ถ้ากล่าวถึงหุ้นที่น่าสนใจที่สุดจาก 3 แบรนด์นี้ในมุมมองของนักลงทุนระยะยาว
แน่นอนว่าอันดับหนึ่งคงไม่พ้น Nike ขณะที่ Adidas กำลังมีช่วงการเจริญเติบโตที่ดีเยี่ยม แต่ก็ยากที่จะเป็นหุ้นที่น่าสนใจ
ส่วน Under Armour นั้นยังคงเจอกับปัญหาอยู่ในขณะนี้
ปัจจัยหลัก
ทั้งสามแบรนด์สามารถใช้ประโยชน์จากแนวโน้มที่ดีต่างๆ ที่เกิดขึ้นในอุตสาหกรรม เช่น การเติบโตของประชากรทั่วโลก การขยายตัวทางเศรษฐกิจในตลาดเกิดใหม่ การเพิ่มขึ้นของวิถีชีวิตที่เป็น “sporty lifestyles” และค่านิยมที่เพิ่มขึ้นของกีฬา
แนวโน้มทั้งหมดนี้จะช่วยให้สามารถเติบโตต่อไปได้ บริษัทเหล่านี้แสดงให้เห็นว่า เสื้อผ้ากีฬาสามารถส่งออกได้ง่าย แม้ในประเทศที่มีความแตกต่างทางวัฒนธรรม ซึ่งในทางทฤษฎีบริษัทเสื้อผ้ากีฬาสามารถแข่งขันได้ทั่วโลก แต่ในทางปฏิบัติ มีบริษัทเพียงไม่กี่รายเท่านั้นที่มีอำนาจทางการเงินที่จะดำเนินการได้อย่างมีประสิทธิภาพ
การสนับสนุนหรือการเป็นสปอนเซอร์ เป็นเครื่องมือสำคัญที่บริษัทเสื้อผ้ากีฬาจำเป็นต้องพึ่งพา เพื่อสร้างความแข็งแกร่งของแบรนด์และทำให้ผลิตภัณฑ์ดูน่าสนใจมากยิ่งขึ้น Nike เป็นผู้เล่นรายใหญ่ที่มีบทบาทสำคัญในเรื่องการสนับสนุน บริษัทมีข้อเสนอตลอดชีพกับนักกีฬาเช่น Lebron James และ Cristiano Ronaldo นักกีฬาที่ได้รับการสนับสนุนอื่น ๆ ได้แก่ Roger Federer, Rafa Nadal, Kevin Durant, Rory McIlroy, Neymar และ Maria Sharapova
ส่วน Adidas ได้ให้การสนับสนุนตลอดชีวิตกับ Lionel Messi และสัญญาอื่น ๆ กับนักกีฬาอีกมากมาย เช่น Derrick Rose และ Damian Lillard
ในขณะที่ Under Armour มีข้อเสนอกับ Stephen Curry หรือ Tom Brady ยิ่งบริษัทมีรายได้มากเท่าไหร่ ก็ยิ่งสามารถใช้เงินสนับสนุนในการสร้างแบรนด์ได้มากเท่านั้น
ในปี 2016 Nike มีค่าใช้จ่ายทางการตลาดเป็นเงิน 3,278 ล้านดอลลาร์เทียบกับค่าใช้จ่ายทางการตลาดของ Adidas มีประมาณ 2,080 ล้านดอลลาร์ และ 477 ล้านดอลลาร์สำหรับ Under Armour
สำหรับทั้ง 3 บริษัท ยอดรวมที่ใช้ในการทำการตลาดดูเหมือนจะเป็นไปตามกฎง่ายๆ คือประมาณ 10% ของยอดขายทั้งหมด เห็นได้ชัดว่าบริษัทที่มีงบประมาณการตลาดสูงและอยู่ในสภาวะที่แข็งแรง จะสามารถใช้เงินเพื่อรองรับนักกีฬาและทีมงานที่มีชื่อเสียงระดับโลกได้มากกว่า เช่นกัน Nike เป็นผู้นำระดับโลกในด้านกีฬาและยังคงเป็นเช่นนั้นไม่เปลี่ยนแปลง