เรื่องนี้เริ่มตั้งแต่เดือนสิงหาคม 2018 เมื่อประธานาธิบดีทรัมป์ได้ลงนามในกฎหมายห้ามรัฐบาลกลางทำสัญญากับธุรกิจเอกชนที่ทำธุรกิจกับ Huawei ซึ่งเป็นผลให้ธุรกิจเอกชนเหล่านั้นไม่สามารถรับเหมางานจากรัฐบาล รวมถึงการห้ามซื้ออุปกรณ์ Huawei ด้วยเหตุผลที่รัฐบาลสหรัฐกล่าวหาว่า Huawei ทำจารกรรมและขโมยทรัพย์สินทางปัญญา
ในเรื่องดังกล่าวนั้น Huawei ปฏิเสธซ้ำแล้วซ้ำอีกจนปัจจุบัน และเมื่อเร็วๆ นี้มีการฟ้องร้องรัฐบาลสหรัฐต่อศาลสหรัฐเกี่ยวกับกฎหมายฉบับดังกล่าว
แต่ล่าสุด สำนักงานการจัดการและงบประมาณทำเนียบขาว (White House Office of Management and Budget - OMB) ได้ขอให้สภาคองเกรสแห่งสหรัฐอเมริกายืดเวลาบังคับใช้กฎหมายป้องกันประเทศดังกล่าว ที่ห้ามรัฐบาลกลางทำสัญญากับบริษัทต่างๆ ที่ทำธุรกิจกับ Huawei ยักษ์ใหญ่ด้านโทรคมนาคมของจีนออกไปอีก เนื่องจากกฎหมายจะมีผลบังคับใช้ในปีนี้
รัฐบาลต้องการเวลาเพิ่มอีก 2 ปี ในการทำงานกับกฎระเบียบสำหรับส่วนอื่นของกฎหมาย ที่ห้ามซัพพลายเออร์และผู้รับเหมาต่างๆ ที่จะทำงานกับรัฐบาล ซื้อและใช้อุปกรณ์ของ Huawei
Jacob Wood โฆษกของ White House OMB กล่าวว่า "นี่เป็นเรื่องเกี่ยวกับการรับรองว่า บริษัทที่ทำธุรกิจกับรัฐบาลสหรัฐ หรือรับเงินช่วยเหลือจากรัฐบาลกลาง จะได้มีเวลาคลี่คลายตัวเองจากการทำธุรกิจกับ Huawei และบริษัทเทคโนโลยีจีนอื่นๆ ที่อยู่ในลิสต์รายชื่อใน NDAA (กฎหมายเพื่อความมั่นคงของสหรัฐอเมริกา)”
Russ Vought รักษาการผู้อำนวยการของ OMB กล่าวว่า "การขอยืดเวลานี้จะทำให้มั่นใจว่า การดำเนิน การตามข้อห้ามเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ โดยไม่กระทบต่อวัตถุประสงค์ด้านความปลอดภัยที่ต้องการ”
เขายังกล่าวว่า "จำนวนผู้รับเหมาที่สามารถทำงานให้กับรัฐบาลสหรัฐ จะมี 'การลดลงอย่างมาก' ถ้าไม่มีการยืดเวลา และถ้าสามารถยืดเวลาเป็น 4 ปี แทนที่จะเป็น 2 ปีจะช่วยเพิ่มเวลาในการแก้ปัญหาเพื่อป้องกันผลกระทบที่เกิดขึ้นได้อย่างมีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น"
อย่างไรก็ตาม การร้องขอให้ยืดเวลานี้จะไม่เกี่ยวข้องกับกฎของกระทรวงพาณิชย์สหรัฐที่ออกมาเมื่อเร็วๆ นี้เพื่อขึ้นบัญชีดำ Huawei
เมื่อเดือนที่แล้ว ประธานาธิบดีทรัมป์ยังได้ลงนามในคำสั่งของผู้บริหารว่า จะขัดขวางบริษัทต่างๆ ในสหรัฐ จากการใช้อุปกรณ์โทรคมนาคมที่บริษัทใดๆ ก็ตามผลิตขึ้น และก่อให้เกิดมีความเสี่ยงด้านความปลอดภัยของประเทศ
Cr : REUTERS