เธอยกตัวอย่างให้เห็นถึงผลิตภัณฑ์ทางการเงินเกิดจากการระดมสมองผ่านทีเอ็มบี แฮกกาธอน อย่าง บัญชี TMB Multi-Currency Account บัญชีประเภทนี้ เป็นเสมือนผู้ช่วยชั้นดีให้กับผู้ประกอบการในธุรกิจส่งออกของบ้านเรา เพียงเปิดบัญชีนี้ 1 บัญชีแต่สามารถทำธุรกรรมได้ถึง 6 สกุลเงิน ได้แก่ เงินบาทไทย (THB), ดอลลาร์สหรัฐอเมริกา (USD), ยูโร (EUR), ปอนด์สเตอร์ลิง (GBP), ดอลลาร์ออสเตรเลีย (AUD) และเยน (JPY) โดยลูกค้าสามารถรับโอนเงินตราต่าง ประเทศเข้าบัญชี Multi-Currency Account ตามสกุลเงินนั้นๆ ซึ่งจะได้รับดอกเบี้ยตามที่ธนาคารกำหนด
ที่สำคัญยังสามารถแลกเปลี่ยน (Convert) เงินสกุลต่างประเทศในบัญชีเป็นเงินบาทได้ทันทีผ่านมือถือ อีกทั้งยังมีระบบการแจ้งเตือนผ่าน E-mail และเรียกดู eStatement ได้ตลอดเวลาบน TMB Business Click เป็นการเข้ามาช่วยแก้ Pain Point ให้กับลูกค้าได้ตรงจุด ซึ่งทั้งหมดถูกจุดประกายไอเดีย และพัฒนาจากการระดมความคิดผ่าน “ทีเอ็มบี แฮกกาธอน”
ส่วนอีกตัวอย่างก็คือ การเปิดตัวคือบัญชี All free ที่เป็นอัลติเมท ออลฟรี ซึ่งสามารถใช้ในต่างประเทศโดยไม่ต้องเสียเรต 2.5% บริการทางการเงินตัวนี้ เป็นผลที่เกิดจากทีเอ็มบี แฮกกาธอน ปีที่แล้ว และได้ลอนซ์ภายใน 2 - 3 เดือน ซึ่งถือว่าแตกต่างจากอดีตที่ ถ้ากระบวนการปกติ ต้องรอกัน 1 -2 ปี กว่าจะ Convince กับผู้บริหารระดับสูงเพื่อขออนุมัติ การมี Innovation Speed ที่เร็วขึ้นนี้ จะเข้ามาช่วยรับมือกับการเปลี่ยนแปลงของตลาดการเงินและตัวผู้บริโภคได้เป็นอย่างดี
“การมองหา Idea Innovation สิ่งที่ทำให้คนท้อ คือ Brainstorming แล้ว Brainstorming อีก พอได้ไอเดียแต่ไม่เห็นมีอะไรเกิดขึ้น ที่ทีเอ็มบี อย่างน้อยที่สุด ตอนนี้เราเห็นมันเกิดขึ้นเรื่อยๆ ซึ่งตัวพนักงานที่เข้ามาร่วมโครงการทีเอ็มบี แฮกกาธอนเอง ก็เริ่มรู้ว่า นี่คือสิ่งหนึ่งที่ทำให้ไอเดียเขาเกิดขึ้นจริง ซึ่งพนักงานของเราเวลาที่เข้ามาทำงานกับทีเอ็มบีโดยเฉพาะน้องๆ ไฟแรงรุ่นใหม่ อยากเห็นงานที่ตัวเองทำออกไป ไม่ได้อยู่แค่ในกระดาษ ซึ่งทั้งหมดจะสะท้อนกลับมาสู่แนวคิด Make THE Different ของทีเอ็มบี ซึ่งลูกค้าจะรู้สึกว่าทีเอ็มบีเป็นแบรนด์ที่ทำอะไรแตกต่าง เวลาที่เราเทสต์คอนเซ็ปต์ใหม่ๆ โดยที่ไม่ได้บอกว่ามาจากแบงก์ไหน เป็น Blind Concept ลูกค้าบอกว่าต้องของทีเอ็มบีแน่เลย เรามีคาแร็กเตอร์บางอย่างที่จับต้องได้ว่าเรามักจะทำอะไรที่แตกต่าง หรือใหม่ให้กับอุตสาหกรรมแบงก์ ทีเอ็มบี แฮกกาธอน จึงเป็นเสมือนตัวที่จะเข้ามาช่วยตอกย้ำในเรื่องดังกล่าวได้เป็นอย่างดี เพราะเกิดจากแนวคิดที่มีจุดตั้งต้นมาจากตัวลูกค้า”