ค่ายคอลเกต ปาล์มโอลีฟ กับยูนิลีเวอร์ ถือเป็นคู่แข่งขันที่ขับเคี่ยวกันในตลาดบ้านเรามากว่า 50 ปี มาแล้ว และต่างก็ผลัดกันรุก ผลัดกันรับ และแย่งชิงพื้นที่การตลาดของฝ่ายตรงข้าม จนหลายๆ ครั้งกลายเป็นคู่มวยแห่งปี
ผงซักฟอก แฟ้บ ของคอลเกต ครองความเป็นเบอร์ 1 ในตลาดบ้านเรามาหลายสิบปีตั้งแต่ปี 2479 ที่เริ่มต้นเข้ามาทำตลาดในเมืองไทยผ่านทางตัวแทนจำหน่ายจนถึงช่วงถูกดึงมาทำตลาดเองเมื่อปี 2509 ชื่อของแฟ้บ กลายเป็น “เจนเนริก เนม” หรือชื่อสามัญที่แทนความเป็นสินค้าประเภทผงซักฟอกมายาวนาน ชนิดที่ถ้าย้อนไปกว่า 30 ปีที่แล้ว คนไทย จะนิยมเรียกชื่อแฟ้บแทนผงซักฟอก ประเภท “ขอซื้อแฟ้บ ยี่ห้อบรีส” เลยทีเดียว
ความแข็งแกร่งของแฟ้บในช่วงนั้น ส่งผลกระทบอย่างมากกับสบู่ซันไลต์ของค่ายยูนิลีเวอร์ ที่เป็นสินค้าอเนก ประสงค์ ใช้ได้สารพัดทั้งล้างจาน และซักผ้า ผลกระทบจากการเติบโตของแฟ้บ ทำให้ลีเวอร์บราเธอร์ในยุคนั้น ต้องเข้ามาลงทุนตั้งโรงงานผลิตผงซักฟอกและคลอดผงซักฟอกบรีส ลงตลาดเมื่อปี 2505 ซึ่งนั่นคือ จุดเปลี่ยนที่สำคัญ เพราะ บรีส ที่ใช้ “มร.บรีส” เป็นพลังขับเคลื่อนในเรื่องของการสื่อสารการตลาดสามารถโค่นแชมป์เก่าอย่างแฟ้บลงได้ และก้าวขึ้นมาเป็นผู้นำตั้งแต่บัดนั้นจนถึงปัจจุบัน เพราะสามารถสื่อให้ผู้บริโภคเห็นถึงหัวใจของผลิตภัณฑ์ผงซักฟอกอย่างชัดเจนคือ “ความสะอาด” ด้วยสโลแกนที่ติดปากคือ “สะอาดจนดมความสะอาดได้”
อย่างไรก็ตาม ยูนิลีเวอร์ อาจจะครองตำแหน่งผู้นำในตลาดสินค้าคอนซูเมอร์หลายๆ ตลาด แต่สำหรับตลาดยาสีฟันแล้ว แม้จะใช้ความพยายามอย่างไรก็ไม่สามารถ “หัก” ด่านหินของคอลเกต ก้าวขึ้นมาเป็นเบอร์ 1 ได้ แถมการสัประยุทธ์ในช่วงที่ผ่านมา ยังต้องถอนยาสีฟันเปปโซเดนท์ออกจากตลาด เพราะไม่สามารถเบียดเข้ามาอยู่ในตลาดที่คอลเกตถือครองอยู่ได้
อุบัติเหตุแบรนด์เนมวันนี้ เราพาไปย้อนดูการขับเคี่ยวของทั้งคู่ในตลาดยาสีฟันกันว่าจะมีความดุเด็ดเผ็ดมันแค่ไหน...