ในปี 1979 เพียเจต์ (Piaget) แบรนด์ผู้ผลิตเครื่องบอกเวลาชั้นสูงที่มีประวัติศาสตร์และเกียรติภูมิมายาวนาน ได้รังสรรค์เรือนเวลาระดับตำนานที่ได้ชื่อว่าเป็นไอคอนแห่งยุคสมัยอย่าง เพียเจต์ โปโล (Piaget Polo) ขึ้นเป็นครั้งแรก ถึงแม้จะโด่งดังไปทั่วโลกแต่ เพียเจต์ โปโล มีความผูกพันเป็นพิเศษกับมหานครนิวยอร์ค เพราะในอดีตกาล ทีมนักกีฬาเพียเจต์ โปโลเคยขี่ม้าเฉลิมฉลองให้กับนาฬิการุ่นนี้บนถนนฟิฟท์ อเวนิว ใจกลางเมืองแมนฮัตตันมาแล้ว จึงไม่แปลกที่แบรนด์เลือกสานต่อตำนานบทต่อไปและเฉลิมฉลองอย่างยิ่งใหญ่กับการเปิดตัว เพียเจต์ โปโล เอส (Piaget Polo S) สำหรับสุภาพบุรุษเจเนอเรชั่นใหม่ ณ กรุงนิวยอร์คเมื่อปี 2016 ที่ผ่านมา
คอลเลคชั่น เพียเจต์ โปโล เอส (Piaget Polo S) ได้รับแรงบันดาลใจจากกีฬายอดนิยมสำหรับสังคมชั้นสูงอย่างกีฬาโปโล แฝงไว้ด้วยตัวตนของเพียเจต์ โซไซตี้ซึ่งยืดมั่นในมิตรภาพอันมั่นคงที่แบรนด์มีต่อโลกแห่งเสียงเพลง ภาพยนตร์ ศิลปะ และกีฬา อีกทั้งยังสามารถถ่ายทอดดีเอ็นเอและเอกลักษณ์ของแบรนด์ออกมาได้อย่างเต็มเปี่ยม จึงเป็นอีกหนึ่งเรือนเวลาระดับตำนานที่เพียเจต์ตั้งใจรังสรรค์ขึ้นเพื่อคนยุคใหม่ หรือกลุ่มคนที่เรียกว่า 'เกม เชนเจอร์' (Game Changer) สุภาพบุรุษผู้ซึ่งไม่เคยหยุดนิ่ง พร้อมท้าทายทุกสิ่งและใช้ชีวิตอย่างเต็มที่ ผู้กล้าที่จะเป็นตัวของตัวเองโดยไม่ตามแบบใคร ผู้พร้อมที่จะโชว์ความสามารถให้โลกได้รับรู้และภาคภูมิใจในความสำเร็จของตนเอง คนเหล่านี้ไม่ใช่ผู้ตามแต่เป็นคนที่ใช้ชีวิตด้วยความมุ่งมั่นในการทำความฝันให้เป็นจริง และเพื่อเป็นการเฉลิมฉลอง เพียเจต์ได้เลือก 9 สุภาพบุรุษคนดังจากทั่วโลกผู้ซึ่งประสบความสำเร็จจากหลากหลายวงการและสาขาอาชีพ มาเป็น Friend Of The Maison และเป็นตัวแทนของเกม เชนเจอร์ผู้สวมใส่ เพียเจต์ โปโล เอส รวมไปถึงนักแสดงระดับโลกและแบรนด์ แอมบาสเดอร์ของเพียเจต์อย่าง ไรอัน เรย์โนลด์ส (Ryan Reynolds)
กลับมาอีกครั้งอย่างยิ่งใหญ่ในปีนี้กับการเปิดตัวคอลเลคชั่นใหม่ล่าสุด "เพียเจต์ โปโล เอส" (Piaget Polo S) แบล๊ค อิดิชั่น 3 เรือนเวลาสุดคลาสสิคที่ดีไซน์ขึ้นเพื่อสวมใส่ในชีวิตประจำวัน เหมาะกับทุกเวลาทุกโอกาสไม่ว่าจะเป็นลุคแคชชวลหรือลุคทางการ ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์และความต้องการของเจเนอเรชั่นใหม่ที่มองหาความลงตัวในเรือนเวลาคู่กาย เพียเจต์ โปโล เอส มาในรุ่นออโตเมติกและรุ่นโครโนกราฟ ซึ่งเพียเจต์พัฒนาขึ้นพิเศษเพื่อใช้กับรุ่นโปโล เอส โดยเฉพาะ โดดเด่นด้วยผลงานดีไซน์อันเป็นซิกเนเจอร์ที่เน้นการเล่นกับรูปทรงหลากหลาย โดยเฉพาะหน้าปัดรูปทรงสี่เหลี่ยมมนหรือทรงคุชชั่น (cushion-shaped) บนตัวเรือนสแตนเลส สตีลทรงกลมขนาด 42 มม. ผสานพื้นหน้าปัดสลักลวดลายกิโยเช่ (Guilloché) ตามแนวนอน ช่องหน้าต่างบอกวันที่ ณ ตำแหน่ง 6 นาฬิกา เข็มบอกเวลาทรงดาบหรือทรงดอฟิน (dauphine) และอินเด็กซ์บอกเวลาสีเงินเคลือบสารเรืองแสงซุปเปอร์ลูมิโนว่า หัวเข็มวินาทีสเกเลตันทรงกรอบสี่เหลี่ยมตะแคงฉลุตัวอักษร P ขับเคลื่อนการทำงานด้วยกลไกไขลานอัตโนมัติ ผลิตขึ้นภายในโรงงานของตัวเอง มาพร้อมกระจกฝาหลังแซฟไฟร์คริสตัลที่เผยให้เห็นการทำงานของกลไกได้อย่างชัดเจน กันน้ำลึก 100 เมตร