "ครึ่งเก้า" ว่ามีที่มาจากตัวการ์ตูนในเรื่องจอมโหดกระทะเหล็ก ที่นิยามอาหารไว้ว่า คือการล่วงหน้าครึ่งก้าว นั่นคือการคาดเดาไม่ได้
“เมื่อเราทำงานเกี่ยวกับสื่อ การที่เราล่วงหน้ามากเกินไปก็ไม่ดี เพราะ Consumer อาจตามไม่ทัน เพราะทุกอย่างล่วงหน้าไปแล้ว ขณะเดียวกันถ้าเราตามหลังมากไป ก็จะกลายเป็นคนที่ไม่อยู่กับเทรนด์ และเป็นคนที่ไม่นำสมัย
ฉะนั้นผมคิดว่าการล่วงหน้าไม่มากเกินไป ล่วงหน้าแค่ครึ่งก้าวดูถ่อมตัวดี และก็ไม่มากไม่น้อยไป พอตามทันได้แต่ยังนำอยู่ข้างหน้าเสมอ”
เลข "9" ที่ถูกนำมาใช้นอกจากความหมายที่เป็นมงคลแล้ว ยังมีนัยถึงแรงสั่นสะเทือนระดับ 4.5 (ครึ่งของ 9) ตามมาตราริกเตอร์ ซึ่งเป็นระดับที่มนุษย์จะเริ่มรู้สึกได้ สะท้อนถึงความมุ่งมั่นของบริษัทที่จะเป็นแรงสั่นสะเทือนที่ส่งผลต่อความรู้สึกของผู้คนอีกด้วย
ในการบริหารจัดการครึ่งเก้า GROUP ได้ปฎิวัติความสัมพันธ์ระหว่างค่ายและศิลปินให้กลายเป็นหุ้นส่วนที่เท่าเทียมกัน โดยมองว่าทั้ง 2 ฝ่ายต่างเป็นผู้ลงทุน ค่ายลงทุนด้วยเงิน แรงงาน และทีมงาน ส่วนศิลปินลงทุนด้วยความคิดสร้างสรรค์และมูลค่าในตัวเอง

ภายใต้โมเดลนี้ศิลปินจะมีสถานะเป็นทั้งหุ้นส่วนในสัญญาและเป็นลูกค้าในด้านการบริการ ซึ่งหากค่ายดูแลได้ไม่ดีพอ ศิลปินย่อมมีเสรีภาพในการเลือกผู้ให้บริการรายอื่น สิ่งที่น่าสนใจคือการสร้างระบบหลังบ้านที่โปร่งใสโดยการเปลี่ยนฐานข้อมูลจาก Analog สู่ Digital ทั้งหมด เพื่อให้ศิลปินสามารถตรวจสอบที่มาของรายได้ (Revenue Stream) แผนงาน และพอร์ตทรัพย์สินทางปัญญาของตัวเองได้แบบเรียลไทม์ ซึ่งช่วยลดความตึงเครียดและสร้างความไว้วางใจระหว่างกันอย่างยั่งยืน
นอกจากนี้ เพื่อให้การทำงานเข้าถึงตัวตนของศิลปินที่มีความหลากหลาย ค่ายในเครือจึงถูกแบ่งออกเป็น 4 บ้านตามความถนัดของทีมครีเอทีฟและการตลาด

เริ่มจาก BRIDGE ที่เป็นค่ายหลัก (Flagship) ดูแลศิลปินกระแสหลัก ภายใต้การดูแลของคุณโอม ปัณฑพล มี 19 ศิลปิน ได้แก่ Three Man Down, Tilly Birds, Flure, The Darkest Romance, AYLA’s, ASIA7, Jigsaw Story, Hard Boy, ADORA, NINEOKMAI, QEETHA, fit aroon, Par-T, Famoso, M DAOSAI, ossey, AYEJAY, Dena Euprasert และ miller
ตามด้วย 9Arkkhan (เก้า อัคคัญญ์) ค่ายเพลงทางเลือกที่มุ่งเน้นงานนอกกระแสที่มีเอกลักษณ์ นำทีมโดย คุณจ๋าย ไททศมิตร โดยมี 8 ศิลปินภายใต้สังกัด ได้แก่ Little John, manutsawee, สามานย์, วิจิตรชน, มาณพ, Gandharva, PINKIE และศิลปินใหม่ที่แฟนเพลงคุ้นกันอยู่แล้วที่เข้ามาเป็นพี่ใหญ่สุดของค่ายอย่าง วง TaitosmitH (ไททศมิตร)
ต่อด้วย MACHg (มักจี) ที่เจาะกลุ่มเพลงไทยร่วมสมัยและลูกทุ่งอินดี้ ที่เปิดกว้างให้กับดนตรีหลากหลายแนว เพื่อพัฒนาศิลปินรุ่นใหม่ให้ก้าวขึ้นเป็นแรงขับเคลื่อนสำคัญของตลาดเพลงไทย นำทีมบริหารโดย คุณก้อง ห้วยไร่ และ คุณแบงค์ รัฐวิชญ์ ประกอบไปด้วย 7 ศิลปิน อาทิ ก้อง ห้วยไร่, ใหม่ พัชรี พร้อมด้วยศิลปินจาก MACHg Audition ได้แก่ หนุ่ม ใจแสน, ชาชม เสาวคนธ์, วิว วัลนิกา และศิลปินใหม่ล่าสุดที่เข้ามาเติมสีสันให้กับค่ายอย่าง กอกี้ กวิสรา และ ปราง ปรางทิพย์
และน้องใหม่อย่าง Ennead (เอนนีด) ที่ร่วมมือกับ คุณปอนด์ กฤษดา ผู้บริหารจาก BeOnCloud เพื่อปั้น Talent ยุคใหม่ให้ก้าวข้ามขอบเขตของการเป็นเพียงนักร้อง แต่สามารถต่อยอดสู่บทบาทในอุตสาหกรรมบันเทิงได้อย่างหลากหลายและครบวงจร ทั้งนี้ ศิลปินจากรายการ True Academy Fantasia 2026 จะได้รับโอกาสในการเซ็นสัญญาเป็นศิลปินภายใต้สังกัด Ennead เพื่อเข้าสู่เส้นทางการทำงานในวงการบันเทิงอย่างเต็มรูปแบบด้วย
