เมื่อนึกถึงความปลอดภัยทางด้านข้อมูล แน่นอนว่าสิงคโปร์เป็นประเทศที่มาเป็นอันดับหนึ่งอย่างแน่นอน นอกจากนั้นแล้วสิงคโปร์ยังเป็นประเทศแรกที่มีการให้ใบอนุญาตให้กับอาชีพแฮกเกอร์อีกด้วย แต่แฮกเกอร์ในที่นี้ จะต้องเป็นแฮกเกอร์ที่มีหน้าที่คอยตรวจสอบงานต่างๆ โดยมีลักษณะงานคล้ายกับนิติคอมพิวเตอร์ และจะต้องมีจริยธรรมที่เหมาะสมด้วย
ซึ่งถ้าแฮกเกอร์คนใดทำงานโดยไม่มีใบอนุญาต จะถือว่ามีความผิด มีโทษทั้งจำและปรับ โดยโทษสูงสุดคือจำคุก 2 ปีและปรับสูงสุดไม่เกิน 50,000 สิงคโปร์ดอลลาร์
คุณอาจเถียงได้ว่าการออกใบอนุญาตนั้น จะช่วยลดจำนวนผู้ที่มีความสามารถต่ำลงได้ แล้วการที่ช่างทำเล็บและช่างประปาจะต้องได้รับใบอนุญาตด้วย เหตุผลนี้เป็นมาตรฐานเดียวกันกับการมีใบอนุญาตของแฮกเกอร์ด้วยหรือไม่
ซึ่งในบางกลุ่มก็ไม่เห็นด้วยอย่างยิ่ง หลายคนยังสงสัยอยู่ว่า แฮกเกอร์ที่ได้รับใบอนุญาต จะสามารถรักษาความปลอดภัยของข้อมูลให้กับสิงคโปร์ได้จริงๆ หรอ และนั้นยังคงเป็นคำถามอยู่
เมื่อเทียบกับอุตสาหกรรมอื่น ๆ แฮกเกอร์ดูเหมือนจะมีการศึกษาที่ต่ำกว่า คนเหล่านี้ส่วนใหญ่ค้นพบวิธีการเรียนรู้ด้วยตนเองและความรู้สึกอยากรู้อยากเห็นมากกว่า ซึ่งแฮกเกอร์ที่ดีที่สุดและมีพรสวรรค์ที่สุดที่เคยพบมา คือ คนที่ออกจากโรงเรียนมัธยมปลายในตอนนั้น คิดง่ายๆ แฮกเกอร์หลายคนเหล่านี้ ส่วนใหญ่ไม่ได้ผ่านการปฏิบัติตัวในสภาพแวดล้อมทางวิชาการมาเลยด้วยซ้ำ
ท้ายที่สุด เรื่องนี้จะจบลงตรงไหน ควรมีการผลักดันเรื่องการรักษาความปลอดภัยของข้อมูลด้วยการออกใบอนุญาตให้กับแฮกเกอร์หรือไม่ หรือจะให้ผู้มีความสามารถพิเศษสามารถออกใบรับรองได้ แต่พวกเขาจะต้องจ่ายเงินเป็นจำนวนหลายพันแค่สำหรับกระดาษใบเดียว แต่พวกเขาจำเป็นต้องใช้เวลาหลายชั่วโมงในการเตรียมตัวและทำการทดสอบอีกด้วย
นอกจากนี้หากได้รับใบอนุญาตจริงๆ จะมีผลที่ตามมาอย่างไร จะมีข้อดีข้อเสียอย่างไร เราคงต้องติดตามกันต่อไป