BrandAge

  • News & Next
    • ALL NEWS
    • Automotive
    • Property
    • Financial
    • Consumer Product & Retail
    • IT & Telecom
    • Energy
    • Fashion
    • Food & Beverage
    • Media
    • General
  • Unboxing Ideas
    • ALL NEWS
    • Brand
    • Design
    • Review
    • Technology
  • Think
    • ALL NEWS
    • Interview
    • Weekly Quote
  • Marketing School
    • ALL NEWS
    • อุบัติเหตุแบรนด์เนม
    • Vocabulary
    • Brand Battle
    • Change the pace
    • NYC S.E.A.L
    • DataAge
  • Analysis
  • Research
  • Startup & SMEs
    • ALL NEWS
    • SMEs
    • Startup
    • Fintech
  • Sustainable Brand
  • Magazine
    • Thailand's Social Power Brand
      • 2025
      • 2024
      • 2019
      • 2018
      • 2017
    • Thailand's Most Admired Brand
      • 2026
      • 2025
      • 2024
      • 2023
      • 2022
      • 2021
      • 2020
      • 2019
      • 2018
      • 2017
    • Thailand's Most Admired Company
      • 2025 - 2026
      • 2024 - 2025
      • 2023 - 2024
      • 2022 - 2023
      • 2021
      • 2020
      • 2019
      • 2018
    • Anniversary
      • 2025
      • 2024
      • 2023
      • 2022
      • 2021
      • 2020
    • Special Issue
      • นิลมังกร แบรนด์นวัตกรรมไทย
      • นิลมังกร The Reality Season 2
      • นิลมังกร The Reality Season 3
      • The Founder III
  • Publicity
  • Contact US
13,248
VIEWS

3 ยักษ์สปอร์ตแวร์ อาดิดาส /อันเดอร์ อาร์เมอร์/ ไนกี้ ในมุมนักลงทุน

ก.ค. 29, 2560 S.Worapol

ถ้ากล่าวถึงหุ้นที่น่าสนใจที่สุดจาก 3 แบรนด์นี้ในมุมมองของนักลงทุนระยะยาว

แน่นอนว่าอันดับหนึ่งคงไม่พ้น Nike ขณะที่ Adidas กำลังมีช่วงการเจริญเติบโตที่ดีเยี่ยม แต่ก็ยากที่จะเป็นหุ้นที่น่าสนใจ

ส่วน Under Armour นั้นยังคงเจอกับปัญหาอยู่ในขณะนี้

ปัจจัยหลัก

ทั้งสามแบรนด์สามารถใช้ประโยชน์จากแนวโน้มที่ดีต่างๆ ที่เกิดขึ้นในอุตสาหกรรม เช่น การเติบโตของประชากรทั่วโลก การขยายตัวทางเศรษฐกิจในตลาดเกิดใหม่ การเพิ่มขึ้นของวิถีชีวิตที่เป็น “sporty lifestyles” และค่านิยมที่เพิ่มขึ้นของกีฬา

แนวโน้มทั้งหมดนี้จะช่วยให้สามารถเติบโตต่อไปได้ บริษัทเหล่านี้แสดงให้เห็นว่า เสื้อผ้ากีฬาสามารถส่งออกได้ง่าย แม้ในประเทศที่มีความแตกต่างทางวัฒนธรรม ซึ่งในทางทฤษฎีบริษัทเสื้อผ้ากีฬาสามารถแข่งขันได้ทั่วโลก แต่ในทางปฏิบัติ มีบริษัทเพียงไม่กี่รายเท่านั้นที่มีอำนาจทางการเงินที่จะดำเนินการได้อย่างมีประสิทธิภาพ

การสนับสนุนหรือการเป็นสปอนเซอร์ เป็นเครื่องมือสำคัญที่บริษัทเสื้อผ้ากีฬาจำเป็นต้องพึ่งพา เพื่อสร้างความแข็งแกร่งของแบรนด์และทำให้ผลิตภัณฑ์ดูน่าสนใจมากยิ่งขึ้น Nike เป็นผู้เล่นรายใหญ่ที่มีบทบาทสำคัญในเรื่องการสนับสนุน บริษัทมีข้อเสนอตลอดชีพกับนักกีฬาเช่น Lebron James และ Cristiano Ronaldo นักกีฬาที่ได้รับการสนับสนุนอื่น ๆ ได้แก่ Roger Federer, Rafa Nadal, Kevin Durant, Rory McIlroy, Neymar และ Maria Sharapova

ส่วน Adidas ได้ให้การสนับสนุนตลอดชีวิตกับ Lionel Messi และสัญญาอื่น ๆ กับนักกีฬาอีกมากมาย เช่น Derrick Rose และ Damian Lillard  

ในขณะที่ Under Armour มีข้อเสนอกับ Stephen Curry หรือ Tom Brady ยิ่งบริษัทมีรายได้มากเท่าไหร่ ก็ยิ่งสามารถใช้เงินสนับสนุนในการสร้างแบรนด์ได้มากเท่านั้น

ในปี 2016 Nike มีค่าใช้จ่ายทางการตลาดเป็นเงิน 3,278 ล้านดอลลาร์เทียบกับค่าใช้จ่ายทางการตลาดของ Adidas มีประมาณ 2,080 ล้านดอลลาร์ และ 477 ล้านดอลลาร์สำหรับ Under Armour

สำหรับทั้ง 3 บริษัท ยอดรวมที่ใช้ในการทำการตลาดดูเหมือนจะเป็นไปตามกฎง่ายๆ คือประมาณ 10% ของยอดขายทั้งหมด เห็นได้ชัดว่าบริษัทที่มีงบประมาณการตลาดสูงและอยู่ในสภาวะที่แข็งแรง จะสามารถใช้เงินเพื่อรองรับนักกีฬาและทีมงานที่มีชื่อเสียงระดับโลกได้มากกว่า เช่นกัน Nike เป็นผู้นำระดับโลกในด้านกีฬาและยังคงเป็นเช่นนั้นไม่เปลี่ยนแปลง 

ปัจจัยต่อมาที่เราควรพิจารณาคือ ระดับความหลากหลายทางภูมิศาสตร์และวิธีกระจายสินค้า อเมริกาเหนือมียอดขาย Nike อยู่ที่ 14,764 ล้านดอลลาร์ (ไม่รวม Converse) เทียบกับ Adidas มี 4,131 ล้านดอลลาร์ และ 4,005 ล้านดอลลาร์สำหรับ Under Armour นอกเหนือจากอเมริกาเหนือ ยอดขายไม่มีความแตกต่างกันนักระหว่าง Nike มี 15,743 ล้านดอลลาร์ และ Adidas มี 15,918 ล้านดอลลาร์ ส่วน Under Armour น้อยสุดที่ 820 ล้านดอลลาร์

เห็นได้ชัดว่ายอดขายของ Under Armour มีผลมาจากความนิยมของแฟชั่นโดย Stephen Curry อีกปัญหาหลักของ Under Armour ก็คือ การต้องแข่งขันกับอีกสองยักษ์ใหญ่ที่มีอำนาจแบรนด์และทรัพยากรทางการเงินที่เหนือกว่า Under Armour พยายามที่จะหาส่วนแบ่งการตลาดนอกสหรัฐอเมริกา แต่กลับประสบปัญหา เนื่องจากความจำกัดในการการลงทุนด้านการตลาด 

เห็นได้ชัดว่า Nike มีความได้เปรียบทางด้านสเกลและการขยายตัวทางภูมิศาสตร์ที่ดีกว่า Adidas และ Under Armour แต่ก็ต้องสูญเสียตำแหน่งผู้นำตลาดนอกทวีปอเมริกาเหนือ

อย่างไรก็ตาม Adidas เป็นบริษัทที่เติบโตเร็วที่สุด แต่การเติบโตส่วนใหญ่ของที่ผ่านมานั้น เป็นผลมาจากความสำเร็จของสาย Superstar

ส่วน Under Armour นั้น ยอดขายยังคงต้องพึ่งพาตลาดในอเมริกาเหนืออยู่

จากมุมมองของนักลงทุนระยะยาว Nike เป็นการซื้อที่น่าสนใจที่สุด มีนโยบายการซื้อคืนที่มีประสิทธิภาพ และจ่ายเงินปันผลสูงสุด บริษัทมีข้อได้เปรียบในด้านขนาด การให้การสนับสนุน อัตรากำไรขั้นต้นที่สูงที่สุด

ส่วน Adidas นั้น โดดเด่นในอเมริกาเหนือซึ่งสามารถให้ผลกำไรสูง Adidas สามารถเติบโตได้อย่างรวดเร็วตั้งแต่ปี 2014 ซึ่งเป็นอุปสรรคต่อ Nike ในหลายๆประเทศ

การลงทุนใน Adidas นั้นมีความเสี่ยงมากกว่าการลงทุนใน Nike เนื่องจากการชะลอตัวของการเติบโต อาจส่งผลให้มีการลดลงอย่างมาก ในเวลาเดียวกัน Nike กำลังพยายามผลักดันโมเดลใหม่ เพื่อแข่งขันกับคู่ค้าชาวเยอรมัน โดยออกรองเท้ารุ่นใหม่เพื่อฉลองครบรอบ 20 ปีของ Air Max 97 silver ซึ่งเป็นหนึ่งในรุ่นที่ประสบความสำเร็จมากที่สุดในประวัติศาสตร์ของรองเท้ากีฬา

อาจดูเป็นปีที่ยากลำบากสำหรับ Adidas ทั้งปัญหาในการเติบโต ความเสี่ยงหลายอย่างที่อาจมีผลต่อมูลค่าหุ้น ทำให้ Adidas มีความน่าสนใจน้อยมาก

แต่ยังไม่เท่ากับ Under Armour ที่ตกอยู่ในสถาณการณ์ที่แย่ที่สุด อัตราการเติบโตของในอเมริกาเหนือลดลงอย่างรวดเร็ว และชัดเจนว่าบริษัทไม่สามารถที่จะแข่งขันกับยักษ์ใหญ่อย่าง Nike และ Adidas ได้

Source seekingalpha.com

อาดิดาสร่วมกับ Daniëlle Cathari ดีไซเนอร์ชื่อดังอีกครั้ง วางจำหน่ายพร้อมกันทั่วโลก 15 ก.ค. นี้

อาดิดาส ออริจินอลส์ ปักหมุดไทยเป็นสตรีทแฟชั่นเดสทิเนชั่น เปิดตัวสโตร์ใหม่ที่ไอคอนสยาม

สปอร์ต สปอต อินทีเกรชั่น ปั้นแบรนด์ ZOGGS ก้าวสู่เบอร์ 1 ชุดว่ายน้ำสำหรับเด็กและครอบครัวในไทย

"4F" แบรนด์ไลฟ์สไตล์กีฬาจากประเทศโปแลนด์ เปิดตัวร้านในรูปแบบโมโนแบรนด์ เป็นครั้งแรกในประเทศไทย

ไนกี้ ปล่อยแคมเปญใหม่ล่าสุด ‘Rallying Cry’ ส่งต่อแรงบันดาลใจด้านการกีฬาให้สาวๆ ทั่วโลก

เปิดตัว “แกรนด์ฟอร์เวิร์ด” ชุดออกกำลังนวัตกรรมใหม่

ยุค AI ปัญหาไม่ใช่ Content น้อย แต่สมองอาจจะยังไม่รับ บทเรียนถอดสมองมนุษย์จากเวที ADFEST 2026

ถอดวิธีคิด ONN ANU ปั้นรีเทลไซส์เล็กอย่างไร เมื่อมี ‘ทำเลทอง’ อนุสาวรีย์ฯ เป็นแต้มต่อ

คุยกับ นัทธมน พิศาลกิจวนิช 5 ความท้าทายของ “สุกี้ตี๋น้อย” บทพิสูจน์ผู้นำในสมรภูมิสุกี้ 3 หมื่นล้าน

เข็ม-วิลาวัณย์ สุรพงษ์ชัย / ADFEST 2026 “ในโลกที่ AI ทำทุกอย่างเร็วขึ้น มนุษย์กลับจดจำความรู้สึก มากกว่า Efficiency”

Read More Stories  

Research

ทำไม Gen Y ที่เคยถูกมองว่า ‘ใช้เงินเก่งสุด’ กลายเป็นคนที่ ‘วางแผนการเงินจริงจังที่สุด’? โดย 41.7% เลือกออมและลงทุนเพื่อครอบครัว

เปิดรายชื่อ 685 ร้านที่ได้รับรางวัล LINE MAN Wongnai Users' Choice Best of 2026

เทรนด์สุขภาพมาแรง! เมนูสลัดขึ้นแท่นเมนูยอดนิยมไตรมาสแรกกวาดยอดขายกว่า 1 ล้านจาน

หากช่องแคบฮอร์มุซปิด 3 เดือน จะเกิดอะไรขึ้นบ้าง?

Read More Stories  

Digest

OR ขานรับนโยบายรัฐฯ จำหน่ายน้ำมันดีเซล B20 อีกทางเลือกที่คุ้มค่าและยั่งยืน รองรับภาคขนส่ง อุตสาหกรรมและเกษตรกรรม

หยุดยาวแบบสบายใจ! ประกันติดโล่ แจกฟรีประกันบ้าน-อุบัติเหตุ รวม 30,000 สิทธิ์ คุ้มครองทั่วไทยรับเทศกาลสงกรานต์ปี 69

“เถ้าแก่น้อย” จัดงาน Taokaenoi X ChenZheYuan A Global Journey of Flavor ตอกย้ำสู่การเป็น Global Brand ด้วย New Asian Wave

Unboxing Ideas

สูตรลับคุมะมง เมื่อการ “ปล่อยให้ใช้ฟรี” กลายเป็นเครื่องจักรสร้างมูลค่าระดับล้านล้าน

Faminchu Theatre โรงหนังไซซ์มินิในสนามบินโอกินาว่า เปลี่ยนเวลารอเครื่องให้กลายเป็นเรื่องเล่า ผ่านหนังสั้นโปรโมทเมือง

สัมผัส "Luminara" ซูเปอร์ยอทช์ จาก The Ritz-Carlton Yacht Collection ชมห้องพักคืนละ 235,000 บาท/คน

ทำไมแม่ตุ๊กตาของพันช์คุง ชื่อ DJUNGELSKOG ไม่ใช่อุรังอุตัง ส่องไอเดียการตั้งชื่อของ IKEA เมื่อ ‘สถานที่’ กลายเป็นชื่อของไลน์สินค้า

Read More Stories  

Video

BrandAge Online 2024

เมิร์ซ เอสเธติกส์ ประเทศไทย ขับเคลื่อนการเติบโตผ่านคน ด้วยวัฒนธรรมองค์กรที่เข้มแข็ง.

เคล็ดลับหน้ากล้องและหลังเวที 'ป๋าเต็ด' ยุทธนา บุญอ้อม

ถอดรหัสแนวคิด ภาวิต จิตรกร : จัดคอนเสิร์ตอย่างไรให้ปัง และไม่แย่งตลาดกันเอง

What’s Next? เมื่อ Pandemic เปลี่ยนเป็น Endemic

Read More Stories  

บริษัท แบรนด์เอจ มาร์เก็ตติ้ง รีซอร์สเซส จำกัด.
All rights reserved.

Contact