4. เป๊ปซี่เฉือนคมโค้ก ชิงภาพรายแรกเปิดตัวแพ็กเกจจิ้งแบบแคน
การชิงไหวชิงพริบของ 2 แบรนด์ยักษ์ใหญ่ในตลาดน้ำอัดลมคือโค้กกับเป๊ปซี่มีมาอย่างยาวนาตลอดหลายปีที่ผ่านมา ที่เป็นไฮไลท์หนึ่งก็คือการชิงเปิดตัวแพ็กเกจจิ้งแบบแคนที่สนุกเร้าใจอย่างมาก เพราะขณะที่โค้กเตรียมเปิดตัว โค้ก แคน เป๊ปซี่ ก็ชิงตัดหน้า เปิดตัวเป๊ปซี่ แคน ก่อน
ว่ากันว่า ในครั้งนั้น เป๊ปซี่ ยังไม่มีแพ็กเกจจิ้งแบบแคนในเมืองไทย แต่ใช้วิธีการชิงเปิดตัวด้วยการนำเข้ามาจากประเทศสิงคโปร์ เพื่อตัดหน้าโค้ก จนกลายเป็นแบรนด์แรกที่เปิดตัวแพ็กเกจจิ้งแบบแคนในเมืองไทย เรียกได้ว่าเป็นการเฉือนกันด้วยระยะเวลาไม่กี่ชั่วโมง แต่ก็ได้ภาพในฐานะการแบรนด์แรกที่เปิดซิงตลาด ซึ่งล่าสุด หลังจากที่เป๊ปซี่ เริ่มกลับมามีความพร้อมและเปิดเกมไล่บี้ชิงแชร์โค้กที่ครองส่วนแบ่งตลาดรวมกว่า 50%
5. มิสเตอร์โดนัท QSR แบรนด์แรกที่สัมผัสลิ้นคนไทย
แม้ไก่จะเป็นประเภทของอาหารจานด่วน (QSR :Quick Service Restaurant) ที่มีคนไทยบริโภคมากที่สุด แต่ QSR แบรนด์แรกที่เข้ามาเปิดในบ้านเรา กลับเป็นแบรนด์โดนัทอย่างมิสเตอร์ โดนัท โดยในปี พ.ศ. 2521 สุทธิชัย จิราธิวัฒน์ และสุทธิเกียรติ จิราธิวัฒน์ นำเข้ามาทำตลาดในนามของ บริษัท ไทยแฟรนไชซิ่ง จำกัด และเปิดร้านมิสเตอร์ โดนัท สาขาแรกที่สยามสแควร์ ต่อมาในปี พ.ศ. 2546 มิสเตอร์ โดนัท ได้เข้ามาอยู่ภายใต้การบริหารงานของ บริษัท เซ็นทรัล เรสตอรองส์ กรุ๊ป จำกัด หรือ CRG
ปัจจุบัน มิสเตอร์ โดนัท มีสาขารวมมากกว่า 338 สาขา กระจายอยู่ในกว่า 70 จังหวัดทั่วประเทศ ซึ่งที่เปลี่ยนแปลงไปตามกาลเวลาตลอดกว่า 30 ปี ของการเข้ามาเปิดตัวในเมืองไทยก็คือ ตลาด QSR มีขนาดใหญ่ขึ้นด้วยตัวเลขของมูลค่าตลาดกว่า 40,000 ล้านบาท ที่สำคัญตลาดนี้ยังสามารถขยายฐานเข้าไปหากลุ่มแมสและทำให้การบริโภคกลายเป็นมื้อธรรมดาของพวกเขา โดยตลาดที่มีการบริโภคมากสุดยังคงเป็นไก่ทอด ตามมาด้วยเบอร์เกอร์ พิซซ่า และโดนัท
สำหรับตลาดโดนัทนั้น มีมูลค่าประมาณ 3,800 ล้านบาท เป็นตลาดที่มีการแข่งขันค่อนข้างสูง โดยมีแบรนด์โดนัทใหม่ๆ รวมทั้งร้านขนมใหม่ๆ เกิดขึ้นตลอดเวลา เข้ามาร่วมแชร์พื้นที่กระเพาะของผู้บริโภค ความท้าทายของมิสเตอร์ โดนัท จึงไม่ใช่แค่การเป็นที่หนึ่งในกลุ่มโดนัทอย่างเดียว แต่ทำอย่างไรที่จะขยายสินค้าให้คนเข้าร้านมากกว่าเดิม โดยพยายามผลักดันให้ตัวเองเป็นมากกว่าแค่โดนัท แต่เป็นส่วนหนึ่งของไลฟ์สไตล์ของคนรุ่นใหม่ที่ต้องการอิ่ม อร่อย กับขนม และกาแฟหอมกรุ่น....
6. ซันวา ผู้เปิดหัวตลาดบะหมี่ซอง
“ซื้อมาม่ายี่ห้อไวไวซองหนึ่ง” ความคุ้นชินของลูกค้าร้านชำ ที่มักจะเรียกบะหมี่กึ่งสำเร็จรูปว่ามาม่า จนแบรนด์นี้ กลายเป็น Generic Name ของบะหมี่กึ่งสำเร็จรูปมาพักใหญ่ๆ ก่อนที่จะเจือจางไปในปัจจุบัน โดยมาม่า เป็นผู้นำตลาดที่มีส่วนแบ่งตลาดมากกว่า 50% ของตลาดที่มีมูลค่าประมาณ 14,500 ล้านบาท
แม้จะเป็นผู้นำตลาดที่ค่อนข้างนำโด่ง แต่มาม่าก็ไม่ใช่แบรนด์แรกที่เข้ามาเปิดตลาดนี้ โดยเป็นแบรนด์ที่ 4 ที่เข้ามาทำตลาดต่อจาก ซันวา ยำยำ และไวไว ซึ่งก่อกำเนิดมาตั้งแต่ปี 2514 ผู้บุกเบิกตลาดอย่างซันวา เป็นบะหมี่กึ่งสำเร็จรูปในสไตล์ญี่ปุ่นที่ต้องต้มก่อนรับประทาน จึงตอบโจทย์ความสะดวกสบายในการบริโภคได้ไม่เต็มที่เหมือนกับยำยำ ไวไว และมาม่า ที่เป็นบะหมี่กึ่งสำเร็จรูปแบบไต้หวันที่แกะซอง เติมน้ำร้อน รอ 2 – 3 นาทีก็รับประทานได้
ด้วยรสชาติความอร่อยตามสโลแกน มาม่า อร่อย ที่ใช้มาหลายปี บวกกับระบบการจัดจำหน่ายที่แข็งแกร่งของสหพัฒนพิบูล ทำให้มาม่า ก้าวขึ้นมาเป็นผู้นำตลาดมาอย่างยาวนาน แม้ในช่วง 1 – 2 ปีที่ผ่านมาตลาดบะหมี่กึ่งสำเร็จรูปต้องเผชิญกับภาวะเศรษฐกิจถดถอย จนในปี 2558 ตลาดเติบโตแค่ 0.4% ซึ่งถือเป็นการเติบโตที่ต่ำสุดในรอบ 44 ปี แต่บะหมี่กึ่งสำเร็จรูป ก็ยังคงเข้ามาเป็นส่วนหนึ่งของชีวิตประจำวันของคนไทยแบบแยกกันไม่ออกไปแล้ว....