เอไอเอส ยึดที่มั่น สร้างพันธมิตร Product&Content Driven Brand
AIS ก็ได้ตั้งเป้าพร้อมกับการวางแผนโดยพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานยกระดับประสิทธิภาพของเทคโนโลยีดิจิตอล ออกมาเป็น Product และ Service ใหม่ๆที่ตอบโจทย์การใช้ชีวิตของผู้บริโภคในยุคดิจิตอล หรือแม้แต่การพัฒนาคุณภาพของระบบ เครือข่ายสัญญาณ ยกระดับการให้บริการ AIS Wifi สู่ AIS Super Wifi ขยายบริการ Fixed Broadband รองรับการเข้าถึงบ้านกว่า 10 ล้านครัวเรือนในอีก 5 ปี และสีสันบนโลกดิจิตอลอย่าง AIS Play Box กล่องดิจิตอลที่สามารถรับชมความบันเทิงจาก AIS Entertainment App
สำหรับเรื่องเครือข่าย แน่นอนว่าทุ่มสรรพกำลังของ AIS ทำให้เห็นผลในแง่ของการใช้งานรวมถึงการนำเอานวัตกรรมใหม่ๆเข้ามาเสริมขีดความสามารถอย่างต่อเนื่อง นั่นรวมถึงการรุกตลาด Broadband ด้วย AIS Fibre ที่วันนี้ได้รุกคืบไปยังหัวเมืองใหญ่ๆ นับว่าเป็นการวางกลยุทธ์ที่ช่วยเสริมสร้างความเเข็งแกร่งที่สะท้อนกลับมายังภาพใหญ่ของ AIS ได้อย่างชัดเจน
Content ก่อนหน้านี้ AIS ได้ส่ง AIS Play แอพพลิเคชั่นความบันเทิง แต่จุดอ่อนที่ผ่านมาคือขาดคอนเทนต์ที่หลากหลาย AIS ก็ใช้แนวคิดเดิมคือการทำงานร่วมกับพาร์ทเนอร์ ดึงคอนเท็นต์จากทั้งในและต่างประเทศ ไม่ว่าจะเป็น ช่อง FOX Networks, HBO, NBA ผ่าน AIS Play และกล่อง AIS Play Box และล่าสุดภายในงาน Mobile World Congress โดย AIS ประกาศความร่วมมือเป็นพันธมิตรกับ Netflix อย่างเป็นทางการ เพื่อส่งมอบประสบการณ์ความบันเทิงระดับโลกถึงมือคนไทย พร้อมร่วมทำการตลาดแบบเอ็กซ์คลูซีฟสำหรับลูกค้าเอไอเอส
การวางหมากของ AIS ตั้งแต่อดีตจนถึงวันนี้ เป็นสิ่งที่สร้างความชัดเจนให้เห็นแล้วว่าทุกๆ ส่วนของธุรกิจที่เกี่ยวเนื่องเชื่อมโยงกับผู้บริโภคและภาคธุรกิจ เป็นสิ่งสำคัญที่ต้องโฟกัส สำหรับอุตสาหกรรมโทรคมนาคม
ความแยบยลมากกว่านั้นคือการที่ AIS สามารถทำงานร่วมกับพาร์ทเนอร์ในแต่ละส่วนได้อย่างมีประสิทธิภาพทำให้เกิดรูปแบบสินค้า บริการใหม่ๆ เกิดขึ้นอยู่เสมอ ภายใต้ Ecosytem จะเกิดขึ้นไม่ได้หากเดินหน้าฉายเดี่ยว
“การทำพาร์เนอร์ชิพเป็นสิ่งที่เราพูดถึงมาโดยตลอด เพราะเราจะทำานและเติบโตไปพร้อมๆกัน ทั้งเราและพาร์ทเนอร์ วันนี้ AIS พร้อมที่เป็นปลาใหญ่ที่จะพาปลาตัวเล็กๆ ให้ว่ายและเติบโตไปในน่านน้ำใหม่ๆ ด้วยกัน” สมชัย เลิศสุทธิวงค์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท แอดวานซ์ อินโฟร์ เซอร์วิส จำกัด