สื่อสารแม่นยำด้วย Big Data
ท่ามกลางการสื่อสารที่ถูกเทคโนโลยี Disrupt ถือเป็นอีกหนึ่งความท้าทายของอีซูซุ เนื่องจากกลุ่มอีซูซุในประเทศไทยมีข้อมูลที่ถือเป็น Big Data จำนวนมหาศาล จากการดำเนินธุรกิจการจำหน่ายรถเพื่อการพาณิชย์อย่างครบวงจรมาเป็นเวลานานถึง 63 ปี ทั้งด้านการผลิต การจัดจำหน่าย การจำหน่ายปลีก การซ่อมบำรุงรักษารถยนต์ การจัดไฟแนนซ์รถยนต์ การให้บริการด้าน IT ไปจนถึงธุรกิจรถเช่า เป็นต้น จึงใช้ประโยชน์จากระบบ IT ในการวิเคราะห์ข้อมูล Big Data เพื่อวางแผนกลยุทธ์ในการสร้างความพอใจให้กับลูกค้า และคาดการณ์สิ่งที่จะเกิดขึ้นในอนาคตได้อย่างแม่นยำมากยิ่งขึ้น
“เราสร้าง Web Application สำหรับลูกค้าอีซูซุที่เรียกว่า my-Isuzuโดยเริ่มใช้งานทั่วประเทศในเดือนกรกฎาคมปีที่แล้ว มีลูกค้าให้ความสนใจลงทะเบียนเป็นสมาชิกมากกว่า 350,000 ราย ทั้งลูกค้าผู้ซื้อรถใหม่ และลูกค้าอีซูซุเดิม โดยลูกค้าสามารถใช้งานฟังก์ชั่น e-coupon, การแชทและการแจ้งเตือนในไลน์โดยผ่าน my-Isuzu ได้”
ยิ่งไปกว่านั้น อีซูซุ ยกระดับโครงการเสริมสร้างความภักดีของลูกค้าต่อแบรนด์อีซูซุคือ “Isuzu Excellency Club” โดยได้มอบสิทธิประโยชน์ต่างๆ เป็นพิเศษ สำหรับสมาชิกในระดับต่างๆ ได้แก่ Bronze, Silver, Gold และ Platinum ปัจจุบันมีจำนวนมากกว่า 300,000 ราย ที่กลับมาใช้บริการที่ศูนย์บริการอีซูซุอย่างต่อเนื่องพร้อมส่วนลดในการเปลี่ยนยางและแบตเตอรี่ และสิทธิพิเศษในการซื้อโปรแกรมขยายการรับประกัน หรือ Isuzu Smart Protection
โครงการนี้ ทำให้ยอดจำหน่ายยาง และแบตเตอรี่ในกลุ่มสมาชิกเพิ่มขึ้นมากกว่า 2 เท่า หลังจากเริ่มต้นโครงการได้เพียง 3 เดือนตรีเพชรอีซูซุเซลส์ให้ความสำคัญกับการหาลูกค้าที่มีความสนใจซื้อจากช่องทางออนไลน์เพิ่มมากขึ้น โดยใช้ฟังก์ชั่นต่างๆ ทางสื่อออนไลน์อย่างมีประสิทธิภาพแล้วขยายผลต่อ เพื่อให้สามารถขยายกลุ่มเป้าหมายให้กว้างขึ้น และมีความแม่นยำมากขึ้น โดยกำหนดระดับสัญญาณการซื้อรถของลูกค้าที่ลงทะเบียนออนไลน์ในกิจกรรมต่างๆ ด้วย Machine Learning เพื่อส่งข้อมูลลูกค้าที่จัดลำดับตามระดับสัญญาณการซื้อรถสูง กลาง หรือต่ำให้แก่ผู้จำหน่ายอีซูซุทั่วประเทศเพื่อใช้ในการวางแผนลำดับความสำคัญในการติดตามลูกค้าด้วย
แข็งแกร่งด้วย Omotenashi
คุณปนัดดา กล่าวเสริมว่า ในปี 2563 นี้ บริษัท ตรีเพชรอีซูซุเซลส์ จำกัด จะผนึกกำลังร่วมกับผู้จำหน่ายอีซูซุทั่วประเทศ ใช้กลยุทธ์การตลาดทั้งด้านออฟไลน์และออนไลน์ให้เกิดประโยชน์สูงสุด รวมทั้งใช้ประโยชน์จาก Big Data อย่างมีประสิทธิภาพในด้านการโฆษณาและประชาสัมพันธ์รูปแบบใหม่ด้วย
ยิ่งไปกว่านั้นเรายังเน้นความสำคัญของการบริการตามแนวคิด “Omotenashi” ซึ่งหมายถึง “จิตวิญญาณการบริการแบบญี่ปุ่น”โดยเราได้เริ่มนำแนวคิดนี้มาเริ่มปฏิบัติจริงตั้งแต่ปีที่แล้ว เพื่อสร้างความแตกต่างจากบริษัทคู่แข่ง และขยายขอบข่ายประชาคมอีซูซุให้กว้างขวางยิ่งขึ้น เราได้จัดให้ผู้จำหน่ายอีซูซุเดินทางไปทัศนศึกษาเรื่อง “Omotenashi”ที่ประเทศญี่ปุ่นและได้เชิญวิทยากรผู้เชี่ยวชาญมาอบรมเกี่ยวกับเรื่องนี้หลายครั้งเพื่อให้ผู้จำหน่ายอีซูซุสามารถนำไปปฏิบัติจริงในการสร้างความประทับใจให้กับลูกค้าได้
นอกจากเรื่องรถใหม่แล้ว เรายังเริ่มธุรกิจใหม่เกี่ยวกับรถมือสองภายใต้ชื่อ บริษัท “โอมาคาเสะ คาร์” จำกัด (Omakase Car Co., Ltd.) มุ่งยกระดับมาตรฐานการซื้อ-ขายรถมือสองในเมืองไทย ด้วยการจำหน่ายรถมือสองคุณภาพสูง ประวัติชัดเจน เชื่อถือได้ พร้อมการันตีการซ่อมบำรุงจากช่างผู้เชี่ยวชาญ รวมทั้งบริการสินเชื่อจากสถาบันการเงินชั้นนำเพื่ออำนวยความสะดวก และสร้างความมั่นใจให้กับลูกค้าในการซื้อขายรถยนต์มือสอง
คำว่า “โอมาคาเสะ” (Omakase) ในภาษาญี่ปุ่น แปลว่า “วางใจให้เราดูแล” ดังนั้นนิยามของการดำเนินธุรกิจ “โอมาคาเสะ คาร์” จึงหมายถึงการไว้ใจให้เราคัดสรรรถยนต์มือสองคุณภาพสูงทุกประเภทโดยมีจุดเด่นที่สำคัญคือ ลูกค้าสามารถเลือกซื้อผ่านแพลตฟอร์มเว็บไซต์ www.omakasecar.com ที่สามารถใช้งานง่ายและสะดวกรวดเร็ว เพื่อให้ลูกค้าได้รถที่ตรงใจและตรงสเปกกับการใช้งานที่ลูกค้าต้องการ
อย่างไรก็ตาม ในปี 2563 ภาพรวมของอุตสาหกรรมยานยนต์ไทยคาดว่าจะอยู่ในระดับ 930,000 – 950,000 คัน และยังต้องมีการประเมินสถานการณ์ต่างๆ อย่างใกล้ชิด เนื่องจากมีปัจจัยที่น่ากังวลหลายประการซึ่งจะส่งผลกระทบต่อภาวะเศรษฐกิจของไทย แม้ว่าจะมีการลงนามข้อตกลงทางการค้าเฟสแรกระหว่างสหรัฐอเมริกาและจีนไปแล้วก็ตาม แต่ปัญหาเรื่องอัตราภาษีสินค้าต่างๆ มีการเปลี่ยนแปลงน้อยมาก ความไม่แน่นอนจึงยังคงอยู่
ขณะเดียวกัน การแพร่ระบาดของไวรัสโคโรน่าที่ส่งผลกระทบต่ออุตสาหกรรมการท่องเที่ยว ตลอดจนการแข็งค่าของเงินบาทที่จะส่งผลกระทบต่อทั้งอุตสาหกรรมการส่งออก และอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวภายในประเทศ แต่อีซูซุ ยังคงต้องเดินหน้าตามแผนการเปิดตัวรถปิกอัพรุ่นเปลี่ยนโฉมใหม่หมด “All-New Isuzu D-Max พลานุภาพ… พลิกโลก!” ที่มีกำหนดจะออกจำหน่ายครบทุกรุ่นในช่วงต้นปี 2563 นี้
“ท่ามกลางสถานการณ์ที่ไม่เอื้ออำนวยนี้ จึงนับเป็นความท้าทายครั้งสำคัญของอีซูซุ กับการสร้างความสำเร็จอันยิ่งใหญ่ให้แก่รถรุ่นใหม่นี้ให้ได้ตามเป้าหมายที่วางไว้เช่นเดียวกับรถธงในรุ่นอื่นๆ ที่ผ่านมา” คุณปนัดดา กล่าว