พิกุล ศรีมหันต์ รองผู้จัดการใหญ่อาวุโส ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร กลุ่มธุรกิจ SME ของSCB กล่าวว่า “ทาง SCB มี SMEs ธุรกิจโรงแรมราว 300 แห่ง มูลค่าสินเชื่อคงค้าง 1.3 หมื่นล้านบาท โดยลูกค้าเกือบ 70% ได้เข้าสู่กระบวนการขอพักชำระหนี้ เป็นระยะเวลา 6 เดือนแล้ว ส่วนใหญ่จะเป็นเงินกู้ลงทุนในการก่อสร้าง”
สำหรับการให้สินเชื่อใหม่เพื่อเสริมสภาพคล่อง ธนาคารจะพิจารณาเป็นรายกรณี ทำให้ช่วงต้นปีที่ผ่านมา ลูกค้ามีการขอสินเชื่อใหม่อยู่ประมาณ 6-7 พันล้านบาท ซึ่งทาง SCB ยอมรับว่าลดลงเกือบครึ่งหนึ่ง แต่ก็เป็นลดลงอย่างต่อเนื่อง เพราะได้รับผลกระทบภาวะเศรษฐกิจอยู่ก่อนแล้ว และเมื่อมีวิกฤตไวรัสโควิด-19 เข้ามาเพิ่ม จึงทำให้กระทบยอดสินเชื่อใหม่มากขึ้น
2. ช่วยขาย ธนาคารได้จับมือกับพันธมิตรทั้งการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) และสมาคมธุรกิจการท่องเที่ยว (ATTA) และสมาคมโรงแรมไทย (THA) จัดงาน “SCB ไทยเที่ยว ไปด้วยกัน” เพื่อกระตุ้นบรรยากาศท่องเที่ยวในประเทศ ซึ่งเป็นเฟสแรก ได้ประเดิมจัดบนพื้นที่สำนักงานใหญ่ รัชโยธินของธนาคาร มีผู้ประกอบการโรงแรม 52 บูธ มาร่วมงาน โดยคาดว่าจะช่วยเพิ่มยอดขายจองห้องพักให้ได้ราว 5 ล้านบาทต่อราย
สำหรับเฟส 2 SCB จะช่วยเหลือกลุ่มธุรกิจที่เกี่ยวเนื่องกับการท่องเที่ยว เช่น ธุรกิจขายของฝาก ธุรกิจจิวเวลลี่ ธุรกิจทัวร์และขนส่ง เพื่อให้มียอดขายเพิ่มขึ้น
และเฟส 3 จะเป็นการช่วยเหลือธุรกิจอื่นๆที่ยอดขายลดลงและกระทบต่อการจ้างแรงงาน เพื่อให้ธุรกิจสามารถเดินหน้าไปได้และช่วยให้มีการจ้างงาน มีรายได้ในการใช้จ่ายดำเนินชีวิต
3. ช่วยลดต้นทุน ธนาคารใช้ประโยชน์จากระบบนิเวศทางธุรกิจที่วางไว้มาช่วยลูกค้าให้ได้มากที่สุด โดนเฉพาะการเชื่อมโยงเครือข่ายพันธมิตรด้านต่างๆ เพื่อช่วยธุรกิจลดต้นทุนในระยะยาว ผ่านการทำ Business Matching เปิดเวทีให้ผู้ประกอบการโรงแรมและท่องเที่ยวจับคู่เจรจาธุรกิจกับกลุ่มลูกค้าทางธุรกิจ อาทิ Online Travel Agents ชั้นนำที่จะช่วยเปิดประตูให้ผู้ประกอบการไทยได้เข้าถึงนักท่องเที่ยวต่างชาติกลุ่มอื่นๆ ซึ่งเป็นตลาดใหม่ที่มีศักยภาพ เพื่อชดเชยนักท่องเที่ยวจีนที่หายไป รวมทั้งคูค้าผู้พัฒนาเทคโนโลยีในการบริหารจัดการธุรกิจซึ่งมีคุณภาพ
สำหรับความกังวลลูกหนี้ SMEs กลุ่มนี้จะกระทบลูกหนี้เป็น NPL (ลูกหนี้ค้างชำระเกิน 3 เดือน) โดยรวมเพิ่มขึ้น พิกุล กล่าวว่า “ปีนี้คาดว่าจะเห็น NPL เพิ่มขึ้น 8.6% ของยอดสินเชื่อ SMEs 2.6 แสนล้านบาท ขยับขึ้นเล็กน้อยจากปีที่แล้ว NPL อยู่ที่ 8.3% ซึ่งหากธนาคารไม่ได้เข้ามาช่วยเหลือลูกหนี้เหล่านี้ อาจจะทำให้เกิด NPL สูงกว่านี้ได้”
ผลของมาตรการช่วยพักหนี้ ทำให้ไตรมาสแรกนี้ NPL ของธนาคารไม่เพิ่มขึ้น และคงไม่เพิ่มขึ้นจนกว่าจะหมดระยะเวลาของมาตรการช่วยเหลือดังกล่าว
เอกสิทธิ์ โชติกเสถียร เหรัญญิกของสมาคมไทยธุรกิจการท่องเที่ยว กล่าวปิดท้ายว่า “คาดว่าภาคท่องเที่ยวไทยจะฟื้นกลับมาได้ในช่วงครึ่งปีหลัง ซึ่งน่าจะเห็นการกลับมาของนักท่องเที่ยวทุกชาติ จากมาตรการกระตุ้นการท่องเที่ยวของภาครัฐ”