การเปิดตัว “โมโนริ” ลงตลาดซี สแน็คของบริษัท ไทยยูเนี่ยน กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) หรือ ทียู ผู้นำธุรกิจอาหารทะเลและผู้ผลิตทูน่ากระป๋องรายใหญ่ของโลก ไม่ใช่เป็นแค่การเปิดตัวสแน็คแบรนด์ที่ 2 ในเครือเท่านั้น แต่นี่คือบททดสอบแรกขอไทยยูเนี่ยนในการพัฒนาผลิตภัณฑ์ที่เป็นการสร้าง Value Added จากวัตถุดิบ ซึ่งไทยยูเนี่ยน วางเป็นแนวทางในการทำตลาดเพื่อต่อยอดไปสู่ผลิตภัณฑ์อื่นๆ ที่จะตามมาในอนาคตอันใกล้นี้
ฤทธิรงค์ บุญมีโชติ ประธานกรรมการบริหาร กลุ่มธุรกิจอาหารแช่แข็งและธุรกิจที่เกี่ยวข้อง บริษัท ไทยยูเนี่ยน กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) บอกกับเราว่า โมโนริ จะเป็นการพัฒนาต่อยอดผลิตภัณฑ์จากกุ้งแช่แข็ง และเข้ามาทำตลาด ซี สแน็คเป็นครั้งแรก โดยได้แรงบันดาลใจมาจากการที่ผู้บริหารได้เห็นถึงวัฒนธรรมการทานกุ้งทั้งตัวในประเทศญี่ปุ่น ซึ่งแตกต่างจากคนไทยที่นิยมทานแค่เนื้อกุ้ง จึงมีความคิดในการที่จะสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับวัตถุดิบกุ้ง ด้วยการใช้ประโยชน์จากหัวกุ้งที่คัดแยกออกมาจากการผลิตกุ้งเพื่อส่งออก และเลือกแก้มกุ้งที่เป็นส่วนที่เหมาะสมที่สุดมาผลิตเป็นสแน็ค ที่มีความกรอบอร่อยและแคลเซียมสูง
“ในแต่ละปีเราใช้กุ้งเป็นวัตถุดิบในการผลิตค่อนข้างเยอะ คือใช้กุ้งถึงปีละไม่ต่ำกว่า 5 หมื่นตัน ที่ผ่านมาใช้แต่ตัวกุ้ง ส่วนที่เป็นหัวหรือแก้มกุ้งจะถูกคัดทิ้งไป เรามองว่า น่าจะนำมาสร้างมูลค่าเพิ่มได้จึงเป็นที่มาของการทำ R&D และต่อยอดมาสู่การทำเป็นซี สแน็คภายใต้แบรนด์โมโนริ ที่ทำจากแก้มกุ้ง โดยใช้เวลาวิจัยและพัฒนาเป็นเวลา 1 ปี ก่อนที่จะได้เป็นสินค้าใหม่”
ว่าไปแล้วสินค้าสแน็คของทียูเนี่ยน กรุ๊ป ถือเป็นกลุ่มสินค้าที่มีสัดส่วนรายได้ค่อนข้างน้อยหากเทียบกับรายได้รวมของกลุ่มที่มีประมาณ 140,000 ล้านบาท แต่สิ่งที่น่าสนใจก็คือ โมโนริ จะเป็นก้าวแรกของการต่อยอดการสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับวัตถุดิบที่ใช้ในการผลิต ซึ่งครอบคลุมทั้งกุ้ง ปลา และผลิตภัณฑ์จากทะเลตัวอื่นๆ
ตลาดซี สแน็ค ในบ้านเรามีมูลค่าประมาณ 5,000 ล้านบาท หรือคิดเป็นสัดส่วน 15% ของตลาดสแน็คโดยรวมที่มีมูลค่า 39,587 ล้านบท เติบโต 9.5% ในปีที่ผ่านมา ส่วนหนึ่งมาจากเรื่องของคุณประโยชน์ของตัวสินค้าที่เกาะติดไปกับกระแสการใส่ใจสุขภาพของผู้บริโภค
ไทยยูเนี่ยน มองว่าในปีนี้ตลาดน่าจะมีการเติบโตไม่น้อยกว่าปีก่อน เนื่องจากยังมีความต้องการบริโภคอย่างต่อเนื่อง ขณะที่ผลิตภัณฑ์ประเภท Sea Snack ในตลาดขนมขบเคี้ยวแม้มีจำนวนมาก แต่ส่วนใหญ่จะเป็นผลิตภัณฑ์ที่ทำมาจากวัตถุดิบอื่นๆ ขณะที่ผู้ประกอบการที่ผลิตสินค้าที่ทำมาจากกุ้ง หรือในรูปแบบเดียวกับ “โมโนริ แก้มกุ้ง” ยังมีไม่มากนัก จึงเป็นช่องว่างที่สามารถแทรกเข้าไปเติบโตได้ในตลาดนี้ โดยจะใช้งบในการทำตลาดช่วง 4 เดือนที่เหลือของปีนี้ที่ 30 ล้านบาท
ในปีแรกนี้ ไทยยูเนี่ยนตั้งเป้ายอดขายของโมโนริไว้ที่ 40 – 50 ล้านบาท ภายใน 3 ปีจะเพิ่มยอดขายเป็น 200 ล้านบาท โดยเริ่มส่งออกในปีหน้า ใช้เครือข่ายของไทยยูเนี่ยน กรุ๊ป เป็นฐานในการทำตลาดต่างประเทศ คาดว่าจะมีสัดส่วนการส่งออกถึง 50% จากยอดขายทั้งหมด......