ผลที่เกิดขึ้นก็คือ มียอด Engagement เกิดขึ้นสูงมาก แต่การเล่นกับความรู้สึกของคนซึ่งเป็นแฟนคลับเป็นอะไรที่เสี่ยงกับภาพลักษณ์ของแบรนด์มาก เราเลยเลือกที่จะเฉลยเลยว่านี่คือสถานการณ์สมมติในทันที จะเห็นได้ว่าทั้งหมดถูกคิดอย่างละเอียดในทุกขั้นตอน”
แม้ว่า Engagement จะเป็นเป้าหมายของแต่ละกิจกรรมที่นำเสนอ แต่ท้ายที่สุดแล้วแบรนด์ก็ต้องมาทำความเข้าใจในบริบทรอบข้างให้ถูกต้องและเหมาะสม ซึ่งนั่นจะนำไปสู่ยอด Engagement ที่มีประสิทธิภาพต่อแบรนด์
แตกต่างด้วยวิธีการเข้าถึงแบบใหม่ๆ
ศาสตร์และศิลป์ในการทำ Digital Marketing ถูกมัดรวมไปพร้อมๆ กัน ทำให้การเกิดขึ้นของแต่ละแคมเปญ มีที่มา มีเหตุมีผลที่ชัดเจน ข้อมูลต่างๆ ถูกเก็บและนำมาวิเคราะห์เพื่อทำให้การทำงานครั้งต่อไปเกิดผลที่มากกว่ายอด Engagement
ศิวลี อธิบายต่อว่า “การทำแคมเปญทุกวันนี้ของ AIS ต้องใช้วิธีการใหม่ๆ มาสร้างลูกเล่นให้เกิดความน่าสนใจอยู่เสมอ บางวิธีการที่เราเคยใช้แล้วประสบความสำเร็จมาก ก็ไม่สามารถนำมาใช้ต่ออีกได้ในครั้งต่อไป เพราะฉะนั้นทำให้ทีมงานต้องคิดปรับเปลี่ยนรูปแบบการนำเสนออยู่ตลอดเวลา แม้ว่าจะเป็น Content เดียวกัน เป้าหมายเดียวกัน แต่ต้องมีวิธีการเล่าเรื่อง และการเข้าถึงผู้บริโภคที่แตกต่างกันออกไป”
ศิวลี ยกตัวอย่างให้เห็นภาพมากขึ้น กับการสร้างกิจกรรมบนโซเชียลมีเดียอย่าง Twitter ในแคมเปญ AIS Next G ที่ได้เลือกเอาพรีเซ็นเตอร์อย่าง เป๊ก ผลิตโชค และแบมแบม มาอยู่ในแพลตฟอร์มนี้ เพื่อสื่อสารและสร้าง Engagement ระหว่างแบรนด์กับผู้บริโภคกลุ่มใหม่ๆ ที่ชื่นชอบการใช้ Twitter