S10 ยังมีคุณสมบัติอัจฉริยะของระบบประมวลผลที่เป็น Machine Learning ช่วยให้ผู้ใช้มีชีวิตที่ง่ายยิ่งขึ้น ไม่ว่าจะเป็นการแชร์แบตเตอรี่ให้ Device อื่นๆ การเพิ่มประสิทธิภาพการทำงานของ AI และ Wi-Fi
Galaxy S10 ยังมีซอฟต์แวร์อัจฉริยะ สามารถตรวจจับการทำงานของแบตเตอรี่ CPU และ RAM หรือแม้แต่อุณหภูมิของตัวเครื่องตามการใช้งานของผู้ใช้ และยังสามารถเรียนรู้กิจวัตรการใช้โทรศัพท์เพื่อเปิดแอพที่ใช้บ่อยที่สุดได้เร็วยิ่งขึ้น ส่วน Wi-Fi อัจฉริยะใน S10 ทำให้การเชื่อมต่อเป็นไปอย่างราบรื่นไม่มีสะดุดและปลอดภัย โดยการสลับการเชื่อมต่อระหว่าง Wi-Fi และ LTE อีกทั้งคอยแจ้งเตือนเมื่ออุปกรณ์กำลังจะเชื่อมต่อกับ Wi-Fi ที่มีความเสี่ยง Galaxy S10 รองรับมาตรฐาน Wi-Fi 6 เพื่อให้สามารถใช้งาน Wi-Fi ราบรื่นยิ่งขึ้นเมื่อเชื่อมต่อกับเราเตอร์ที่รองรับ และยังมีการเชื่อมต่อสัญญาณ LTE ที่สามารถดาวน์โหลด และเบราซ์ข้อมูลได้เร็วถึง 2.0 Gbps เป็นครั้งแรก
ส่วนผู้ช่วยอัจฉริยะ Bixby ใน S10 สามารถช่วยจัดการชีวิตประจำวันของผู้ใช้และออกแบบการใช้งานแบบเฉพาะตัวของผู้ใช้โดยอัตโนมัติ ด้วยการตั้งค่าล่วงหน้า เช่น การใช้งานโทรศัพท์ขณะขับรถหรือก่อนเข้านอน โดยสามารถออกแบบได้ตามการใช้งานของผู้ใช้
ในด้านระบบที่เก็บข้อมูล S10+ มีที่เก็บข้อมูลใหญ่ที่สุดจัดเก็บข้อมูลได้มากถึง 1TB และมีหน่วยความจำ 12GB แต่ยังมีขนาดความจุ 128GB และ 512GB ให้เลือก S10 มาพร้อมกับที่เก็บข้อมูล 128GB หรือ 512GB และ S10e มีที่เก็บข้อมูล 128GB หรือ 256GB (ทั้ง S10, S10e มีหน่วยความจำ 8GB) และทั้งหมดนี้ยังสามารถเพิ่มหน่วยความจุข้อมูลด้วย Micro SD Card ได้สูงสุดถึง 512 GB
Galaxy ใหม่ตระกูล S10 ยังมีคุณสมบัติโดดเด่นอีกมาก เช่น ระบบการชาร์จเร็วแบบ Fast Wireless Charging 2.0 แพลตฟอร์ม Samsung Health, Samsung Pay และ Samsung DeX
ในงาน Galaxy Unpacked 2019 Samsung ยังเปิดตัว กลุ่มผลิตภัณฑ์สวมใส่ ได้แก่ Galaxy Watch Active, Galaxy Fit/Galaxy Fit e และ Galaxy Buds สนองตอบทุกไลฟ์สไตล์ของผู้บริโภค
สำหรับการวางขายในไทย Samsung Galaxy S10 จะเริ่มวางขายในวันที่ 8 มีนาคม 2562 เป็นต้นไป Galaxy S10e ราคา 26,900, Galaxy S10 ราคา 31,900 บาท, และ Galaxy S10+ รุ่นมาตรฐาน ราคา 35,900-55,900 บาท