ปีที่ผ่านมา “เมืองไทยประกันชีวิต” เตรียมความพร้อมเพื่อรับกระแสการเปลี่ยนแปลงทางธุรกิจ ทั้งในเรื่องของกลยุทธ์ นโยบาย การพัฒนาผลิตภัณฑ์ และการบริการอย่างครบเครื่อง เพื่อขับเคลื่อนองค์กรให้เติบโตอย่างต่อเนื่องภายใต้นโยบาย “ยึดลูกค้าเป็นศูนย์กลาง” (Customer Centric) ควบคู่ไปกับการเป็นผู้นำในการตลาดแบบหลายช่องทาง (Multi Distribution Channels) เพื่อเข้าถึงกลุ่มลูกค้ายุคใหม่ที่มีความแตกต่างกันทั้งเรื่องรูปแบบ และไลฟ์สไตล์
สาระ ล่ำซำ กรรมการผู้จัดการและประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท เมืองไทยประกันชีวิต จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า ปัจจุบันธุรกิจประกันชีวิตกำลังเดินหน้าเข้าสู่ยุคที่มีเจนเนอเรชั่นของคนที่หลากหลาย แต่ละวัยก็มีพฤติกรรมการบริโภค ประสบการณ์การใช้ชีวิต การบริหารความเสี่ยงและความต้องการที่แตกต่างกันอย่างชัดเจน ดังนั้น เพื่อให้สามารถตอบสนองความต้องการของลูกค้าได้อย่างตรงจุด ธุรกิจจึงต้องมีการปรับตัวให้รวดเร็วและเข้าถึงความต้องการในแต่ละบุคคลตามสภาพแวดล้อมที่เปลี่ยนแปลงไป
“ปัจจัยสำคัญที่ส่งผลให้เกิดการเปลี่ยนแปลงไปอย่างมาก ข้อแรก คือ เรื่องของพฤติกรรมผู้บริโภค สอง ปัจจัยทางด้านเศรษฐกิจ และการแข่งขันที่เข้ามาช่วยกระตุ้น และสาม เจนเนอเรชั่นของผู้บริโภคที่เปลี่ยนไปโดยคนรุ่นใหม่ๆ เติบโตขึ้นมา และมีบทบาทสำคัญในการกำหนดทิศทาง ทั้งเรื่องเศรษฐกิจ และการตอบรับในเรื่องของประกัน อีกทั้งยังมีแฟกเตอร์ตัวอื่นๆ เช่น Aging Society ที่ถือเป็นโอกาสสำคัญของธุรกิจประกันเพราะเป็นส่วนหนึ่งของ Ecosystem
ในมุมของธุรกิจประกันชีวิตหากเราสามารถที่จะปรับตัวเพื่อเปิดรับกับโอกาสเหล่านี้ได้ก็จะเป็นเรื่องที่ดี แต่การที่จะทำได้ต้องยอมรับว่า ยังมีข้อจำกัดในอีกหลายๆ เรื่อง เพราะที่ผ่านมา การประกันชีวิตยังเป็นธุรกิจที่ต้องนำเสนอจากข้างในออกไปสู่ภายนอก เพราะไม่ได้มีความสำคัญลำดับแรกๆ ที่คนอยากจะได้ ไม่ใช่ว่าตื่นเช้าขึ้นมาวันนี้รู้สึกอยากซื้อประกัน แม้ว่าในช่วงหลังๆ จะมีการพัฒนามากขึ้น มีการทำวิจัยสะท้อนความต้องการในมุมของลูกค้า หรือมีการกำหนดทิศทางตลาดเป็นแบบเซ็กเม้นเตชั่นมากขึ้นแล้วก็ตาม”