ธนาคารใหม่ที่เกิดจากการควบรวมนี้ จึงเข้ามานำเสนอมุมมองที่แตกต่างในการทำตลาดโดยมุ่งเป้าไปที่ลูกค้ารายย่อย ซึ่งนิยามของความแปลกใหม่ก็คือ ไม่ได้มองลูกค้าเป็นแค่ลูกค้า แต่มองเป็นคนๆ หนึ่ง เพราะการมองเป็น “ลูกค้า” จะมีคำถามตามมาในแง่ของการมองแต่เรื่องของกำไรหรือผลประโยชน์เป็นที่ตั้ง เมื่อมองลูกค้าเป็นคน จึงสามารถที่จะเข้า ถึงความต้องการที่แท้จริงของพวกเขา และมุ่งที่จะตอบโจทย์พวกเขาแบบ “ปัจเจก” หรือ Personalized เพื่อนำเสนอ Customer Value ที่ตรงกับความต้องการ จากเดิมที่จะมองลูกค้าเป็นกลุ่มๆ
สรุปก็คือ การทำธุรกิจยังคงมองผู้บริโภคเป็นศูนย์กลาง แต่มุ่งที่จะเข้าไปตอบโจทย์หรือทำให้ชีวิตที่เกี่ยวข้องกับเรื่องการเงินของแต่ละคนดีขึ้น โดยอาศัยข้อมูลที่เป็นบิ๊กดาต้าเข้ามาเป็นตัวช่วยขับเคลื่อนและทำความเข้าใจกับความต้องการของพวกเขา
ขณะที่การควบรวมในครั้งนี้ ทำให้ลูกค้าของธนาคารมีเพิ่มขึ้นเป็น 10 ล้านคน จำนวนสาขา 900 สาขา ตู้เอทีเอ็ม/เอดีเอ็ม 4,700 ตู้ และคนใช้โมบายแอพพลิเคชั่นอีก 3.4 ล้านราย การสร้างความพึงพอใจให้กับลูกค้าทั้งหมดจึงอยู่ที่จะทำอย่างไรให้สามารถ Seamless การให้บริการได้แบบไร้รอยต่อ
ในแง่ของการนำเสนอโปรดักต์ทางการเงินนั้น จะพยายามเข้าถึง Journey ของลูกค้าในแต่ละช่วงเวลา โดยนำเสนอผลิตภัณฑ์การเงินใน 4 ตัวหลักๆ เพื่อตอบโจทย์ 4 ความต้องการทางการเงินนั่นคือ การออมและลงทุน การกู้ การทำ Transaction และเรื่องของประกัน โดยไม่ได้มองแค่ตัวโปรดักต์ แต่เป็นการนำเสนอโซลูชั่นที่เข้ามาช่วยตอบโจทย์ลูกค้าแบบ Lifetime Value