BrandAge

  • News & Next
    • ALL NEWS
    • Automotive
    • Property
    • Financial
    • Consumer Product & Retail
    • IT & Telecom
    • Energy
    • Fashion
    • Food & Beverage
    • Media
    • General
  • Unboxing Ideas
    • ALL NEWS
    • Brand
    • Design
    • Review
    • Technology
  • Think
    • ALL NEWS
    • Interview
    • Weekly Quote
  • Marketing School
    • ALL NEWS
    • อุบัติเหตุแบรนด์เนม
    • Vocabulary
    • Brand Battle
    • Change the pace
    • NYC S.E.A.L
    • DataAge
  • Analysis
  • Research
  • Startup & SMEs
    • ALL NEWS
    • SMEs
    • Startup
    • Fintech
  • Sustainable Brand
  • Magazine
    • Thailand's Social Power Brand
      • 2025
      • 2024
      • 2019
      • 2018
      • 2017
    • Thailand's Most Admired Brand
      • 2026
      • 2025
      • 2024
      • 2023
      • 2022
      • 2021
      • 2020
      • 2019
      • 2018
      • 2017
    • Thailand's Most Admired Company
      • 2025 - 2026
      • 2024 - 2025
      • 2023 - 2024
      • 2022 - 2023
      • 2021
      • 2020
      • 2019
      • 2018
    • Anniversary
      • 2025
      • 2024
      • 2023
      • 2022
      • 2021
      • 2020
    • Special Issue
      • นิลมังกร แบรนด์นวัตกรรมไทย
      • นิลมังกร The Reality Season 2
      • นิลมังกร The Reality Season 3
      • The Founder III
  • Publicity
  • Contact US
2,242
VIEWS

‘ธนาคารอาคารสงเคราะห์ ก้าวสำคัญที่ไปไกลกว่า Digital Banking

ม.ค. 29, 2562

กระแส Disruption กำลังถาโถมเข้าใส่หลายต่อหลายธุรกิจบนโลก แล้วธุรกิจธนาคารก็เป็นรายแรกๆ ที่ต้องเผชิญกับความท้าทายดังกล่าว หลายปีมานี้เราเห็นการขยับตัวครั้งใหญ่ของธนาคารพาณิชย์ไทย แต่ธนาคารเฉพาะกิจก็มีความตื่นตัวไม่ต่างกัน

ดังที่เราจะเห็นได้จากความเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นกับ“ธอส.”เพราะแม้จะเป็นสถาบันการเงินของรัฐ แต่ก็สามารถลุกขึ้นมาปรับองค์กร ซึ่งไม่เพียงเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันกับตลาดได้เท่านั้น แต่ยังเป็นผู้ชี้นำ และสร้างมาตรฐานใหม่ให้กับตลาดด้วย

Mission “ทำให้คนไทยมีบ้าน”

นับจากวันที่ “ฉัตรชัย ศิริไล”มานั่งในตำแหน่งกรรมการผู้จัดการ ธนาคารอาคารสงเคราะห์ (ธอส.) เมื่อ 2 ปีก่อนทุกคนต่างมองเห็นพัฒนาการที่ดีขึ้นอย่างชัดเจน ตั้งแต่ตัวเลขผลประกอบการที่เพิ่มขึ้น ไปจนถึงแบรนด์ที่ได้รับการพูดถึงในวงกว้าง สะท้อนให้เห็นถึงการบรรลุพันธกิจที่เคยประกาศไว้ว่าต้องการ“ทำให้คนไทยมีบ้าน”

“ตั้งแต่เข้ามาดำรงตำแหน่งเมื่อเดือนพฤษภาคมปี 2559 สิ่งที่ต้องการจะทำในเวลานั้นคือทำยังไงให้คนรู้จัก ธอส. ในฐานะธนาคารที่ทำให้คนไทยมีบ้านได้ ตรงนี้มาจาก Insight สมัยที่ผมศึกษาจบปริญญาโทจากต่างประเทศ มาใหม่ๆ ตั้งแต่ปี 2539 มีความคิดอยากจะมีบ้าน แต่อัตราดอกเบี้ยในเวลานั้นอยู่ที่ 12% ในขณะที่เงินเดือนมีอยู่ 20,000 บาท คำนวณแล้วไม่สามารถมีบ้านได้ ทั้งๆ ที่ผมเป็นพนักงานของ ธอส. ด้วยซ้ำแล้วคนอื่นจะมีบ้านได้ยังไงพอผมได้มีโอกาสเป็นกรรมการผู้จัดการ ก็เลยมีความคิดที่อยากจะให้คนไทยมีบ้าน โดยเฉพาะกลุ่มผู้มีรายได้น้อย ซึ่งเป็นกลุ่มที่มีขนาดใหญ่ในสังคม เพื่อให้กลุ่มนี้ก้าวข้ามการกู้สินเชื่อบ้านให้ได้ตามกำลังที่ตัวเองมี และมีความสามารถในการผ่อนชำระไปตลอดรอดฝั่ง ด้วยอัตราการคิดอัตราดอกเบี้ยแบบคงที่ เพื่อป้องกันปัญหา Payment Shock ซึ่งจะไปซ้ำเติมคนอยากมีบ้านให้เกิดอุปสรรคการผ่อนในระยะยาวได้”

จากพันธกิจดังกล่าวทำให้ ธอส. ตั้งเป้าหมายสู่การเป็น1 ใน3 ของผู้นำตลาดสินเชื่อเพื่อที่อยู่อาศัยไว้ตั้งแต่แรก จนปัจจุบัน ธอส. สามารถบรรลุเป้าหมายดังกล่าว โดยมีฐานลูกค้ากว่า 1.2ล้านราย ซึ่งต่อมาได้กลายเป็นอีกกลไกหนึ่งที่ช่วยเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันตลาดได้เป็นอย่างดีเนื่องจากมีสเกลที่ใหญ่พอที่จะสามารถชี้นำตลาด หรือสร้างกลไกให้กับตลาด

“ธอส. เป็นแบงก์เฉพาะกิจซึ่งจะต้องทำหน้าที่เป็นกลไกของภาครัฐในการผลักดันนโยบายต่างๆ ดังนั้นสเกลของของลูกค้าจึงเป็นสิ่งสำคัญ จนวันนี้เราสร้างพอร์ตให้มีขนาดใหญ่ 1 ใน 3 ของตลาด และมีสินทรัพย์กว่า 1.1 ล้านล้านบาท ซึ่งเป็นขนาดที่เหมาะสมในการที่จะเป็นกลไกของรัฐได้อย่างมีประสิทธิภาพ ทำให้เราสามารถตรึงดอกเบี้ยในภาวะดอกเบี้ยขาขึ้นได้”

มากกว่านั้น ธอส. ยังได้ใช้เทคโนโลยียกระดับกระบวนการทำงานภายใน เพื่อให้สามารถลดต้นทุนการบริหารจัดการเป็นกลไกสนับสนุนนโยบายภาครัฐได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น ตามโจทย์ของรัฐบาลที่ต้องการให้กลุ่มผู้มีรายได้น้อยสามารถกู้สินเชื่อบ้านได้ โดยมีภาระการผ่อนชำระไม่หนักมากสำหรับกลุ่มนี้

“เรามีการปรับวิธีการพิจารณาสินเชื่อ Pricing อัตราดอกเบี้ยให้ต่ำกว่าตลาด และเรื่องพิจารณาเอกสารในการใช้ในการยื่นกู้ เป็นต้น เพราะเราต้องการเข้ามาดูแลผู้มีรายได้น้อยตามภารกิจการจัดตั้งของธนาคาร  ซึ่งกลุ่มนี้มักไม่สามารถเข้าถึงสินเชื่อของธนาคารพาณิชย์ได้ นี่เป็นข้อแตกต่างและเป็นหน้าที่ของเราที่จะทำให้กลุ่มนี้มีบ้านต้องเรียนว่าหากคนที่มีความสามารถทางรายได้ที่จะเลี้ยงตัวเองการจะมีบ้านหลังหนึ่งไม่ใช่เรื่องยากเพียงแต่วิธีการพิจารณาสินเชื่อและการคิดอัตราดอกเบี้ยต้องไม่ไปซ้ำเติม เพื่อทำให้คนกลุ่มนี้มีบ้านโดยไม่ต้องไปเช่าอยู่ซึ่งไม่ก่อให้เกิดเป็นสินทรัพย์ ดังนั้นถ้าเอาค่าเช่าที่เขาต้องเสียไปมาทำให้เขามีบ้านได้อย่างน้อยๆ ครอบครัวหนึ่งก็จะมีความมั่นคงในชีวิต และเป็นสินทรัพย์ที่มีมูลค่ามากขึ้นตามกาลเวลา”

ธนาคารที่ดีที่สุดสำหรับการมีบ้าน : The Best Housing Solution Bank

โซลูชั่นของคนอยากมีบ้านต้องได้บ้าน

พันธกิจ “ทำให้คนไทยมีบ้าน” ได้ถูกนำมาแปลงเป็นภาคปฏิบัติด้วยการคิดค้นโซลูชั่นตอบโจทย์คนอยากมีบ้านหากเข้ามาที่ธอส. ก็จะมีโอกาสได้บ้านไม่ว่าจะกลุ่มผู้มีรายได้น้อย หรือกลุ่มผู้ด้อยโอกาส ด้วยการวางตำแหน่ง ธอส. ให้เป็น The Best Housing Solution Bank ผ่านกลไก 3 ด้านที่จะเป็นฟันเฟืองหมุนขับเคลื่อนภารกิจของธนาคารให้ไปสู่เป้าหมาย ได้แก่ Social Solution ดูแลลูกค้า 4 กลุ่มหลัก ได้แก่ กลุ่มผู้ด้อยโอกาส กลุ่มผู้มีรายได้น้อย กลุ่มผู้มีรายได้ปานกลาง และกลุ่มผู้ทำประโยชน์ต่อสังคมและประเทศชาติ ให้เข้าถึงระบบการเงินเพื่อที่อยู่อาศัยดอกเบี้ยต่ำ โดยที่ผ่านมามีแพ็กเกจโครงการบ้านประชารัฐ โครงการบ้าน ธอส. เพื่อข้าราชการ โครงการบ้าน ธอส. เพื่อสานรัก โครงการสินเชื่อที่อยู่อาศัยเพื่อสวัสดิการแห่งรัฐ และโครงการบ้าน ธอส. เพื่อผู้สูงอายุ ซึ่งเป็นโครงการตามนโยบายรัฐบาลที่ต้องการสร้างความมั่นคงในการดำรงชีวิตของผู้สูงอายุ เป็นต้น

Business Solution หรือการเป็นทางเลือกที่ดีสำหรับกลุ่มผู้มีรายได้สูงด้วย New Business Model พร้อมนวัตกรรมสินเชื่อที่อยู่อาศัยที่หลากหลาย และ Management Solution หรือการบริหารงานอย่างมีประสิทธิภาพด้วยต้นทุนต่ำ ภายใต้กรอบภารกิจและหลักธรรมาภิบาล ควบคู่กับแนวคิดการปรับเปลี่ยนภาพลักษณ์องค์กรให้เป็น SMART Organization นับเป็นปัจจัยหลักอันนำมาซึ่งความแข็งแกร่ง มั่นคง และยั่งยืนขององค์กรตลอดไป

คุณฉัตรชัย กล่าวถึงการทำตลาด Social Solutions, Business Solution และ Management Solution ว่าจะทำให้องค์กรมีทิศทางในการทำงานชัดเจนมากขึ้นตามความต้องการของแต่ละกลุ่มเป้าหมาย

“Business Solution คือการปรับวิธีการทำงานเพื่อที่จะแข่งขันกับแบงก์พาณิชย์ได้ เพราะกลุ่มผู้มีรายได้สูงเป็นผู้มีความสามารถทางการเงินกลุ่มนี้ต้องการบริการที่รวดเร็วและมีลูกเล่นต่างๆเราก็ต้องออกโปรดักต์ที่ดึงดูดไม่ด้อยกว่าแบงก์พาณิชย์ในขณะกลุ่ม Social Solution คือกลุ่มที่มีรายได้น้อยหรือรายได้ปานกลางข้าราชการเจ้าหน้าที่รัฐ เราก็ต้องออกแบบผลิตภัณฑ์หรือวิธีการให้สินเชื่อที่เหมาะกับลักษณะรายรับที่เป็น Salary Base ดังนั้นวิธีการพิจารณาสินเชื่อก็จะต่างจากกลุ่มลูกค้าที่เป็นพนักงานเอกชน ซึ่งตอนนี้เรามีสัดส่วนลูกค้าระหว่าง Social และ Business อยู่ที่ 70:30 ส่วนManagement Solution จะเป็นเรื่องของการบริหารงานภายในขององค์กรทำยังไงที่จะให้หน่วยงานกลางหรือ Back Office จะเข้ามาสนับสนุนการทำงาน  Front Office ได้อย่างมีประสิทธิภาพ”

Transform to Digital Service Bank

อีกหนึ่งการปรับตัวที่เห็นได้ชัดคือการนำนวัตกรรมเข้ามายกระดับการทำงานภายในองค์กร โดยวางตำแหน่งให้ ธอส. Digital Service Bank ไม่ใช่ Digital Banking หลังจากเล็งเห็นว่าตามกรอบพ.ร.บ. การจัดตั้ง ธอส. มีวัตถุประสงค์หลักที่ต้องการเป็นธนาคารที่ดีที่สุดสำหรับสินเชื่อบ้านดังนั้นจึงไม่จำเป็นที่จะต้องลงทุนทางด้านไอทีเพื่อที่จะทำตัวเป็น Digital Bank

“เทคโนโลยีที่เปลี่ยนไปเร็วมาก ฉะนั้นการทํางานหนักในอดีตไม่ได้หมายความว่าจะเป็นการทำงานที่จะการันตีผลความความสำเร็จได้ในอนาคต จากนี้ไปเราจะต้องทำงานด้วยความฉลาดและมีนวัตกรรมในการที่จะนำองค์กรให้พัฒนาไป ขณะเดียวกันเราต้องมาดูบริบทของ ธอส. มีพนักงาน 5,000 คนมีสินทรัพย์ 1.2 ล้านล้านบาทมีขนาดใหญ่เป็น 1 ใน 5 ของประเทศดังนั้นถ้าเราไม่ใช้นวัตกรรมหรือไม่เปลี่ยนวิธีการทำงานที่ใช้แรงงานอย่างเดียวคงไม่สามารถที่จะอยู่ได้เราจำเป็นต้องมีการนำเทคโนโลยีเข้ามาช่วยให้บริการลูกค้าหรือแม้กระทั่งการทำงานภายในเพื่อให้บริการที่รวดเร็วเข้ากับยุคปัจจุบันที่สำคัญช่วยลดต้นทุน ซึ่งจะคืนกลับมาสู่ประชาชนด้วยการลดดอกเบี้ยให้กับลูกค้า”

เทคโนโลยีที่เปลี่ยนแปลงไปอย่างรวดเร็วยังส่งผลให้พฤติกรรมลูกค้าเปลี่ยนไป ธอส. จึงตั้งโจทย์การทำงานใหม่ เพิ่มความสะดวกให้ลูกค้าได้รับการบริการได้ทุกที่ทุกเวลาผ่านอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ และดิจิทัลแพลตฟอร์มเป็นการปิด Pain Point ของ ธอส. ในเรื่องชำระหนี้เงินกู้ที่มีสาขาน้อย และรอคิวที่เคาน์เตอร์นานให้หมดไป

เริ่มจาก Payment Gateway ผ่านเครื่อง LRM (Loan Repayment Machine) เป็นเครื่องรับชำระหนี้เงินกู้ ที่สามารถติดตั้งนอกสถานที่ได้ในคอนเซ็ปต์“ชำระกี่บัญชีก็นาทีเดียว” ลดปัญหาการกระจุกตัวการชำระหนี้เงินกู้ของลูกค้าในช่วงสิ้นเดือนเพิ่มประสิทธิภาพการให้บริการ และลดปริมาณธุรกรรมหน้าเคาน์เตอร์ ที่ผ่านมาติดตั้งเครื่องLRM ไปแล้วมากกว่า 200 เครื่องตามแหล่งชุมชม อาทิ สถานีรถไฟฟ้า ห้างสรรพสินค้า เพื่ออำนวยความสะดวกแก่ลูกค้าของธนาคารในการชำระหนี้เงินกู้ได้ทุกที่ทุกเวลา และลูกค้าสามารถรับใบเสร็จได้ทันที

นอกจากเครื่อง LRM เป็น Cash Payment แล้วปีที่ผ่านมาธอส. ได้ยกระดับไปสู่ Non-cash Payment  ตอบรับสังคมไร้เงินสดด้วยบริการ Dynamic QR Code ที่ ธอส.จะทำตัวเสมือนร้านค้า โดยจะเปิดให้ลูกค้าสามารถชำระหนี้เงินกู้ผ่านทางแอปพลิเคชั่นของธนาคารอื่น ๆ ที่สามารถนำมาทำธุรกรรม โดยลูกค้าสามารถเลือกจ่ายบัญชีไหนก็ได้ และจ่ายมากกว่าเงินงวดที่ต้องจ่ายปกติได้ ผ่านเครื่องให้บริการอัตโนมัติ (Kiosk) ซึ่งมีการติดตั้งไปแล้ว 20 เครื่อง ในเขตพื้นที่กรุงเทพฯ และปริมณฑล ถือได้ว่าเป็นการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการชำระหนี้ของลูกค้าแบบค่อยเป็นค่อยไปจากเดิมชำระด้วยเงินสดผ่านหน้าเคาน์เตอร์ หรือเครื่อง LRM เป็นชำระหนี้เงินกู้แบบไม่ต้องใช้เงินสดผ่าน QR Non-cash Payment และ GHB Mobile Application ตามลำดับ

นอกจากนี้ยังมีเครื่องรับเงินฝากประชารัฐ (Mobile Deposit Machine) เป็นเครื่องรับฝากเงินให้บริการนอกสถานที่แก่ลูกค้ากลุ่มผู้มีรายได้น้อยตามชุมชนต่างๆเพื่อความรวดเร็ว มั่นใจ ปลอดภัย สร้างวินัยการเงินเสริมความเข้มแข็งเพื่อการเข้าถึงแหล่งสินเชื่อเพื่อการมีบ้านในอนาคตโดยปัจจุบันให้บริการแล้วจำนวน 200 เครื่อง ทั่วประเทศ

ในส่วนของการให้ข้อมูลก็จะให้บริการผ่านระบบ Internet Banking ของ ธอส. www.ghbanksmart.com หรือสแกน QR Code ที่ Facebook Fanpage ธนาคารอาคารสงเคราะห์โดยลูกค้าสามารถระบุข้อมูลเบื้องต้นตามที่ธนาคารกำหนด อาทิ ข้อมูลบุคคล ข้อมูลรายได้ วัตถุประสงค์ และวงเงินขอกู้ ระยะเวลาผ่อนชำระ สาขาที่ต้องการใช้บริการ และช่วงเวลาที่สะดวกเพื่อให้เจ้าหน้าที่ธนาคารติดต่อกลับ และอำนวยความสะดวกในการของสินเชื่อบ้านกับ ธอส.

จากสาขาบนดินสู่สาขาบนห้าง

ล่าสุดสร้างสาขาบนอากาศกับแอพ GHB ALL

ล่าสุดในเดือนกันยายนที่จะถึงนี้ธอส. กำลังเปิดตัว Mobile Application ชื่อ GHB ALL ภายใต้คอนเซ็ปต์ All Service in Your Hand. มอบทุกบริการที่มีบนสาขาให้กับลูกค้าตลอดเวลา 24 ชั่วโมงทุกที่ทุกเวลา

ฟีเจอร์หลักของ GHB ALL ให้บริการด้านเงินฝาก (ฝาก-ถอน-โอน), ชำระค่าบริการค่าสาธารณูปโภค ชำระเงินกู้พร้อมบริการใบเสร็จรับชำระหนี้เงินกู้แบบอิเล็กทรอนิกส์ และเป็นช่องทางแจ้งข้อมูลข่าวสารของธนาคารทั้งแพ็กเกจสินเชื่อ อัตราดอกเบี้ยเงินฝาก และเงินกู้ เป็นต้น ชำระหนี้เงินกู้

นอกจากนี้ยังมีฟีเจอร์บริการจองคิวล่วงหน้า แล้วจะส่ง SMS แจ้งเตือนเมื่อใกล้ถึงคิว เพื่อเข้าใช้บริการในช่องพิเศษโดยที่ไม่ต้องกดบัตรคิวรอ  และบริการเตือนให้ชำระหนี้เงินกู้รายเดือน รวมถึงสอบถามข้อมูลการยื่นขอสินเชื่อบ้าน ฝากเงิน รวมทั้งลูกค้าที่ต้องการขอสินเชื่อก็สามารถ Pre – approved วงเงินให้กู้ นัดวันยื่นเอกสาร แจ้งสาขาที่จะยื่นกู้ แจ้งสถานะยื่นกู้ ซึ่งจะช่วยลดระยะเวลาการอนุมัติเป็นนิติกรรมเซ็นสัญญากับกรมที่ดินได้ภายใน 2 วัน ทั้งนี้ GHB ALL จะถูกพัฒนาต่อเนื่องจนเสร็จสมบูรณ์ภายในปีนี้

“เพราะเราต้องการขจัดปัญหาคำว่ารอนาน และเสียเวลาทิ้งไปให้หมด โดยนำบริการทั้งหมดที่สาขาให้บริการมาอยู่ในมือของลูกค้า ขณะเดียวกันก็สามารถพลิกข้อจำกัดของ ธอส. ที่มีพนักงาน 5,000 คนและมีสาขา 202 สาขาทั่วประเทศเทียบไม่ได้กับแบงก์พาณิชย์ที่มีหลักพัน ให้กลายเป็นข้อได้เปรียบ เพราะต้นทุน Operation Cost เราต่ำ เราเอาแอพพลิเคชั่นเข้ามาให้บริการบนอากาศหมายความว่า ลูกค้าจะเจอเราได้ทุกที่ทุกเวลาก็สามารถเข้าสู่กระบวนการการขอสินเชื่อได้ ซึ่งจะเป็นการเพิ่มโอกาสสร้างรายได้ให้กับ ธอส.”

คุณฉัตรชัย คาดว่าภายในสิ้นปีนี้จะมีลูกค้าที่เปลี่ยนมาใช้บริการผ่านอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ และดิจิทัลแพลตฟอร์มเพิ่มขึ้นในสัดส่วน 40% ของจำนวนธุรกรรมที่มาชำระเงินกู้ที่เคาน์เตอร์ของธนาคารทั้งหมดจากฐานลูกค้าในปัจุจบัน 1.2 ราย และปีหน้าจะเพิ่มเป็น 65%

“แม้ว่าสัดส่วนการใช้งานในปัจจุบันจะยังไม่ทำให้ ธอส. อยู่ในขั้นของการลดต้นทุนแต่เรามองว่า วิธีนี้จะช่วยให้ธนาคารสามารถควบคุมต้นทุนได้ในระดับเดิมแต่ขยายการให้บริการได้มากขึ้น จากเดิม 1 สาขาจะมี Teller หรือพนักงานให้บริการ 3-4 คน ปัจจุบันเราให้ Teller 2 คนเปลี่ยนไปให้บริการด้านสินเชื่อ ที่เหลือให้บริการธุรกรรมด้านเงินฝากเท่ากับว่าเราสามารถเพิ่มประสิทธิภาพ Workforce ในฝั่งของสินเชื่อเพื่อที่จะให้บริการทางด้านหน่วยหารายได้ โดยที่เราไม่ได้ลดคน แต่สามารถที่จะขยายธุรกิจของเราภายใต้ต้นทุนเท่าเดิม”

Proactive Teamwork

กับการสร้าง Proud to Be Culture

อย่างไรก็ตาม ในเรื่องของภัยคุกคามที่จะมา Disruption องค์กรใดองค์กรหนึ่งในวันนี้เกิดขึ้นได้ในหลายรูปแบบไม่เฉพาะแค่เรื่องเทคโนโลยี แต่ยังเป็นเรื่องของวิธีคิด และการทำงานของคนในองค์กร ดังนั้นวิธีที่จะรับมือกับภัยคุกคามดังกล่าว คุณฉัตรชัย ให้ความสำคัญกับการเตรียมคนให้มีความไดนามิคกับการเปลี่ยนแปลงของตลาด

“สิ่งสำคัญคือการสร้าง Attitude ให้ทุกคนตระหนักว่าความสำเร็จขององค์กรในอดีตไม่ได้การันตีว่าจะทำให้องค์กรอยู่ได้ในวันพรุ่งนี้หรือต่อให้องค์กรแข็งแกร่งมั่นคงแค่ไหน จู่ๆ มี New Player นอกอุตสาหกรรมมาจากไหนก็ไม่รู้มา Disrupt แล้วพนักงานไม่มีความสามารถในการปรับตัว หรือมัวติดกับดักความสำเร็จ ก็สามารถพังครืนได้อย่างรวดเร็ว อย่างที่เราเห็นตัวอย่างบริษัทยักษ์ใหญ่ที่ล้มหายไปในอดีต ดังนั้นพนักงานจะต้องมี Attitude ในการก้าวข้ามและตื่นตัวในการที่จะเปลี่ยนเพื่อรับมือเพราะเราไม่สามารถรู้ได้ว่า Disruption จะมาในรูปแบบไหน และเมื่อไหร่ประเด็นเดียวที่เราทำได้ คือ การเตรียมความพร้อมของพนักงานให้มีความสามารถในการรับมือกับความเปลี่ยนแปลง”

การลุกขึ้นมาปฏิวัติการทำงานครั้งใหญ่ มาจากการปรับการทำงานให้พนักงาน Proactive มากขึ้น โดยเริ่มจากให้พนักงานเข้ามามีส่วนร่วมเพื่อที่จะเข้าใจและแก้ปัญหาร่วมกันเป็นกระบวนการเร่งให้เกิดความร่วมมือขึ้นโดยอัตโนมัติ

ยกตัวอย่างการเกิดขึ้นของแอพพลิเคชั่น GHB ALL มาจากการให้พนักงานทุกคนซึ่งเป็นทั้งผู้ปฏิบัติงาน และมีฐานะเป็นลูกค้าของ ธอส. ได้ทดลองใช้แอพพลิเคชั่นก่อน พร้อมเปิดเวทีให้ทุกคนเข้ามาแสดงความคิดเห็น และร่วมมือกันแก้ปัญหาจนทำให้ GHB ALL เป็นแอพพลิเคชั่นที่มี User Interface ที่ใช้งานง่าย และมีบริการครบครันตามที่ลูกค้าต้องการ

 “เราจำเป็นต้องสร้างวัฒนธรรมองค์กรแบบใหม่ซึ่งต้องทำแบบค่อยเป็นค่อยไป โชคดีที่พนักงานธอส. ทุกคนเห็นความสำคัญของการเปลี่ยนแปลง เพราะเราแสดงให้เห็นว่าเปลี่ยนแล้วมันดีต่อองค์กรจริงๆ ไม่ได้ทำเพื่อคนใดคนหนึ่ง พอเปลี่ยนแล้วเกิดผลลัพธ์ดีขึ้นกับทุกคนในองค์กรจริง และสิ่งที่สำคัญทุกวันนี้เรากำลังพยายามสร้างให้พนักงานมีความรู้สึก Proud To Be ถ้าเขารู้สึกภูมิใจในการเป็นพนักงานขององค์กรแล้วการทำงานจะมาด้วยใจโดยไม่ต้องบังคับเลย พร้อมจะปรับปรุงตัวเองพร้อมที่จะปรับปรุงองค์กรให้เป็นแบรนด์ที่ประชาชนยอมรับ และอยากทำให้องค์กรแข็งแรงขึ้นเรื่อยๆ”

High Performance

แน่นอนว่าวัฒนธรรมองค์กรใหม่ย่อมส่งผลให้การเปลี่ยนแปลงเกิดโมเมนตั้มมากขึ้น ดังจะเห็นได้จาก Productivity ของพนักงาน และผลประกอบการของ ธอส. ที่ทำได้สูงกว่า KPI ที่กระทรวงการคลังกำหนดไว้

โดยนับเป็นครั้งแรกในประวัติศาสตร์ที่ธนาคารสามารถปล่อยสินเชื่อใหม่ได้ 122,9363 ล้านบาท หรือเกิน 1 แสนล้านบาทภายในระยะเวลาเพียง 6 เดือนเพิ่มขึ้นถึง 53.67% คิดเป็น 85,263 บัญชีและคาดว่าสิ้นปีนี้ยอดการปล่อยสินเชื่อจะสูงถึง 2 แสนล้านบาท สูงกว่าเป้าเดิมที่ตั้งไว้ 1.8 แสนล้านบาท หรือคิดเป็นอัตราการเติบโต 7% ในขณะที่สามารถรักษา NPL ให้อยู่ในระดับต่ำที่ 4% เท่านั้น

คุณฉัตรชัย กล่าวถึง Key Success ว่าเป็นผลมาจากสภาวะเศรษฐกิจโดยรวมที่ขยายตัวดีขึ้น รวมถึงการจัดทำผลิตภัณฑ์สินเชื่อของ ธอส. ที่ตรงกับความต้องการของลูกค้าทุกระดับรายได้โดยที่ผ่านมาธอส. มีการออกผลิตภัณฑ์แทบทุกไตรมาสรองรับความต้องการของลูกค้า และบริบทของประเทศในขณะนั้น โดยเฉพาะโปรดักต์ในปีที่แล้วที่ออกมาได้ช่วยให้ประชาชนมีบ้านโดยช่วยลดภาระค่าใช้จ่ายการมีบ้านด้วยการออกค่าใช้จ่ายให้หมดเลย ไม่ว่าจะเป็นค่าธรรมเนียมการยื่นกู้ค่าประเมินหลักประกันค่านิติกรรมและค่าจดจำนอง 1%  ช่วยลดภาระต้นทุนการมีบ้านของลูกค้าให้ต่ำที่สุด มากไปกว่านั้นการตรึงอัตราดอกเบี้ยในช่วงดอกเบี้ยขาขึ้น ทำให้ประชาชนได้รับประโยชน์ในการชำระผ่อนสินเชื่อเท่าเดิม ในภาวะดอกเบี้ยขาขึ้นได้

“Key Success อีกข้อหนึ่งมาจาก  Passion ในการทำงานของพนักงานและนโยบายของรัฐบาลตามที่ ดร.สมคิด จาตุศรีพิทักษ์ ให้นโยบายมาว่า ธอส. ไม่ได้มีหน้าที่ทำกำไรเข้ารัฐสูงสุดแต่มีหน้าที่ทำให้คนมีบ้านโดยที่มีผลประกอบการผ่าน KPI แค่นั้นพอ ดังนั้นเมื่อนโยบายชัดเจนทำให้เราสามารถที่จะออกแบบ Product  และปรับวิธีการทำงานของธนาคาร โดยที่เราไม่ได้คำนึงที่จะสร้างกำไรสูงสุด หรือส่งเงินเข้ารัฐเป็นอันดับ 1แต่เรายังคงส่งเงินเข้ารัฐตาม KPI ที่วางไว้ในขณะเดียวกันเราเอากำไรนั้นกลับคืนมาที่ประชาชน เราสามารถที่จะคิดอัตราดอกเบี้ยต่ำกว่าตลาด 0.25-0.50 สตางค์นั่นหมายถึงเราช่วยแบ่งเบาภาระผ่อนชำระของลูกค้าจากเดือนละ 6,000 บาท ลดลงเหลือ 4,800-5,000 บาท หรือลดไปประมาณพันกว่าบาทจากวงเงินสินเชื่อ 1 ล้านบาท โดยที่รัฐไม่ได้เสียรายได้จากการที่เราส่งน้อยลงเพราะเงินยังอยู่ในกระเป๋าของประชาชนที่เขาไม่ต้องมาจ่ายเงินกู้ในราคาที่สูงเขาก็ไปจับจ่ายใช้สอยอย่างอื่นก็หมุนเวียนในเศรษฐกิจเป็นภาษีที่วิ่งกลับเข้าไปหารัฐในรูปแบบอื่นมากกว่าที่เราจะนำส่งเป็นกำไรด้วยซ้ำไป”

 

Branding by Create Value

ไม่เพียงแต่ตัวเลขผลประกอบการที่เพิ่มสูงขึ้นเท่านั้น ในส่วนของภาพลักษณ์แบรนด์ก็ได้รับการชื่นชมเช่นกัน สะท้อนได้จากผลการวิจัย Thailand’s Most Admired Brand 2018 ในหมวดธนาคารเฉพาะกิจ แบรนด์ธอส. สามารถไต่อันดับความนิยมขึ้นมาอยู่ในอันดับ 2 จากเดิมอยู่อันดับ 4 ภายในระยะเวลาเพียงปีเดียวทั้งๆ ที่ ธอส. ไม่ได้ลุกขึ้นมาใช้เม็ดเงินสร้างแบรนด์ผ่านโฆษณาประชาสัมพันธ์มากเหมือนแบรนด์อื่น 

“ผมคิดว่า ธอส. สร้างแบรนด์ผ่านการทำงาน จากวิสัยทัศน์ที่เราต้องการให้ ธอส. เป็นธนาคารที่ดีที่สุดสำหรับการมีบ้าน โดยมีพันธกิจ “ทำให้คนไทยมีบ้าน” แล้วเราทำอย่างนั้นได้จริงๆ ตามที่แบรนด์Represent ออกไป ผมถือว่านั่นคือ การสร้างแบรนด์ที่ดีที่สุด ทำให้ความเชื่อมั่นของแบรนด์เกิดขึ้นเองโดยไม่จำเป็นที่จะต้องไปทำ Marketing หรือสร้างภาพให้ดูดี เพราะบางครั้งการทำอย่างนั้นกลับเป็นดาบสองคมด้วยซ้ำไปถ้าเราทำภาพให้ดูดีแต่ถึงเวลาคนมาสัมผัสแล้วไม่ใช่ตามที่โฆษณาไว้ จะส่งผลเสียกับแบรนด์มากกว่าตรงนี้ผมเลยอยากที่จะให้สร้าง Brand Value ให้ไปตาม Missionของธนาคารที่ว่าอยากให้คนไทยมีบ้าน แล้วเราทำได้จริงๆตามนั้น จะทำให้แบรนด์มี Value ด้วยตัวของมันเองโดยธรรมชาติโดยที่เราไม่ต้องไปสร้าง ซึ่งตอนนี้คนไทยเริ่มรู้แล้วว่าธอส. มีนโยบายที่อยากให้คนไทยมีบ้าน และเวลาที่เขาเข้ามาเข้าสู่กระบวนการขอสินเชื่อแล้วได้บ้านในอัตราดอกเบี้ยที่แข่งขันได้กับแบงก์พาณิชย์ มีความอะลุ่มอล่วยมากกว่า และภาระในการมีบ้านมีต้นทุนที่ต่ำ และไม่เอาเปรียบลูกค้า”

คุณฉัตรชัย กล่าวต่อว่า ภาพของธอส. ในวันนี้แตกต่างไปจากอดีตมาก จากการสำรวจตลาดพบว่าคนทั่วไปมี Perception กับธอส. ในแง่ที่ว่าทำให้คนไทยมีบ้าน หรือหากคิดจะขอสินเชื่อบ้านก็จะนึกถึงแบรนด์ธอส.

“ผมมองว่าส่วนหนึ่ง  Message ของ Mission ที่ออกไปในเรื่องของการทำให้คนไทยมีบ้านเป็นภาษาที่ง่ายและ บ้านก็เป็นปัจจัย 4 ของทุกคนอยู่แล้ว เมื่อ ธอส. ทำให้คนมีบ้านได้จริงจากตัวเลขการปล่อยสินเชื่อที่เพิ่มขึ้นทุกปีจาก 1.8 แสนล้าน ในปี 2559 และ 1.9 แสนล้าน ในปี 2560 จนเกิดเป็น Word of Mouth ทดลองเข้าไปขอสินเชื่อ และกลายเป็นลูกค้า ธอส. ในที่สุด”

 

เดินหน้าโครงการบ้านล้านหลัง ***ส่ง Press Release ล่าสุดให้ค่ะ****

สำหรับแนวทางการดำเนินงานในครึ่งปีหลัง คุณฉัตรชัย กล่าวว่า ธนาคารพร้อมร่วมมือพันธมิตรสนับสนุนสินเชื่อสำหรับผู้มีรายได้น้อยให้สามารถเข้าถึงแหล่งเงินทุนตามนโยบายรัฐบาลที่ต้องการให้คนไทยทุกคนมีที่อยู่อาศัยและมีคุณภาพชีวิตที่ดี รวมถึงเป็นกลไกของภาครัฐช่วยให้ภาคธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ของประเทศขยายตัวอย่างแข็งแรงต่อเนื่องตามแผนยุทธศาสตร์ชาติ 20 ปี ถือเป็นภารกิจหลักที่ ธอส.ต้องดำเนินการสนับสนุนให้คนไทยมีบ้านโดยเฉพาะอย่างยิ่งผู้ที่ต้องการความช่วยเหลือ 3 กลุ่มหลัก ได้แก่กลุ่มผู้มีรายได้น้อย/ผู้ด้อยโอกาส กลุ่มที่เริ่มสร้างครอบครัวใหม่ และกลุ่มผู้สูงอายุโดยเฉพาะ “โครงการบ้านล้านหลัง” ที่ ธอส. เตรียมความพร้อมที่จะเปิดตัวอย่างเป็นทางการในไตรมาส 4 ของปีนี้

โดยโครงการดังกล่าวจะเป็นการปล่อยกู้สินเชื่อบ้านไม่เกิน 1 ล้านบาท ในวงเงินการปล่อยสินเชื่อทั้งหมด 50,000 ล้านบาทผ่อนเดือนละ 3,800 บาทนาน 40 ปี และดอกเบี้ยคงที่ถึง 5 ปี จากเดิมที่ได้เพียง 3 ปี ปัจจุบัน ธอส. ได้รวบรวมที่อยู่อาศัยที่มีราคาต่ำกว่า 1 ล้านบาทจากดีเวลลอปเปอร์จนได้แล้วกว่า 1.2 แสนยูนิต เพื่อรองรับ 3 กลุ่มนี้

“เป็นการเจาะตลาดกลุ่มลูกค้าที่เช่าบ้านอยู่ เพราะอัตราการผ่อนชำระเท่ากับค่าเช่าบ้าน ซึ่งเราเตรียมวงเงินปล่อยกู้ไว้ 50,000 ล้านบาทจนถึงไตรมาสแรกของปีหน้า แต่ถ้าหากมีดีมานด์ในตลาดสูงมาก เราก็จะกลับมาบริหารการจัดการเพื่อขยายวงเงินออกไป ปัจจุบันโครงการบ้านล้านหลังกำลังอยู่ในขั้นตอนนำเสนอบอร์ดคณะกรรมการธนาคารอาคารสงเคราะห์ในการพิจารณาในเดือนสิงหาคมนี้ จากนั้นจะส่งเข้ากระทรวงการคลังและที่ประชุม ครม. คาดว่าอย่างช้าภายในเดือนตุลาคมนี้น่าจะประกาศเปิดตัวอย่างเป็นทางการ”

Next

กับเป้าหมายการทำงานในอนาคต คุณฉัตรชัย ยังคงทุ่มเวลาไปกับยุทธศาสตร์การปรับกระบวนการทำงานภายในองค์กรอย่างต่อเนื่องเพื่อให้เกิดประสิทธิภาพสูงสุด อาทิ กระบวนการขอสินเชื่อการบริการเงินฝาก งานประเมินราคางานนิติกรรม งานทางด้านบัญชีและทรัพย์สินทั้งหมด เพื่อลดขั้นตอนเพื่อมอบบริการให้เร็วที่สุด ในต้นทุนที่ต่ำกว่าเดิม เพื่อนำไปชดเชยในส่วนของการดึงอัตราดอกเบี้ยให้ต่ำ

“ผมเป็นคนที่ทำงานแล้วยึดหลักการแข่งขันกับตัวเอง โดยไม่จมอยู่กับความสำเร็จ เพราะถ้ามองว่าเราประสบความสำเร็จแล้วหรือได้ตามที่เราหวังไว้แล้วเราก็จะหยุด และจะเจอกับดักของความสำเร็จ ซึ่งไม่ก่อให้เกิดการพัฒนาอีกต่อไปหน้าที่ของผมมีอย่างเดียวคือการวางแผนว่าปีนี้เราจะทำอะไรปีหน้าเราจะทำอะไร ประกอบกับดูบริบทประเทศคู่แข่งขัน และเทคโนโลยีและเราก็เปลี่ยนองค์กรของเราให้ไปสู่จุดนั้น โดยมีผลประกอบการไม่ต่ำกว่า KPI ที่กำหนดไว้ แต่เราไม่ได้มองว่าเราทำได้ตามเป้าแล้วหยุด หรือพัก ซึ่งยุคนี้พักไม่ได้ เราจะต้องวิ่งไปให้ไกลที่สุดเพราะเทคโนโลยีเปลี่ยนคู่แข่งเปลี่ยนและไลฟ์สไตล์ของคนก็เปลี่ยน ทำให้เราหยุดไม่ได้”

“ที่สำคัญผมมีหน้าที่ในการส่งมอบองค์กรให้กับ MD ท่านต่อไปจะทำยังไงให้องค์กรแข็งแรง และเดินหน้าต่อไปอย่างมั่นคง และพร้อมรับมือกับความเปลี่ยนแปลงในอนาคต ท่ามกลางความท้าทายของธุรกิจธนาคารในอนาคตที่มีความซับซ้อนมากขึ้น”  

LH Bank เปิดตัวผลิตภัณฑ์ “เงินฝากสีเขียว” ร่วมขับเคลื่อนสู่เศรษฐกิจคาร์บอนต่ำ

LH Bank จับมือ พฤกษา จัดโปรโมชันพิเศษสินเชื่อบ้าน ด้วยแคมเปญ “SEE YOU ศูนย์”

LH Bank ส่ง GENIE AI สร้างประสบการณ์สั่งงานด้วยเสียง บนแอป LHB You รายแรกของไทย เพื่อให้ “ภาษาการเงิน” เข้าถึงได้ง่ายขึ้น

Beyond Banking กรุงศรีกางโรดแมปปี 2026 ชูกลยุทธ์ ‘One Krungsri’ ผสาน Data-AI ขยายพอร์ตความยั่งยืน 3.5 แสนล้าน

LH Bank จัดสัมมนา “Gallop into 2026 Blueprint” ถอดรหัสกลยุทธ์ สร้างโอกาสการลงทุนโลกการเงิน

เดอะวิสดอมกสิกรไทย ก้าวสู่มาตรฐานใหม่แบบเหนือระดับ ตอกย้ำความสำเร็จกลยุทธ์ “UP & MORE PERSONALIZED*” ด้วยสิทธิพิเศษที่ ‘เลือกเองได้และใช้ได้จริง’

ยุค AI ปัญหาไม่ใช่ Content น้อย แต่สมองอาจจะยังไม่รับ บทเรียนถอดสมองมนุษย์จากเวที ADFEST 2026

ถอดวิธีคิด ONN ANU ปั้นรีเทลไซส์เล็กอย่างไร เมื่อมี ‘ทำเลทอง’ อนุสาวรีย์ฯ เป็นแต้มต่อ

คุยกับ นัทธมน พิศาลกิจวนิช 5 ความท้าทายของ “สุกี้ตี๋น้อย” บทพิสูจน์ผู้นำในสมรภูมิสุกี้ 3 หมื่นล้าน

เข็ม-วิลาวัณย์ สุรพงษ์ชัย / ADFEST 2026 “ในโลกที่ AI ทำทุกอย่างเร็วขึ้น มนุษย์กลับจดจำความรู้สึก มากกว่า Efficiency”

Read More Stories  

Research

ทำไม Gen Y ที่เคยถูกมองว่า ‘ใช้เงินเก่งสุด’ กลายเป็นคนที่ ‘วางแผนการเงินจริงจังที่สุด’? โดย 41.7% เลือกออมและลงทุนเพื่อครอบครัว

เปิดรายชื่อ 685 ร้านที่ได้รับรางวัล LINE MAN Wongnai Users' Choice Best of 2026

เทรนด์สุขภาพมาแรง! เมนูสลัดขึ้นแท่นเมนูยอดนิยมไตรมาสแรกกวาดยอดขายกว่า 1 ล้านจาน

หากช่องแคบฮอร์มุซปิด 3 เดือน จะเกิดอะไรขึ้นบ้าง?

Read More Stories  

Digest

OR ขานรับนโยบายรัฐฯ จำหน่ายน้ำมันดีเซล B20 อีกทางเลือกที่คุ้มค่าและยั่งยืน รองรับภาคขนส่ง อุตสาหกรรมและเกษตรกรรม

หยุดยาวแบบสบายใจ! ประกันติดโล่ แจกฟรีประกันบ้าน-อุบัติเหตุ รวม 30,000 สิทธิ์ คุ้มครองทั่วไทยรับเทศกาลสงกรานต์ปี 69

“เถ้าแก่น้อย” จัดงาน Taokaenoi X ChenZheYuan A Global Journey of Flavor ตอกย้ำสู่การเป็น Global Brand ด้วย New Asian Wave

Unboxing Ideas

สูตรลับคุมะมง เมื่อการ “ปล่อยให้ใช้ฟรี” กลายเป็นเครื่องจักรสร้างมูลค่าระดับล้านล้าน

Faminchu Theatre โรงหนังไซซ์มินิในสนามบินโอกินาว่า เปลี่ยนเวลารอเครื่องให้กลายเป็นเรื่องเล่า ผ่านหนังสั้นโปรโมทเมือง

สัมผัส "Luminara" ซูเปอร์ยอทช์ จาก The Ritz-Carlton Yacht Collection ชมห้องพักคืนละ 235,000 บาท/คน

ทำไมแม่ตุ๊กตาของพันช์คุง ชื่อ DJUNGELSKOG ไม่ใช่อุรังอุตัง ส่องไอเดียการตั้งชื่อของ IKEA เมื่อ ‘สถานที่’ กลายเป็นชื่อของไลน์สินค้า

Read More Stories  

Video

BrandAge Online 2024

เมิร์ซ เอสเธติกส์ ประเทศไทย ขับเคลื่อนการเติบโตผ่านคน ด้วยวัฒนธรรมองค์กรที่เข้มแข็ง.

เคล็ดลับหน้ากล้องและหลังเวที 'ป๋าเต็ด' ยุทธนา บุญอ้อม

ถอดรหัสแนวคิด ภาวิต จิตรกร : จัดคอนเสิร์ตอย่างไรให้ปัง และไม่แย่งตลาดกันเอง

What’s Next? เมื่อ Pandemic เปลี่ยนเป็น Endemic

Read More Stories  

บริษัท แบรนด์เอจ มาร์เก็ตติ้ง รีซอร์สเซส จำกัด.
All rights reserved.

Contact