ปฏิเสธไม่ได้ว่าทุกวันนี้การใช้งานโซเชียลมีเดียที่เพิ่มมากขึ้นจนกลายเป็นส่วนหนึ่งของชีวิตประจำวันของคนไทยนั้น ก่อให้เกิดปัญหาที่น่ากลัวตามมาอย่างหนึ่ง ก็คือ การแสดงความคิดเห็นในที่สาธารณะหรือแม้กระทั่งบนพื้นที่ส่วนบุคคลนั้น อาจก่อให้เกิดปัญหาตามมาถึงเรื่องงานได้
เพราะชีวิตจริงตอนนี้เราไม่สามารถแยกเรื่องงานกับเรื่องส่วนตัวในโซเชียลมีเดียได้แล้ว
หลายครั้งเราจึงเห็นสถานการณ์ที่คนไปวิพากษ์วิจารณ์ เหตุการณ์เรื่องราวในสังคมแบบส่วนบุคคล แต่สุดท้ายพอเกิดดราม่าขึ้นมาก็ลามมาถึงองค์กรที่ตัวเองทำงานในที่สุด
เมื่อเป็นเช่นนี้ภาคองค์กรเองจึงจำเป็นต้องมีการปรับตัวเพื่อลดความเสี่ยงที่อาจจะเกิดขึ้น และรวมถึงเพื่อรับมือในกรณีที่เกิดปัญหาขึ้นมาแล้วให้คลี่คลายลงได้อย่างรวดเร็วที่สุด
BrandAge Online รวบรวมคำแนะนำจากผู้ที่คร่ำหวอดในอุตสาหกรรมนี้มาให้อ่าน
1. Update คู่มือพนักงาน
โดยปกติแล้ว HR องค์กรขนาดใหญ่จะมีการจัดทำ Employee Handbook คู่มือพนักงานไว้เป็นเอกสารข้อตกลงระหว่างบริษัทกับพนักงานถึงกฎระเบียบข้อบังคับ และสิ่งต่างๆ ที่พนักงานจำเป็นต้องทราบ เพื่อให้ทุกคนสามารถทำงานร่วมกันได้โดยไม่เกิดปัญหาอยู่แล้ว
แน่นอนว่าการวางกฎฏระเบียบข้อบังคับ เกี่ยวกับเรื่องการแสดงความคิดเห็นในที่สาธารณะ โดยเฉพาะกับสื่อออนไลน์ต่างๆ อาจจะยังเป็นเรื่องใหม่สำหรับองค์กรแต่ก็เป็นเรื่องที่จำเป็นต้องปรับแก้เพื่อให้ทันกับยุคสมัย
ศิวัฒน์ เชาวรียวงษ์ นายกสมาคมโฆษณาดิจิทัล (ประเทศไทย) อธิบายความเชื่อมโยงดังกล่าวว่า โลกโซเชียลมีเดียในปัจจุบันมีความทับซ้อนกับโลกของความเป็นจริงมากขึ้น ดูได้จากสมัยก่อนจะนิยมใช้นามแฝงในการแสดงความคิดเห็น แต่ทุกวันนี้ทุกคนคือตัวตนจริง ๆ เพราะฉะนั้นการโพสต์ การแสดงความคิดเห็น หรือพูดอะไรออก ก็ล้วนเป็นหลักฐานทั้งสิ้น
“พูดให้ชัดกว่านั้น คือ การโพสต์อะไรลงไปในหน้า Wall ตัวเอง แล้วตั้งเป็น Public ก็เหมือนกับเขียนป้ายข้อความนั้นติดไว้หน้าบ้านตัวเอง บางคนเป็นบ้านที่มีคนเดินผ่านเยอะด้วย แล้วแถมสามารถที่จะแชร์ไปได้อีก เพราะฉะนั้น ถ้าเราคิดแบบนี้ เราต้องมีความรับผิดชอบในสิ่งที่เราคิด
แต่กับอีกกรณี ถ้าสมมติว่าเป็นการคุยกันเองในไลน์แล้วมีคนแคปไปโพสต์ต่อ ผม มองเรื่องนี้ต่างกัน เพราะเขาไม่ได้ต้องการคุยกับสังคม แล้วคนที่แคปไปเนี่ยก็ต้องตั้งคำถามว่าทำแบบนี้ทำไม อย่างไรก็ตามแม้ว่าจะเป็นการคุยกันเอง 2 คน มันอาจจะเป็นสิ่งไม่ดีจริง ๆ ก็ผิดทั้ง 2 ฝ่าย”
ศิวัฒน์ ยังให้คำแนะนำเพิ่มเติมว่า เรื่องนี้ทางองค์กรจำเป็นต้องทำเป็น Policy และบอกพนักงานตั้งแต่วันแรกที่เข้ามาทำงาน ถึงผลกระทบและบทลงโทษของบริษัทที่จะตามมา
2. ตรวจสอบบัญชีโซเชียลมีเดีย
ปัจจุบันนี้มีหลายหน่วยงานแล้วที่ระบุเงื่อนไขให้ผู้ที่จะสมัครงานระบุข้อมูลบัญชีโซเชียลมีเดียตั้งแต่ขั้นตอนการกรอกข้อมูลในใบสมัครเลย เพื่อตรวจสอบพฤติกรรมย้อนหลัง
ล่าสุดเมื่อไม่นานมานี้กระทรวงต่างประเทศสหรัฐ ก็เพิ่งจะเพิ่มกฎเกณฑ์ให้ผู้ขอวีซ่าเข้าสหรัฐ ต้องเปิดเผยข้อมูลบัญชีโซเชียลมีเดียย้อนหลัง 5 ปี โดยในแบบฟอร์มคำร้องแล้ว
แต่ต้องเข้าใจว่าวิธีนี้เป็นข้อตกลงร่วมกันเพื่อช่วยลดการเกิดปัญหา ไม่ใช่ข้อตกลงเพื่อตรวจสอบการดำรงชีวิตที่เป็นส่วนตัว