“เราทำงานกับบี.กริม ในส่วนของโครงการบ้านนักวิทยาศาสตร์น้อยมากว่า 10 ปีแล้วในระดับแมส ตอนนี้เรามองเห็นช่องว่างในตลาดที่มีความต้องการการดีไซน์หลักสูตรซึ่งจะช่วยตอบโจทย์ Pain Point หรือความท้าทายของแต่ละแห่งให้ลึกซึ้งมากขึ้น เราจึงมาทำเรื่องของธุรกิจทางการศึกษา วัตถุประสงค์ในการจัดโครงการนี้ขึ้นมาก็เพื่อเปิดโอกาสให้เด็กไทยได้เข้าถึงการศึกษาที่เป็นเลิศระดับนานาชาติด้วยการนำองค์ความรู้และกระบวนการในการพัฒนาครูระดับปฐมวัย ตามแนวทางมูลนิธิโฟรเบล จากประเทศเยอรมนีมาปรับให้เข้ากับบริบทของประเทศไทย เพื่อพัฒนาครูในโรงเรียนอนุบาลและศูนย์พัฒนาเด็กเล็กทั่วประเทศไทยให้มีความพร้อมและความมั่นใจในการสร้างความเปลี่ยนแปลงทางการศึกษา” คุณคิม จงสถิตย์วัฒนา ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท นานมีบุ๊คส์ จำกัด กล่าวเสริม ซึ่งเป้าหมายในเฟสแรกของโครงการนี้ คุณคิม หวังว่าจะได้ฝึกอบรบคุณครูกลุ่มเป้าหมายอย่างน้อย 10 รุ่น และน่าจะสร้างอิมแพคให้ครูไทยอีกกว่า 900 ท่าน
แม้การเรียนแบบ Play- based Learning อาจจะไม่ใช่เรื่องใหม่มากสำหรับสังคมไทยเพราะในระยะหลังมีการนำระบบการเรียนแบบนี้เข้ามาทดลองในบางโรงเรียน แต่ ดร.ธีระชัย ก็หวังว่านี่จะเป็นการช่วยจุดประกายให้ระบบการเรียนการสอนแบบนี้ได้รับความสนใจและ แพร่หลายมากขึ้น
ในอนาคตหากโครงการนี้ประสบความสำเร็จ บี.กริม มองไกลไปถึงการก่อตั้งโรงเรียนร่วมกับนานมีบุ๊คส์และโฟรเบลในระดับอนุบาลก็เป็นได้เพื่อให้นักเรียนไทย ได้รับการศึกษาในแบบที่จะช่วยพัฒนาศักยภาพของพวกเขาอย่างเต็มที่และพร้อมจะออกมาเป็นพลเมืองที่เปี่ยมไปด้วยคุณภาพในอนาคต