นอกจากนี้ ยังมีการทำ Corporate Campaign ชุด “ชีวิตใหม่” เพื่อส่งเสริม และยกระดับคุณภาพชีวิตของผู้คน ด้วยความเชื่อมั่นว่า การเข้าถึงบริการทางการเงินที่เป็นธรรม และโปร่งใส คือสิทธิ์ที่ทุกคนพึงได้รับ เป็นการเล่นกับ Consumer Insight ผ่านประโยคบอกเล่าที่ว่า “เราไม่อยากให้คุณกลับมาหาเราอีก” สะท้อนให้เห็นถึงความจริงใจของแบรนด์ที่มีต่อผู้บริโภค
“สิ่งที่ทำให้เราแตกต่างจากแบรนด์อื่นๆ คือ เราเชื่อว่า ทุกคนควรจะได้รับสิทธิ์ในการเข้าถึงแหล่งเงินทุนที่โปร่งใส และเป็นธรรม เราจึงทำหน้าที่ช่วยคนให้เข้าถึงแหล่งเงินทุนที่ดีมีมาตรฐาน คือ การอนุมัติง่าย มีสาขาที่เข้าถึงง่าย ทำให้เขามีกำลังซื้อ และกำลังผ่อนที่เพิ่มมากขึ้น ขณะเดียวกันก็จะช่วยสร้างประวัติทางการเงิน หรือ Financial Profile ที่ดีให้กับเขาด้วย
แต่เดิมคนจะรู้จักเงินติดล้อจากการขอสินเชื่อ แต่ในความเป็นจริงพฤติกรรมทางการเงินของคนเราจะมีอยู่ด้วยกัน 4 เรื่อง คือ การขอเงินกู้ การทำประกัน การออมเงิน และการทำธุรกรรมโอนเงินจ่ายบิล ซึ่งเงินติดล้อเริ่มขึ้นจากการปล่อยสินเชื่อ และขยายมาที่เรื่องของประกัน เพื่อให้สอดคล้องกับเป้าหมายที่ต้องการช่วยให้ลูกค้าลดความเสี่ยงทางการเงิน ส่วนอีก 2 เรื่องหลังเรายังไปไม่ถึง”
คุณปิยะศักดิ์ กล่าวเสริมว่า บริษัทมีแนวคิดในเรื่องการสร้างวัฒนธรรมองค์กรผ่าน “ค่านิยม 7 ข้อ” (7 Core Values) ซึ่งสิ่งที่สะท้อนความเป็นตัวตนของแบรนด์ “เงินติดล้อ” ได้ชัดเจนที่สุด เป็นแกนหลัก และตัวเชื่อมต่อกับกลุ่มเป้าหมายต่างๆ เราใช้ค่านิยมเหล่านี้ในการสนทนาในธุรกิจประจำวัน มันเป็นสิ่งที่เราคิดว่าสุดท้ายคนพวกนี้แหละคือวัฒนธรรม และวัฒนธรรมมันจะสร้างประสบการณ์กับคนที่สัมผัสกับเรา ทั้งคู่ค้า ลูกค้า และตัวพนักงานที่มีกว่า 5,000 คน เข้าไว้ด้วยกัน
สำหรับ 7 Core Values ที่ถือเป็นค่านิยมองค์กรของชาวเงินติดล้อ ประกอบด้วย
1) Sustainable Impact by Creating Opportunities สร้างสรรค์ แบ่งปันโอกาส สู่ความสำเร็จอย่างยั่งยืน
2) Sense of Ownership with Gratitude รู้สำนึกและมีจิตวิญญาณความเป็นเจ้าของ
3) Candid Teamwork ร่วมมือร่วมใจ ตรงไปตรงมา เพื่อความสำเร็จของทีม
4) Serve with Integrity, Informality and Authenticity ทำทุกอย่างด้วยความซื่อสัตย์ จริงใจ และเป็นกันเอง
5) Thirst for Wisdom and Self-Development กระหายการเรียนรู้ และไม่หยุดพัฒนาตัวเอง
6) Experiment to Lead Change กล้าทดลองในสิ่งใหม่ พร้อมก้าวไปเป็นผู้นำการเปลี่ยนแปลง และ
7) Work Smart, Party Hard ทำงานให้เต็มที่ ปาร์ตี้ให้สุด
แม้ว่าวันนี้ “เงินติดล้อ” จะครองความเป็นหนึ่งในเรื่องของสินเชื่อทะเบียนรถ แต่คุณปิยะศักดิ์ กลับมองว่า สิ่งที่สำคัญเหนือกว่าการรักษาแชมป์ คือ การวางเป้าหมายที่มุ่งไปสู่การผลักดันให้มาตรฐานของอุตสาหกรรมนี้สูงขึ้น โดยก่อนหน้านี้ได้มีการให้ข้อมูลกับธนาคารแห่งประเทศไทย และกระทรวงการคลังว่า ตลาดสินเชื่อทะเบียนรถมีขนาดใหญ่ และควรมีการกำกับดูแลที่ดีขึ้น ซึ่งเป็นเรื่องที่น่ายินดีที่ภาครัฐให้ความสนใจต่ออุตสาหกรรมนี้มากขึ้น
“สิ่งที่ต้องทำต่อในอนาคต จึงยังเป็นเรื่องของการสร้างความเปลี่ยนแปลง พร้อมสร้าง Value Added ให้กับลูกค้าอย่างต่อเนื่อง แต่ความท้าทายของเราไม่ใช่ความพยายามตอบโจทย์ลูกค้าเก่าให้ดียิ่งขึ้น แต่อยู่ที่ว่าจะทำอย่างไรให้คนกลุ่มใหม่ๆ ได้รู้จักผลิตภัณฑ์ตรงนี้ จึงต้องมีเรื่องของการสื่อสาร และการให้ความรู้ โดยปัจจุบันเรามีโครงการ “นำความรู้สู่ชุมชน เพื่อชีวิตหมุนต่อได้” เพื่อให้ความรู้พื้นฐานด้านการเงินแก่ชาวบ้านทั่วประเทศ เช่น การทำบัญชีค่าใช้จ่าย การออมเงิน หรือการคำนวณอัตราดอกเบี้ย เป็นต้น ดังนั้นความท้าทายของเราจึงเป็นเรื่องความพยายามเข้าไปให้ถึงชุมชนต่างๆ เพื่อเข้าไปให้ความรู้ในเรื่องเหล่านี้”
ปัจจุบัน มีการประมาณการถึงตลาดรวมสินเชื่อทะเบียนรถว่า มีผู้ใช้บริการอยู่ประมาณ 3-5 ล้านคน ขณะที่แบรนด์ “เงินติดล้อ” จะมีกลุ่มลูกค้าอยู่เกือบ 5 แสนราย เติบโตเพิ่มขึ้นจากปีก่อนหน้าที่มีอยู่ราว 3.2 แสนราย และภายในปีนี้ วางเป้าหมายจะขยายสาขาให้ได้ครบ 1,000 สาขาทั่วประเทศ
สามารถติดตามข้อมูลเพิ่มเติมของเงินติดล้อได้ที่ https://www.ngerntidlor.com/th/about-us/our-standards.html