4 ดีเวลอปเปอร์ชั้นนำของไทย ประกอบด้วย นายณ์ เอสเตท , ชีวาทัย, แอล.พี.เอ็น. และ ช.การช่างประกาศร่วมมือกันลงทุนพัฒนา “กมลา ซีเนียร์ ลิฟวิ่ง” โครงการที่พักอาศัยระดับลักชัวรีแห่งแรกของไทย ปักหมุดหาดกมลา จังหวัดภูเก็ต เจาะกลุ่มต่างชาติวัยเกษียณ
เนื่องจากโฟกัสที่กลุ่มต่างชาติ โครงการนี้จึงเลือกที่จะใช้ทำเลจังหวัดภูเก็ต ซึ่งเป็นจังหวัดท่องเที่ยว และเหมาะกับไลฟ์สไตล์ของต่างชาติ อีกทั้งเป็นส่วนหนึ่งที่อยู่ใน มอนท์เอชัวร์ โครงการที่พักอาศัยสไตล์รีสอร์ทระดับลักชัวรีขนาดใหญ่ของจังหวัดภูเก็ต ที่ตั้งอยู่หาดกมลา ซึ่ง กมลา ซีเนียร์ ลิฟวิ่ง มีมูลค่าโครงการ 3,500 ล้านบาทพัฒนาที่ดิน 50 ไร่ ประกอบด้วยคอนโดมิเนียมโลว์ไรส์ 200 ยูนิต และวิลล่า 30 ยูนิต
การจับมือครั้งนี้ถือได้ว่า นายณ์ เอสเตท เป็นเจ้าภาพใหญ่เนื่องจากมีสัดส่วนถือหุ้น 28.5% ตามด้วยชีวาทัย และ แอล.พี.เอ็น. ถือหุ้นรายละ 25% ช.การช่าง เรียลเอสเตท ถือหุ้น 20% แพทย์หญิงนาฏ ฟองสมุทร กรรมการบริหาร โอเทียม ลิฟวิ่ง .75% และแดเนียล โฮล์มส์ ซีอีโอ โอเที่ยม ลิฟวิ่ง .75%
คำถามที่เกิดขึ้นก็คือ ทำไมโครงการอสังหาที่มีมูลค่าแค่ 3,500 ล้านบาทถึงจะต้องมี 4 ดีเวลลอปเปอร์ร่วมกันลงทุน ทั้งๆ ที่แต่ละรายเป็นรายใหญ่ มีประสบการณ์ และมีศักยภาพพอที่จะพัฒนาเอง
ความจริงคือ
1.โครงการเพื่อผู้สูงวัยเป็นเทรนด์หนึ่งที่จะต้องเกิดในธุรกิจอสังหาอย่างหลีกหนีไม่พ้น ความจริงแล้วทุกประเทศทั่วโลกกำลังเข้าสู่สังคมสูงวัย และโลกจะเข้าสู่สังคมสูงวัยเต็มตัวในปี 2050 หรือแค่สิบกว่าปีเท่านั้น
2.ถึงจะเป็นเทรนด์ แต่ตอนนี้ตลาดอสังหาที่เจาะกลุ่มผู้สูงวัยกำลังอยู่ในสเต็ปเริ่มต้น ที่ต้องหากลุ่มลูกค้า เพื่อเจาะกลุ่มเป็นซับเซ็กเมนต์ เพื่อหาจุดต่างจากบ้านพักคนชราทั่วไป อย่างบ้านบางแค และ Nursing Home
3.ในช่วงบุกเบิกตลาดนั้น จำเป็นต้องใช้โมเดล Collaboration เอาประสบการณ์ และ Expertise ของแต่ละคนมาระดมสมองกัน โดย แอล.พี.เอ็น. มีประสบการณ์จากการทำโครงการที่มี Universal Design มานาน และความชำนาญด้านการก่อสร้างของ ช.การช่าง ซึ่งมีแผนเข้ามาร่วมประมูลการก่อสร้างโครงการนี้
4.โครงการ กมลา ซีเนียร์ ลิฟวิ่ง เป็นการครีเอทกลุ่มผู้สูงวัยขึ้นมาใหม่ที่นิยามว่า Active Senior หรือ Independent Senior กลุ่มสูงวัยอายุ 50 ปีขึ้นไปที่เป็นตัวของตัวเอง มีอิสระ
5.เมื่อเป็นเช่นนี้โครงการ กมลา ซีเนียร์ ลิฟวิ่ง จึงเป็นครั้งแรกของอสังผู้สูงวัยที่เจาะลูกค้าตามไลฟ์สไตล์
6.การร่วมมือกันทำให้เกิดไอเดียการพัฒนาโครงการ โดยความสำเร็จโครงการนี้ไม่ใช่แค่ขายหมด แต่จะพิสูจน์กันตอนหลังการขาย นั่นเป็นสาเหตุที่ทำให้ นายณ์ เอสเตท ให้ Otium Living เข้ามาเป็นผู้บริหารโครงการซึ่งมี Audley Group ผู้พัฒนาและบริหารโครงการที่พักอาศัยสำหรับผู้สูงอายุระดับหรูอันดับหนึ่งของสหราชอาณาจักร ทำหน้าที่เป็นที่ปรึกษาในทุกด้าน ตั้งแต่การออกแบบ ฟังก์ชั่นการใช้งาน สิ่งอำนวยความสะดวก ตลอดจนสร้างกิจกรรมให้กับผู้พักอาศัย