3 กลยุทธ์การดำเนินธุรกิจปี 2020
เพราะสัญญาว่าจะไม่หยุดพัฒนา ทำให้ที่ผ่านมาภาพลักษณ์แบรนด์ของ DTAC ดีขึ้น ผ่านโครงข่ายให้บริการที่ดีขึ้น รวมถึงบริการเสริมต่างๆ ที่ตอบโจทย์การใช้ชีวิตของลูกค้าในระบบได้ดีกว่าเดิม
1. พัฒนาและปรับปรุงเพื่อประสบการณ์ลูกค้า
DTAC ได้นำ Data ของลูกค้ามาพัฒนา ออกแบบสินค้าและบริการให้ใช้งานง่าย ตรงกับความต้องการเฉพาะบุคคล เพื่อต้องการมอบประสบการณ์ใช้งานของลูกค้าให้เหมาะสมและตรงกับความต้องการมากยิ่งขึ้น โดยการใช้ machine-learning มาช่วยแนะนำให้ตรงความต้องการต่างๆ
2. เพิ่มความแข็งแกร่งให้โครงข่าย
เพราะที่ผ่านมาไม่เคยหยุดพัฒนาโครงข่ายให้แข็งแกร่ง ทำให้ปีที่ผ่านมาจากผลการรายงานประสบการณ์การใช้เครือข่ายมือถือล่าสุดของ Opensignal เดือนพฤศจิกายน 2562 ในประเทศไทย ระบุว่า DTAC ให้บริการดาวน์โหลดเร็วสุดบนเครือข่าย 4G ทำความเร็วเฉลี่ยการใช้งานดาวน์โหลดที่ 10 Mbps
ดีแทคยังให้ความสำคัญในการเพิ่มศักยภาพโครงข่ายปัจจุบันเพื่อสัญญาณขยายครอบคลุมการใช้งาน และเพิ่มประสิทธิภาพการรับส่งดีขึ้นกว่าเดิมถึง 3 เท่า
และปีนี้จะเพิ่มสถานีฐานที่ให้บริการ 4G บนคลื่น 2300 MHz เป็น 20,000 แห่ง จาก 17,000 แห่ง
3. เตรียมความพร้อมสู่อนาคต
โดยการจะปั้น DTAC DNA ให้แข็งแกร่ง เพื่อทำตามคำสัญญาที่มอบให้ลูกค้า ได้ปรับองค์กรสู่รูปแบบการทำงานให้ดียิ่งขึ้น ในปีที่ผ่านมา DTAC ได้มีการเพิ่มจำนวนพนักงานในส่วน Data Scientist หรือนักวิทยาศาสตร์ข้อมูลอีก 25% และปีนี้ตั้งเป้าว่าจะเพิ่มขึ้นให้เป็น 50%
อีกทั้งเมื่อ 2 ปีที่ผ่านมา DTAC ได้นำรูปแบบการทำงานแบบ Agile เข้ามาช่วยลดการทำงานที่ต้องใช้เวลาเป็นสัปดาห์เหลือเพียงไม่กี่ชั่วโมง และทำให้ออกแบบบริการเพื่อลูกค้าได้ในเวลารวดเร็วอย่างเหมาะสมยิ่งขึ้น
ชารัด กล่าวว่า “เรามั่นใจที่จะมุ่งสู่การยกระดับประสบการณ์ใช้งานโครงข่ายเพื่อลูกค้าต่อไป และนำเสนอบริการที่ตรงความต้องการเพิ่มมากขึ้น เราจะเปลี่ยนผ่านสู่เรื่องดิจิทัลให้ง่ายขึ้นสำหรับลูกค้าของเรา และเปลี่ยนองค์กรของเราเพื่อตอบสนองความต้องการของลูกค้าได้รวดเร็วและมีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น ดีแทคไม่หยุดพัฒนาเพื่อประสบการณ์ลูกค้า และเตรียมพร้อมองค์กรสู่อนาคต”