เมืองไทยประกันชีวิต สะท้อนภาพของการเป็นองค์กรที่ขับเคลื่อนด้วยนวัตกรรมมาอย่างต่อเนื่อง โดยริเริ่มทำเรื่องใหม่ๆ เพื่อรองรับการเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้น โดยเฉพาะในช่วง 4-5 ปีที่ผ่านมา เช่น การจัดตั้ง “ฟูเชีย” (Fuchsia Innovation Centre) ที่เข้ามามีบทบาทสำคัญในการกระดมความคิดสร้างสรรค์ของคนในองค์กร และเติมเต็มด้วยคนที่เป็น Digital Branding, Scientist หรือ Digital Tech ให้เข้ามาในองค์กรมากขึ้น พร้อมการสร้าง Virtual Working Team มีรูปแบบการทำงานแบบ Project Base ด้วยหลักการของ Agility อีกทั้ง ยังเชื่อมโยงกับพันธมิตรทั้ง Tech และ Non Tech ในการพัฒนาผลิตภัณฑ์ และบริการใหม่ ที่สามารถตอบโจทย์ลูกค้าได้อย่างเข้าถึง รวมถึงการจัดตั้ง Fuchsia Venture Capital (Fuchsia VC) เพื่อทำงานกับกลุ่มสตาร์ทอัพ และนำผลสำเร็จที่เป็นวัตกรรมต่างๆ กลับมาเติมเต็มผลิตภัณฑ์ และการบริการ เพื่อเพิ่มขีดความสามารถเชิงการแข่งขัน
เมืองไทยประกันชีวิต ยังตอกย้ำภาพความเป็นผู้นำด้านการสร้างนวัตกรรมด้วยการนำระบบ Robotic Process Automation เข้ามาสร้างประสิทธิภาพการทำงานภายในองค์กร ในแง่การทำตลาดยังให้ความสำคัญในเรื่องของ Health & Wellness ด้วยการพัฒนาผลิตภัณฑ์ที่สามารถตอบโจทย์ความต้องการของลูกค้าในทุกไลฟ์สไตล์ เช่น การสร้างนวัตกรรมที่ให้ความคุ้มครองเป็นรายบุคคลแบบ “เบาหวานเบทเทอร์แคร์” หรือ “อีลิท เฮลท์” สัญญาเพิ่มเติมการประกันภัยสุขภาพที่มอบความคุ้มครองแบบเหนือระดับด้วยความคุ้มครองที่สูงขึ้น และครอบคลุมในทุกโรคร้าย
นอกจากนี้ การดำเนินงานภายใต้นโยบาย “MTL Everyday Life Partner” ที่มุ่งเน้นการพัฒนาผลิตภัณฑ์ และบริการรูปแบบใหม่ผ่านนวัตกรรม และแนวคิดแบบ Outside In ยังสามารถตอบโจทย์ความต้องการในรูปแบบที่มีความเฉพาะตัว และเหมาะกับไลฟ์สไตล์ของลูกค้ามากยิ่งขึ้นอีกด้วย
ที่ผ่านมา เมืองไทยประกันชีวิต ยังได้ยกระดับรูปแบบการให้บริการ “MTL Smile Service” ที่ครอบคลุมการให้บริการแก่ลูกค้าในทุกด้าน คือ MTL Smile Care, MTL Smile Tech, MTL Smile Touch และเมืองไทย Smile Club เพื่อสร้างประสบการณ์ใหม่ ด้านการบริการที่ครบวงจรและเหนือระดับ รวมถึงการเชื่อมต่อกับเครือข่ายพันธมิตรทางธุรกิจที่เป็น Ecosystem Partner ทางด้านเครือข่ายสถานพยาบาล พันธมิตรในกลุ่มสตาร์ทอัพด้าน Insure Tech และ Health Tech ด้วยการนำนวัตกรรม และเทคโนโลยีต่างๆ มาช่วยตอบโจทย์ความต้องการของลูกค้าได้อย่างเข้าถึง
นั่นเป็นเพราะ เมืองไทยประกันชีวิต มีจุดยืนในการมุ่งมั่นที่จะเป็นผู้นำด้านการประกันชีวิต และสุขภาพ ไม่ใช่แค่เข้าใจว่า ลูกค้าต้องการอะไร และสิ่งที่นำมามอบให้กับลูกค้าก็ไม่ใช่แค่เรื่องของการประกันชีวิต การเคลมหรือการติดต่อตัวแทนฯ แต่ทั้งหมดนี้ เป็นการดูแลลูกค้าผ่านผลิตภัณฑ์ และบริการที่หลากหลาย ที่ถูกออกแบบอย่างรอบด้านเพื่อตอบโจทย์ความต้องการในทุกช่วงชีวิต
“เราทำเรื่องเกี่ยวกับดิจิทัล และอินโนเวชั่นมาค่อนข้างมาก แต่จะมองว่าขยับตัวได้เร็ว หรือช้านั้น ก็ขึ้นอยู่ที่ว่า เราจะสามารถนำไปปรับใช้ได้อย่างไร เป็นเรื่องของผลในตอนจบว่าเป็นอย่างไร ส่วนการไปจับกับ Ecosystem เรื่องนี้เราขยับไปได้ค่อนข้างไกล เช่น การทำE-Commerce Platform เราเป็นเจ้าแรกที่ทำกับ Shopee”
ในช่องทางการขายผ่านตัวแทน ก็มีการใช้ Tools มาเป็นตัวช่วยในการทำงาน ด้วยแพลตฟอร์ม Biz In the Box ที่ได้รวบรวมแอพพลิเคชั่นต่างๆ ไว้สำหรับใช้เป็นเครื่องมือในการนำเสนอขายแบบประกัน มี FinancialNeeds Analysis แอพพลิเคชั่นที่ช่วยวางแผนทางการเงินให้เหมาะกับไลฟ์สไตล์และตรงตามความต้องการของลูกค้า มี Smart Proposal Plus ที่ตัวแทนสามารถนำเสนอแบบประกันได้ทันทีด้วยการรวบรวมแบบประกันชีวิตที่หลากหลาย พร้อมคำนวณเบี้ยประกันชีวิต และผลประโยชน์ของลูกค้า เป็นต้น