ธีรวุธ ย้ำต่อไปอีกว่า กลยุทธ์การทำงานควบคู่ไปกับ Business Partners ซึ่งจำแนกเป็น 4 ประเภทด้วยกัน ที่เชื่อมโยงกับทุกกลุ่มสินค้าของบราเดอร์ คือ
1.การจัดอบรมให้กับคู่ค้าทางธุรกิจของบราเดอร์ เพื่อให้เข้าใจถึงวิธีการนำเสนอโซลูชันให้กับแต่ละกลุ่มธุรกิจ
2.ขยายช่องทางการจัดจำหน่ายในกลุ่มสินค้าเครื่องพิมพ์ฉลาก ไปยังกลุ่มอุตสาหกรรมและกลุ่มอิเล็กทรอนิคส์
3.จับมือพันธมิตรทางธุรกิจด้านซอฟแวร์สแกนเนอร์ เพื่อนำเสนอในลักษณะโซลูชั่น และตอบโจทย์ความต้องการของลูกค้าอย่างตรงจุด
4.ผนึกกำลังกับพันธมิตรทางธุรกิจด้านจักรเย็บผ้า ในการทำกิจกรรมการตลาดต่างๆ ไปยังกลุ่มจักรเย็บผ้าและจักรปัก โดยตลอดทั้งปีจะมีกิจกรรมเพื่อพบปะลูกค้ากลุ่มต่างๆ ผ่านทางการจัดสัมมนา, กิจกรรม Workshops รวมทั้งการติดต่อโดยตรงจาก Brother
สำหรับด้านการเติบโตบราเดอร์มีการเติบโตในทุกกลุ่มสินค้า โดยมีสัดส่วนรายได้ แบ่งเป็นกลุ่มตลาดผู้บริโภค (Consumer) 30%, กลุ่มธุรกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (SMEs) 50% และอีก 20% เป็นกลุ่มธุรกิจองค์กรและภาครัฐ (Corporate & Government) โดยตั้งเป้ากลุ่มองค์กรให้เติบโตชึ้นเป็น 30% ในปีนี้
ซึ่งปัจจุบัน บราเดอร์ มีสำนักงานในภูมิภาคอาเซียนรวม 6 แห่ง ประกอบด้วย ไทย สิงคโปร์ ฟิลิปปินส์ อินโดนีเซีย เวียดนาม และมาเลเซีย โดย บราเดอร์ คอมเมอร์เชี่ยล ประเทศไทย ถือเป็นอันดับ 1 ด้านผู้นำตลาดอาเซียนโดยมีส่วนแบ่งสูงสุดที่ 38% โดยคาดการณ์ผลการดำเนินธุรกิจในปีงบประมาณ 2559 (ระหว่างเดือน เม.ย. 59 - มี.ค. 60) คาดว่าจะเติบโตจากปีงบประมาณ 2558 (ระหว่างเดือน เม.ย. 58 - มี.ค. 59) ประมาณ 5% และคาดว่าปีงบประมาณ 2560 (ระหว่างเดือนเม.ย.60 – มี.ค.61) จะเติบโตขึ้นจากปีงบประมาณ 2559 อีก 5%
โดยที่ตัวเลขรายได้ของบราเดอร์ 90% มาจากพรินเตอร์ ที่เหลือเป็นเครื่องพิมพ์ฉลากและจักรเย็บผ้าโดยบราเดอร์ตั้งเป้าจะเป็น Market Leader ในทุก Segment ตลาด มาตามดูกันต่อไปว่าบราเดอร์จะสามารถพิชิตเป้าหมายได้หรือไม่