P ตัวแรก ที่เป็นเรื่องของโปรดักท์ ซึ่ง ME by TMB จะเป็นเงินฝากแบบไฮบริดที่เป็นการผสมผสานกันระหว่างบัญชีเงินฝากออมทรัพย์ที่ให้ความคล่องตัว โดยไม่กำหนดระยะเวลาฝากถอน กับบัญชีเงินฝากประจำที่ให้ผลตอบแทนหรือดอกเบี้ยสูง แม้ถอนก็ยังได้ดอกสูง
P ตัวที่ 2 หรือ Price นั้น ME มีจุดขายที่ชัดเจนในเรื่องของผลตอบแทนที่ให้ดอกเบี้ยสูงกว่าเงินฝากออมทรัพย์ทั่วไปถึง 4.5 เท่า โดยให้อัตราดอกเบี้ย 1.7% ต่อปี (ออมทรัพย์ทั่วไปเฉลี่ย 0.3775% ต่อปี)
P ตัวที่ 3 คือ Place หรือช่องทางการทำธุรกรรม ME by TMB จะเป็นดิจิทัล แบงกิ้ง ที่ถูกออกแบบมาให้รองรับการทำธุรกรรมทางการเงินได้ทุกที่ ทุกเวลา โดยที่ไม่ต้องไปสาขา ไม่ว่าจะเป็น ฝาก โอน เช็คยอดเงิน และเช็คดอกเบี้ยสะสม ผ่านช่องทางออนไลน์ แอปพลิเคชัน และบริการ call center ที่ช่วยให้คุณทำธุรกรรมการเงินได้ตลอด 24 ชั่วโมง เป็นการหยิบเอา Consumer Insight ของคนรุ่นใหม่มาเป็นแกนหลักในการพัฒนาการให้บริการ โดยคนกลุ่มนี้ต้องการความสะดวกในการทำธุรกรรมโดยไม่ต้องไปที่สาขา และชอบค้นหาข้อมูลด้วยตนเอง จึงมีบริการ Chat bot เป็นรายแรกของธนาคารไทย ผ่าน ME BOT ช่องทาง Facebook Messenger ซึ่งลูกค้าสามารถเข้ามาพูดคุยเมื่อเกิดมีข้อสงสัยได้แบบ Real Time ตลอด 24 ชั่วโมง
P ตัวสุดท้ายคือ Promotion หรือการทำการตลาดแบบ Disruptive Marketing ซึ่งถือเป็น 1 ในหัวใจสำคัญของความสำเร็จของ ME จะเป็นกลยุทธ์แบบไม่ธรรมดา เพราะฉีกและแตกต่างออกไปอย่างสุดขั้ว สะท้อนผ่านการทำแคมเปญที่ออกมาในแต่ละช่วง
ล่าสุดกับการเปิดตัวแคมเปญ ME is MORE ซึ่งแคมเปญนี้เกิดจาก Insight และไลฟ์สไตล์ของคนในปัจจุบัน ที่เลือกซื้อสินค้าแล้วกลับได้รับสินค้าน้อยกว่าที่ควรจะเป็น บางอย่างอาจจะถูกมองว่าเป็นสไตล์ของสินค้า เช่น เสื้อผ้าแฟชั่นดีไซน์น้อยๆ สไตล์มินิมอล หรืออาหารฟิวชั่นเก๋ๆ ที่มีปลาหนึ่งชิ้นขนาดเท่านิ้วมือ ตกแต่งด้วยผักอีก 2 ชิ้นวางบนจานใหญ่ ซึ่งก็มีคนที่ชอบสไตล์แบบนี้ แต่บางอย่างก็ปฏิเสธไม่ได้ว่าเราได้รับน้อยเกินไปหรือไม่เมื่อเทียบกับเงินที่จ่าย อย่างตัวบัญชีเงินฝากออมทรัพย์ที่ทุกวันนี้ให้ดอกเบี้ยค่อนข้างต่ำ(เฉลี่ยเพียง 0.3775% ต่อปี) ดังนั้นคุณอาจจะยอมรับกับความน้อยอย่างอื่นได้ แต่สำหรับดอกเบี้ยน้อยไม่ได้ และ ME คือทางเลือกที่ให้คุณมากกว่าด้วยดอกเบี้ยสูง 4.5 เท่าของออมทรัพย์ทั่วไป คำนวณง่าย ๆ ฝากที่อื่น 1 ปี ได้ดอกเบี้ยเท่ากับฝาก ME เพียง 3 เดือนเท่านั้น
แคมเปญนี้ จะทำแบบครบ 360 องศา โดย ME ยังคงทำบนพื้นฐานของความแตกต่าง ซึ่งเป็นครั้งแรกของการทำหนังโฆษณาที่มี “มิวสิควิดีโอ” แนว Electronic Pop ที่แต่งขึ้นใหม่ให้สอดคล้องกับเนื้อเรื่องโดยเฉพาะเป็นตัวเล่าเรื่องทั้งหมด