3 เติม ได้แก่ 1.เติมทักษะให้ความรู้เพิ่มขีดความสามารถธุรกิจ
2.เติมทุนด้วยสินเชื่อดอกเบี้ยต่ำ ซึ่งธนาคารได้รับมอบหมายจากรัฐบาล เช่น สินเชื่อเพื่อยกระดับเศรษฐกิจชุมชน บุคคลธรรมดาปีที่ 1-3 เพียง 0.42% ต่อเดือน และนิติบุคคล อัตราดอกเบี้ย ปีที่ 1-3 เพียง 0.25% ต่อเดือน และสินเชื่อเถ้าแก่ 4.0 จากกระทรวงอุตสาหกรรม สำหรับนิติบุคคล อัตราดอกเบี้ยคงที่ 1% ต่อปี เป็นต้น
และ 3.เติมคุณภาพชีวิต พาเข้าถึงสิทธิ์ประโยชน์และสวัสดิการภาครัฐ สร้างความมั่นคงในอาชีพ ช่วยยกระดับคุณภาพชีวิตให้ดีขึ้น
“3D” ได้แก่ 1.D-Development = ช่วยพัฒนาธุรกิจด้วยความรู้คู่เงินทุน
2.D-Digital = บริการทันสมัยรวดเร็วเทคโนโลยีแพลตฟอร์ม SME D Bank ยื่นขอสินเชื่อ และหาความรู้ ผ่านออนไลน์ได้ทุกเวลา ทุกสถานที่ 24x7 (24 ชั่วโมง ตลอด 7 วัน)
และ 3.D-Delivery = บริการถึงถิ่นทั่วไทย ผ่านหน่วยบริการเคลื่อนที่ “รถม้าเติมทุน ส่งเสริม SMEsไทยฉับไวไปถึงถิ่น” ภายใต้โครงการนี้จะมี Mobile Unit จำนวนถึง 1,000 คัน ให้บริการครอบคลุม 7,255 ตำบลทั่วประเทศ สามารถอนุมัติสินเชื่อจากข้อมูลเชิงประจักษ์ ไม่ต้องใช้หลักทรัพย์ค้ำประกันโดยเจ้าหน้าที่ธนาคาร จะทำงานภายใต้รหัส 8-8-7 (8 โมงเช้า ถึง 2 ทุ่ม ตลอด 7 วัน) เพื่อให้ผู้ประกอบการได้รับบริการสะดวกสบายที่สุด
มงคล กล่าวต่อว่า จากการสำรวจดัชนีสถานการณ์ธุรกิจ SMEs และดัชนีความสามารถในการแข่งขันของธุรกิจ SMEs ตลอดปี 2561 ที่ผ่านมา โดยศูนย์พยากรณ์เศรษฐกิจและธุรกิจ มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย พบว่า ลูกค้า ธพว. ที่ได้รับ 3 เติม และ 3D จะมีดัชนีความสามารถธุรกิจ สูงกว่าค่าเฉลี่ยของเอสเอ็มอีทั่วไป บ่งชี้ว่าแนวทางดังกล่าว สร้างความเข้มแข็งให้แก่ผู้ประกอบการได้จริง รวมถึงตั้งเป้าสนับสนุนสินเชื่อมูลค่า 5.7 หมื่นล้านบาท แบ่งเป็นสำหรับเอสเอ็มอีทั่วไป วงเงินไม่เกิน 4 ล้านบาทต่อราย ประมาณ 3.5 หมื่นล้านบาท สำหรับรายย่อย วงเงินไม่เกิน 1 ล้านบาทต่อราย ประมาณ 2.2 หมื่นล้านบาท ก่อให้เกิดการสร้างงาน สร้างรายได้ เงินหมุนเวียนในระบบเศรษฐกิจกว่า 2.86 แสนล้านบาท
“จากแนวทางให้ 3 เติม ผ่านกระบวนการ 3D และยกระดับองค์กรสู่ดิจิทัลแบงก์กิ้งของ SME D Bank จะก่อประโยชน์แก่ทุกฝ่าย ช่วยผู้ประกอบการคนตัวเล็ก อยู่รอด ตลาดเติบโต ก้าวไปสู่ธุรกิจขนาดกลางและใหญ่ในอนาคต ซึ่งความสำเร็จของผู้ประกอบการ นั่นคือความสำเร็จของ SME D Bank” มงคลสรุป