BrandAge

  • News & Next
    • ALL NEWS
    • Automotive
    • Property
    • Financial
    • Consumer Product & Retail
    • IT & Telecom
    • Energy
    • Fashion
    • Food & Beverage
    • Media
    • General
  • Unboxing Ideas
    • ALL NEWS
    • Brand
    • Design
    • Review
    • Technology
  • Think
    • ALL NEWS
    • Interview
    • Weekly Quote
  • Marketing School
    • ALL NEWS
    • อุบัติเหตุแบรนด์เนม
    • Vocabulary
    • Brand Battle
    • Change the pace
    • NYC S.E.A.L
    • DataAge
  • Analysis
  • Research
  • Startup & SMEs
    • ALL NEWS
    • SMEs
    • Startup
    • Fintech
  • Sustainable Brand
  • Magazine
    • Thailand's Social Power Brand
      • 2025
      • 2024
      • 2019
      • 2018
      • 2017
    • Thailand's Most Admired Brand
      • 2026
      • 2025
      • 2024
      • 2023
      • 2022
      • 2021
      • 2020
      • 2019
      • 2018
      • 2017
    • Thailand's Most Admired Company
      • 2025 - 2026
      • 2024 - 2025
      • 2023 - 2024
      • 2022 - 2023
      • 2021
      • 2020
      • 2019
      • 2018
    • Anniversary
      • 2025
      • 2024
      • 2023
      • 2022
      • 2021
      • 2020
    • Special Issue
      • นิลมังกร แบรนด์นวัตกรรมไทย
      • นิลมังกร The Reality Season 2
      • นิลมังกร The Reality Season 3
      • The Founder III
  • Publicity
  • Contact US
7,984
VIEWS

IMF ลด GDP โลกปี 2019 เหลือ 3.3% ชี้ความเสี่ยงต่อการเติบโตทางเศรษฐกิจสูงขึ้น

เม.ย. 12, 2562 BrandAge Team

กองทุนการเงินระหว่างประเทศ (IMF) แถลงการณ์ปรับลดคาดการณ์การเติบโตเศรษฐกิจโลกในปี 2019 เหลือ 3.3% ลดลงจาก 3.5% รวมถึงคาดการณ์ปริมาณการค้าโลกที่ถูกปรับลดลงเหลือ 3.4% จาก 4% จากประมาณการเดิมตามรายงานแนวโน้มเศรษฐกิจโลก (World Economic Outlook) ในเดือนมกราคม ปี 2019  โดยมองว่า ความเสี่ยงหลักต่อเศรษฐกิจโลก ได้แก่ มาตรการกีดกันทางการค้า เศรษฐกิจจีนที่ชะลอลงจากการปฏิรูปเศรษฐกิจภายในและสงครามการค้า เศรษฐกิจยูโรโซนที่ชะลอตัวต่อเนื่องจากปัจจัยเฉพาะในหลายประเทศสมาชิก ความไม่แน่นอนจาก Brexit และภาวะการเงินโลกที่มีแนวโน้มตึงตัวยังส่งผลลบต่อการขยายตัวของเศรษฐกิจโลกอย่างต่อเนื่อง ทำให้เศรษฐกิจราว 70% ของโลกซึ่งครอบคลุมเกือบทุกภูมิภาคหลักเผชิญกับภาวะการเติบโตทางเศรษฐกิจที่ชะลอลงกว่าที่คาดในปี 2019

อย่างไรก็ตาม IMF คาดว่า เศรษฐกิจโลกจะฟื้นตัวในช่วงครึ่งหลังของปี 2019 และในปี 2020 ขับเคลื่อนด้วยเศรษฐกิจกลุ่มประเทศกำลังพัฒนาและตลาดเกิดใหม่ (EM) ที่มีเสถียรภาพเพิ่มขึ้นและขยายตัวได้ดีในปี 2020 ประกอบกับปัจจัยสนับสนุนจากการปรับทิศทางการดำเนินนโยบายการเงินที่ผ่อนคลายมากขึ้นของธนาคารกลางของเศรษฐกิจหลัก มาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจทั้งการคลังและการเงินของจีนที่ทยอยส่งผล และปัจจัยฉุดรั้งเศรษฐกิจยูโรโซนมีแนวโน้มคลี่คลายลง เช่น การชะลอตัวของภาคอุตสาหกรรมยานยนต์ในเยอรมนี และความวุ่นวายทางการเมืองในภูมิภาค

Analysis

IMF ปรับลดคาดการณ์เศรษฐกิจปี 2019 ในกลุ่มประเทศที่พัฒนาแล้ว (DM) นำโดยเขตยูโรโซน ซึ่งคาดว่า จะขยายตัวชะลอลงกว่าที่คาดจากความเสี่ยงรายประเทศ และความไม่แน่นอนจากสถานการณ์ Brexit โดย IMF ปรับลดตัวเลขการเติบโตทางเศรษฐกิจของเขตยูโรโซนปี 2019 ลงเป็น 1.3% (จากเดิม 1.6%) (รูปที่ 1) และปรับลดประมาณการของประเทศหลักในยูโรโซนทั้งหมดจากความเสี่ยงภายในที่ต่อเนื่องมาจากปีก่อน เช่น ภาคอุตสาหกรรมยานยนต์ในเยอรมนีที่ชะลอลงจากมาตรฐานค่ามลพิษรถยนต์ฉบับใหม่ อัตราดอกเบี้ยพันธบัตรรัฐบาลอิตาลีที่ปรับสูงขึ้นต่อเนื่องนับตั้งแต่วิกฤตหนี้สาธารณะของอิตาลี และการประท้วงของกลุ่มเสื้อกั๊กเหลืองในฝรั่งเศส อีกทั้งบทสรุป Brexit ที่มีความไม่แน่นอนสูงยังคงส่งผลกระทบต่อความเชื่อมั่นภาคธุรกิจในภูมิภาคอย่างต่อเนื่อง ในอีกด้าน เศรษฐกิจสหรัฐฯ ถูกปรับลดประมาณการการเติบโตปี 2019 เป็น 2.3% (จากเดิม 2.5%) สะท้อนผลลบจากการปิดทำการของหน่วยงานรัฐฯ (government shutdown) ในช่วงเดือนมกราคม 2019 แต่ในภาพรวมของเศรษฐกิจสหรัฐฯ ถือว่าขยายตัวได้สูงกว่าระดับศักยภาพ ด้านเศรษฐกิจญี่ปุ่นถูกปรับคาดการณ์การเติบโตลงเป็น 1.0% (จากเดิม 1.1%) โดยภาคอุตสาหกรรมและการส่งออกญี่ปุ่นได้รับผลกระทบในช่วงไตรมาสแรกของปี 2019 จากการชะลอตัวของเศรษฐกิจจีน ส่งผลให้ความเชื่อมั่นของผู้ผลิตปรับตัวลง สำหรับปี 2020 IMF ประเมินว่า เศรษฐกิจกลุ่ม DM จะชะลอลงสู่ระดับ 1.7% จาก 1.8% ในปี 2019 เนื่องจากผลบวกของมาตรการกระตุ้นทางภาษีในสหรัฐฯ เริ่มหมดไป ในขณะที่เศรษฐกิจญี่ปุ่นอาจถูกกดดันจากการปรับขึ้นภาษีการบริโภคในเดือนตุลาคมปี 2019

IMF ปรับลดตัวเลขคาดการณ์การขยายตัวของเศรษฐกิจกลุ่ม EM ในปี 2019 จากการเติบโตที่ชะลอลงของเศรษฐกิจจีนและภาวะเศรษฐกิจตกต่ำต่อเนื่องจากปี 2018 ในบางประเทศ IMF ปรับลดประมาณการเติบโตทางเศรษฐกิจของกลุ่มประเทศ EM ในปี 2019 ลงเป็น 4.4% (จากเดิม 4.5%) โดยกลุ่มประเทศที่ถูกปรับลดลงมากที่สุดคือกลุ่มลาตินอเมริกาและตะวันออกกลางซึ่งยังเผชิญแรงกดดันจากความวุ่นวายทางการเมือง ภาวะเศรษฐกิจตกต่ำในอาร์เจนติน่า เวเนซุเอลา และอิหร่านที่ถูกคว่ำบาตรจากสหรัฐฯ รวมถึงปัจจัยสนับสนุนจากราคาน้ำมันที่คาดว่าจะลดลงจากปีก่อนหน้าและจะส่งผลลบต่อประเทศผู้ส่งออกน้ำมันเป็นหลัก เช่น ซาอุดิอาระเบียและอิหร่าน สำหรับปี 2020 คาดว่าเศรษฐกิจกลุ่มประเทศ EM จะกลับมาขยายตัวราว 4.8% ด้วยแรงสนับสนุนหลักจากนโยบายกระตุ้นเศรษฐกิจในหลายประเทศ และภาวะการค้าโลกที่มีแนวโน้มฟื้นตัวหากสงครามการค้าสหรัฐฯ-จีนไม่ทวีความรุนแรง

IMF คาดว่า เศรษฐกิจโลกจะกลับมาฟื้นตัวในช่วงครึ่งหลังของปี 2019 ต่อเนื่องถึงปี 2020 นำโดยการเติบโตของเศรษฐกิจกลุ่มประเทศ EM ในขณะที่เศรษฐกิจกลุ่มประเทศ DM มีแนวโน้มขยายตัวชะลอลงต่อเนื่อง การเติบโตของเศรษฐกิจโลกในปี 2020 จะถูกขับเคลื่อนด้วยเศรษฐกิจกลุ่มประเทศ EM ที่ขยายตัวได้ดีขึ้นด้วยปัจจัยสนับสนุนหลักจากการเติบโตของเศรษฐกิจจีนและอินเดียที่ระดับ 6.1% และ 7.5% ตามลำดับ โดยจีนได้กระตุ้นเศรษฐกิจผ่านการเร่งการลงทุนของภาครัฐและสนับสนุนภาคธุรกิจควบคู่กับการลดสัดส่วนการดำรงเงินสำรองของธนาคาร (RRR) อย่างต่อเนื่องเพื่อรักษาเสถียรภาพและสินเชื่อในระบบ เช่นเดียวกับอินเดียที่ดำเนินนโยบายการเงินแบบผ่อนคลายมากขึ้นและคาดว่าจะออกมาตรการกระตุ้นทางการคลังเพื่อสนับสนุนการเติบโตทางเศรษฐกิจโดยเฉพาะการลงทุนและการบริโภคอย่างต่อเนื่อง ในขณะเดียวกัน เศรษฐกิจ EM หลายประเทศที่เกิดวิกฤตในปี 2018 เช่น ตุรกีและอาร์เจนตินา คาดว่าจะมีเสถียรภาพเพิ่มขึ้นและมีแนวโน้มฟื้นตัวตั้งแต่ช่วงครึ่งหลังของปี 2019 นอกจากนี้ การฟื้นตัวของเศรษฐกิจโลกที่ 3.6% ในปี 2020 ยังได้รับอานิสงค์จากการปรับทิศทางการดำเนินนโยบายการเงินที่ผ่อนคลายมากขึ้นของธนาคารกลางในประเทศเศรษฐกิจหลักและปัจจัยบั่นทอนเศรษฐกิจยูโรโซนเริ่มลดลงหาก Brexit สามารถหาข้อสรุปได้ ทำให้ในระยะกลาง IMF ประเมินว่าเศรษฐกิจโลกในปี 2020จะยังคงขยายตัวได้ราว 3.6% 

IMF มองความไม่แน่นอนของเศรษฐกิจโลกปี 2019 อยู่ในระดับสูง แต่โอกาสการเกิดภาวะเศรษฐกิจถดถอยยังค่อนข้างต่ำ มาตรการกีดกันทางการค้ายังมีแนวโน้มส่งผลกระทบต่อการค้าและการลงทุนในวงกว้าง แม้ว่าสหรัฐฯ จะมีความคืบหน้าในการเจรจาข้อตกลงกับจีนและข้อตกลง USMCA ซึ่งกำลังมาทดแทนข้อตกลง NAFTA เดิม อย่างไรก็ตาม เศรษฐกิจโลกยังคงมีความเสี่ยงในประเด็นการขึ้นภาษีนำเข้ายานยนต์และชิ้นส่วนของสหรัฐฯ ซึ่งอยู่ระหว่างการพิจารณาของประธานาธิบดีทรัมป์ รวมทั้งล่าสุดสหรัฐฯ ขู่ขึ้นภาษีนำเข้าสินค้าของประเทศในสหภาพยุโรปด้วยข้อหาการปฏิบัติทางการค้าที่ไม่เป็นธรรมมูลค่าราว 1.1 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐ เนื่องจากสหภาพยุโรปให้การสนับสนุนอุตสาหกรรมอากาศยานภายในภูมิภาคที่กระทบต่ออุตสาหกรรมอากาศยานในสหรัฐฯ ซึ่งยังคงสร้างความไม่แน่นอนในนโยบายการค้าโลกและส่งผลต่อความเชื่อมั่นผู้บริโภคและภาคเอกชนมีแนวโน้มชะลอการบริโภคและการลงทุนลงในระยะข้างหน้า นอกจากนี้ เมื่อมองความไม่แน่นอนรายภูมิภาค ในเขตยูโรโซน อิตาลียังคงเผชิญอัตราดอกเบี้ยพันธบัตรรัฐบาลในระดับสูงสะท้อนความเสี่ยงที่ยังไม่คลี่คลายและอาจมีโอกาสในการเกิดวิกฤตธนาคารพาณิชย์ในอิตาลีได้หากสภาพคล่องตึงตัวเกินคาด นอกจากนี้ ความเสี่ยงที่สหราชอาณาจักรออกจากสหภาพยุโรปโดยไม่มีข้อตกลง (No-deal Brexit) และส่งผลกระทบรุนแรงต่อห่วงโซ่การผลิตและต้นทุนการค้าของเศรษฐกิจสหราชอาณาจักรและประเทศในสหภาพยุโรปยังคงมีอยู่ ขณะที่ในสหรัฐฯ วัฏจักรสินเชื่อกำลังอยู่ในช่วงปลายวัฏจักรขาขึ้น หากพิจารณาจากสัดส่วนตราสารหนี้ภาคเอกชนที่มีอันดับความน่าเชื่อถือต่ำที่มีสัดส่วนสูงขึ้นและการกู้เงินที่มีข้อสัญญาไม่เข้มงวด (covenant-lite loans) ที่มีมากขึ้นกว่าในอดีต จะส่งผลต่อความเสี่ยงในการชำระหนี้ของภาคธุรกิจในสหรัฐฯ ได้หากเศรษฐกิจสหรัฐฯ ชะลอตัวลงเกินคาด

Implication

ความเสี่ยงที่สูงขึ้นในหลายด้านเป็นความท้าทายต่อการฟื้นตัวของเศรษฐกิจโลกในช่วงครึ่งหลังของปี 2019 ซึ่งความเสี่ยงสำคัญที่ต้องจับตา 3 ประการ คือ 1) มาตรการ
กีดกันทางการค้า
 ซึ่งต้องติดตามความคืบหน้าในการเจรจาข้อตกลงระหว่างสหรัฐฯ-จีน และข้อตกลง USMCA ระหว่างสหรัฐฯ แคนาดาและเม็กซิโก รวมถึงการตัดสินใจขึ้นภาษีนำเข้าหมวดยานยนต์และชิ้นส่วนโดยประธานาธิบดีสหรัฐฯ ภายในวันที่ 18 พฤษภาคม 2) บทสรุปของ Brexit โดยเฉพาะรูปแบบความสัมพันธ์ระหว่างสหราชอาณาจักรและสหภาพยุโรปในอนาคต ซึ่งล่าสุดสหราชอาณาจักรและสหภาพยุโรปเห็นชอบร่วมกันเพื่อเลื่อนเส้นตาย Brexit ไปจนถึงเดือนตุลาคม 2019 เพื่อหลีกเลี่ยงเหตุการณ์ที่สหราชอาณาจักรจะต้องออกจากสหภาพยุโรปโดยไม่มีข้อตกลง (No-deal Brexit) และให้เวลาสหราชอาณาจักรหาบทสรุปรูปแบบความสัมพันธ์ที่ได้รับการยอมรับจากรัฐสภาอังกฤษ และ 3) ภาวะการเงินที่อาจกลับมาตึงตัวเกินคาด ไม่ว่าจะมาจากทิศทางของอัตราดอกเบี้ยทั้งระยะสั้นและระยะยาวในภูมิภาคหลักที่อาจพลิกกลับมาเพิ่มสูงขึ้น หากเงินเฟ้อหรือคาดการ์เงินเฟ้อเริ่มเร่งตัว รวมถึงความเสี่ยงจากหนี้ภาคเอกชนในสหรัฐฯ และจีนที่เพิ่มขึ้นค่อนข้างมากในช่วงหลายปีที่ผ่านมา อย่างไรก็ดี เศรษฐกิจโลกมีแนวโน้มฟื้นตัวได้หากเศรษฐกิจจีนฟื้นตัวจากการกระตุ้นเศรษฐกิจผ่านนโยบายการเงินการคลัง สหรัฐฯ และจีนสามารถบรรลุข้อตกลงการค้าเพื่อยุติสงครามการค้าได้เบื้องต้น สหรัฐฯ ไม่ขึ้นภาษีนำเข้าหมวดยานยนต์และชิ้นส่วน และสหราชอาณาจักรไม่เกิดเหตุการณ์ No-deal Brexit รวมทั้งการดำเนินนโยบายการเงินของกลุ่มประเทศหลักยังคงผ่อนคลายต่อเนื่อง

มุมมองของอีไอซีต่อนัยเศรษฐกิจไทยสอดคล้องกับประมาณการใหม่ของ IMF โดยเฉพาะภาคการส่งออกที่ชะลอลงและยังคงมีความเสี่ยงสูง อีไอซีปรับลดคาดการณ์ GDP ในปี 2019 ใหม่ที่ระดับ 3.6% (จากเดิม 3.8%) และปรับลดคาดการณ์อัตราการขยายตัวของมูลค่าการส่งออกไทยปี 2019 ในรูปดอลลาร์สหรัฐชะลอลงเหลือ 2.7% (จากเดิม 3.4%) สะท้อนว่าเศรษฐกิจไทยและหลายประเทศในกลุ่มอาเซียนยังคงเผชิญความเสี่ยงจากปริมาณการค้าโลกมีแนวโน้มขยายตัวลดลงในปี 2019 จากการชะลอตัวของเศรษฐกิจกลุ่มประเทศ DM และผลกระทบจากสงครามการค้า อย่างไรก็ตาม เศรษฐกิจไทยจะยังคงได้รับแรงสนับสนุนจากการฟื้นตัวของภาคการท่องเที่ยวและอุปสงค์ภายในจากการใช้จ่ายทั้งการลงทุนในประเทศที่คาดว่าจะกลับมาฟื้นตัวหลังการจัดตั้งรัฐบาล และการบริโภคภาคครัวเรือนที่มีแนวโน้มเติบโตตามการฟื้นตัวของรายได้และมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจของภาครัฐ อย่างไรก็ดี แม้เศรษฐกิจโลกจะมีแนวโน้มเติบโตในอัตราที่ชะลอลงและความผันผวนจากปัจจัยภายนอกประเทศยังคงมีสูง แต่เสถียรภาพภาคต่างประเทศของไทยยังคงแข็งแกร่ง ทำให้คาดว่าเศรษฐกิจไทยจะสามารถต้านทานผลกระทบจากภายนอกได้ ทั้งนี้อีไอซีมองเงินบาทเทียบดอลลาร์สหรัฐ ณ สิ้นปี 2019 ทรงตัวอยู่ในกรอบ 31-32 บาทต่อดอลลาร์สหรัฐ โดยมีปัจจัยสนับสนุนจากเงินดอลลาร์สหรัฐ ที่มีแนวโน้มอ่อนค่าลงในช่วงครึ่งหลังของปี 2019

มากกว่าการชำระเงิน แต่คือ “Experience Platform” ตอบโจทย์การใช้ชีวิตแบบ 360 องศา “Bangkok Bank M Visa ของ The Mall Group”

ONYX ผนึก Equatorial ส่งแบรนด์โรงแรมหรูเบอร์ 1 มาเลเซียปักธง ‘EQ Phuket’ พร้อมรับแรงหนุน LH Bank สร้างนิยามใหม่แห่งการพักผ่อนระดับโลก

LH Bank สนันสนุนสินเชื่อ 1,800 ล้านบาท แก่ ออนิกซ์ ฮอสพิทาลิตี้ กรุ๊ป เพื่อพัฒนาโครงการ "EQ Phuket" เสริมศักยภาพตลาดท่องเที่ยวในภูเก็ต

LH Bank จัดงานเอ็กซ์คลูซีฟดินเนอร์ ขอบคุณพันธมิตรทางธุรกิจ

LH Bank จับมือ บิ๊กซี เปิดให้บริการฝาก-ถอนเงินสด พร้อมโปรโมชันฝากเงินรับคูปองส่วนลด

LH Bank เปิดตัวผลิตภัณฑ์ “เงินฝากสีเขียว” ร่วมขับเคลื่อนสู่เศรษฐกิจคาร์บอนต่ำ

DNA ต้องเป๊ะ-คอนเทนต์ต้องปัง AnyMind Group กางตำราปั้น Community เปลี่ยนผู้ติดตามให้เป็นลูกค้าอย่างยั่งยืน

จาก Cultural Asset สู่ Economic Asset สูตรความสำเร็จเฟสติวัลไทย

ครึ่งเก้า GROUP ดันแนวคิดพาร์ตเนอร์ไม่ใช่ลูกสังกัด พร้อมเดินเกมขยายเค้กทั้งอุตสาหกรรม

แรนดี้ – ชัยชัช นพประภา ปั้นตลาดโอมากาเสะสไตล์ “Fillets” เปลี่ยนซูชิเป็นประสบการณ์ เปลี่ยนร้านอาหารเป็นโรงละคร

Read More Stories  

Research

เมื่อ “คนโสด” เป็นคนหมู่มากของสังคมไทย และกำลังสร้าง “เศรษฐกิจคนโสด” ปรากฏการณ์ที่ธุรกิจไทยไม่อาจมองข้าม

ไถฟีดอยู่ดีๆ สรุปได้ตั๋วเครื่องบินเฉย! Klook เผยคนไทยกว่า 52% เที่ยวตามคอนเทนต์บนโซเชียล

Salesforce เผย มีเพียง 5% ของพนักงานไทยที่ไม่ใช้ AI Agent องค์กรต้องเร่งสร้างทักษะก่อนเสียความสามารถในการแข่งขัน

ค่าครองชีพพุ่ง งานไม่มั่นคง บ้านในฝันไกลเกินฝัน เสียงประชาชน 18.3 ล้านเอนเกจเมนต์ สะท้อนวิกฤตเศรษฐกิจไทย

Read More Stories  

Digest

ซีพี แอ็กซ์ตร้า ผนึกกรมควบคุมมลพิษ–พันธมิตร ประกาศเจตนารมณ์ ขับเคลื่อนเศรษฐกิจหมุนเวียน สู่การใช้ทรัพยากรพลาสติกอย่างยั่งยืน

เอพี ไทยแลนด์ ตอกย้ำองค์กรแห่งการเรียนรู้ เสริมทัพสกิล AI มุ่งส่งมอบ LIVING QUALITY

PTG โชว์ฟอร์ม! Q1/69 พอร์ต Non-Oil แข็งแกร่ง กำไรขั้นต้นโต 6.1% YoY - กาแฟพันธุ์ไทยขยายสาขาแตะ 2.3 พันสาขา ปริมาณการจำหน่ายน้ำมันโต 5.2% YoY

Unboxing Ideas

โตเกียวชุบชีวิต “ตู้โทรศัพท์” สู่จุดกระจาย Wi-Fi ฟรี เพราะของเก่า ไม่จำเป็นต้องถูกทิ้งเสมอไป

“ไม่มีคำว่าแก่เกินเล่น” เมื่อ LEGO อัปเดตกล่องใหม่เป็น 100+ เพื่อเป็นของขวัญแด่ Sir David Attenborough

Farmhouse Fact รู้หรือไม่ สีคลิปหนีบถุงขนมปัง มีสีต่างกันตาม 'วันที่วางขาย'

อยากกินก็ต้องทนรอ จาก 3 วิ เป็น 3 นาที KitKat กับ Vending Machine ที่ช้าสุดในโลก

Read More Stories  

Video

BrandAge Online 2024

เมิร์ซ เอสเธติกส์ ประเทศไทย ขับเคลื่อนการเติบโตผ่านคน ด้วยวัฒนธรรมองค์กรที่เข้มแข็ง.

เคล็ดลับหน้ากล้องและหลังเวที 'ป๋าเต็ด' ยุทธนา บุญอ้อม

ถอดรหัสแนวคิด ภาวิต จิตรกร : จัดคอนเสิร์ตอย่างไรให้ปัง และไม่แย่งตลาดกันเอง

What’s Next? เมื่อ Pandemic เปลี่ยนเป็น Endemic

Read More Stories  

บริษัท แบรนด์เอจ มาร์เก็ตติ้ง รีซอร์สเซส จำกัด.
All rights reserved.

Contact