BrandAge

  • News & Next
    • ALL NEWS
    • Automotive
    • Property
    • Financial
    • Consumer Product & Retail
    • IT & Telecom
    • Energy
    • Fashion
    • Food & Beverage
    • Media
    • General
  • Unboxing Ideas
    • ALL NEWS
    • Brand
    • Design
    • Review
    • Technology
  • Think
    • ALL NEWS
    • Interview
    • Weekly Quote
  • Marketing School
    • ALL NEWS
    • อุบัติเหตุแบรนด์เนม
    • Vocabulary
    • Brand Battle
    • Change the pace
    • NYC S.E.A.L
    • DataAge
  • Analysis
  • Research
  • Startup & SMEs
    • ALL NEWS
    • SMEs
    • Startup
    • Fintech
  • Sustainable Brand
  • Magazine
    • Thailand's Social Power Brand
      • 2025
      • 2024
      • 2019
      • 2018
      • 2017
    • Thailand's Most Admired Brand
      • 2026
      • 2025
      • 2024
      • 2023
      • 2022
      • 2021
      • 2020
      • 2019
      • 2018
      • 2017
    • Thailand's Most Admired Company
      • 2025 - 2026
      • 2024 - 2025
      • 2023 - 2024
      • 2022 - 2023
      • 2021
      • 2020
      • 2019
      • 2018
    • Anniversary
      • 2025
      • 2024
      • 2023
      • 2022
      • 2021
      • 2020
    • Special Issue
      • นิลมังกร แบรนด์นวัตกรรมไทย
      • นิลมังกร The Reality Season 2
      • นิลมังกร The Reality Season 3
      • The Founder III
  • Publicity
  • Contact US
8,993
VIEWS

เริ่มแล้ว 5G ในอุตสาหกรรมการแพทย์ เมื่อ AIS จับมือ จุฬาฯ พัฒนาหุ่นยนต์ เฝ้าระวังเชื้อไวรัสโควิด-19

มี.ค. 10, 2563

เมื่อครั้งที่ 4G เข้ามา เราได้เห็นการเปลี่ยนแปลงในแง่ของพฤติกรรมผู้บริโภคในการรับสื่อ การใช้ชีวิต ไลฟ์สไตล์ต่างๆ แต่สำหรับ 5G คงจะเป็นการเปลี่ยนแปลงในภาพที่ใหญ่ขึ้น 5G จะเข้ามาเปลี่ยนบริบทสังคม เปลี่ยนภาพของธุรกิจที่จะยกระดับไปอีกขั้น

ที่ผ่านมา บทบาทผู้นำตลาดอย่าง AIS ไม่ได้มีเพียงแค่การรักษาฐานลูกค้าเท่านั้น แต่หน้าที่สำคัญคือการนำเสนอทางเลือกที่ดีกว่าให้กับอุตสาหกรรม ทำหน้าที่ในการเป็นส่วนหนึ่งในการพัฒนาประเทศ

จากสถานการณ์เกี่ยวกับเชื้อไวรัสโควิด-19 ในช่วงเดือนกุมภาพันธ์ที่ผ่านมา ทาง AIS เล็งเห็นถึงความสำคัญของบุคลากรทางการแพทย์ ในการปฏิบัติหน้าที่ควบคุมสถานการณ์ในประเทศไทย ตลอด 24 ชั่วโมง จึงร่วมพัฒนาเพื่อนำเทคโนโลยี 5G มาช่วยเสริมขีดความสามารถการทำงานของหุ่นยนต์บริการทางการแพทย์

วสิษฐ์ วัฒนศัพท์ หัวหน้าฝ่ายงานปฏิบัติการและสนับสนุนด้านเทคนิคทั่วประเทศ กล่าวว่า “ทาง AIS ได้มีการทำหุ่นยนต์กับทางจุฬาฯ ตัวแรก คือหุ่นยนต์กายภาพ AIS เข้ามาช่วยในเรื่องของการ Provide ด้านการสื่อสาร ส่งต่อข้อมูลจากหุ่นยนต์กายภาพมาสร้างเป็นเครือข่าย ให้คนไข้สามารถเปลี่ยนหุ่นยนต์ที่จะรักษาได้ และมีประวัติของคนไข้อยู่ด้วย”

“ปีนี้เมื่อเราได้ 5G มา สิ่งที่เราจะทำต่อคือการนำ 5G เข้ามาเติมเต็มเรื่องของการสื่อสาร ซึ่งเป็นหัวใจสำคัญของการทำงานในโลกยุคใหม่ เรื่องของดิจิทัล AI หรือการปรับตัวเข้าไปอยู่ใน Telemedicine ที่ตัวหุ่นยนต์”

หุ่นยนต์บริการทางการแพทย์นี้ เริ่มต้นได้คิดค้นด้วยจุดมุ่งหวังในการสร้างนวัตกรรมเพื่อนำมายกระดับการให้บริการทางการแพทย์ ซึ่งแพทย์สามารถเข้าถึงผู้ป่วยได้โดยไม่ต้องสัมผัสหรืออยู่ใกล้ผู้ป่วย ด้วยการรักษาและให้คำปรึกษาผ่านทางไกลผ่านระบบ Telemedicine ที่ตัวหุ่นยนต์

ศ.ดร.วิบูลย์ แสงวีระพันธุ์ศิริ อาจารย์ประจำภาควิชาวิศวกรรมเครื่องกล คณะวิศวกรรมศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยและหัวหน้าศูนย์ Regional Center of Robotics Technology เล่าให้ฟังถึงหุ่นยนต์บริการทางแพทย์ว่า “หุ่นยนต์นี้เป็นเหตุบังเอิญ เพราะจริงๆ แล้วจะพัฒนาขึ้นมาเพื่อช่วยในการเฝ้าระวังผู้ป่วยโรค Stroke ซึ่งเริ่มพัฒนากันมาเมื่อปีที่แล้ว แต่เกิดสถานการณ์เกี่ยวกับเชื้อไวรัสโควิด-19 จึงได้นำมาหุ่นยนต์มาใช้เพื่อให้แพทย์สามารถเข้าถึงผู้ป่วยได้โดยไม่ต้องสัมผัสหรืออยู่ใกล้ผู้ป่วย”

หุ่นยนต์บริการทางการแพทย์ ดูแลเฝ้าระวังเชื้อไวรัสโควิด-19 ในตอนนี้จะมีอยู่ 2 แบบคือแบบตั้งโต๊ะและแบบ Mobile Robot ข้อแตกต่าง 2 แบบนี้คือ แบบตั้งโต๊ะจะเหมาะกับใช้งานในห้องใดห้องหนึ่ง ไม่สามารถเคลื่อนที่ได้เอง เพราะมีน้ำหนักที่เยอะ สามารถใช้งานได้ 4-6 ชั่วโมง และแบบ Mobile Robot จะเหมาะกับโรงพยาบาลที่มีห้องผู้ป่วยจำนวนเยอะ เพราะสามารถเคลื่อนที่ได้เองแบบฉลาด คือเมื่อเจอคนหรือสิ่งของก็สามารถหลบหลีกได้

ข้อดีของการใช้งานหุ่นยนต์บริการทางการแพทย์ ในการติดตามอาการกลุ่มผู้ถูกเฝ้าระวังและดูแลรักษาผู้ป่วยติดเชื้อไวรัสโควิด-19

1. วิเคราะห์ วินิจฉัยโรคได้อย่างรวดเร็ว  

หุ่นยนต์จะทำหน้าที่เป็นตัวกลางระหว่างแพทย์ และกลุ่มผู้ถูกเฝ้าระวังหรือผู้ป่วย ให้สื่อสารโต้ตอบผ่านระบบ VDO Conference ด้วยภาพความละเอียดสูง ช่วยให้แพทย์สามารถคัดกรอง ประเมินความเสี่ยง ตลอดจนการวินิจฉัยโรคเบื้องต้นได้ เพราะการวิเคราะห์ผ่านภาพหรือวิดีโอ มักเป็นข้อมูลมีขนาดใหญ่ หากเครือข่ายมีแบนด์วิดธ์ต่ำ อาจทำให้การสื่อสารขัดข้อง ซึ่งหมายความว่าผู้ป่วยจะต้องรอการรักษานานขึ้นและผู้ให้บริการอาจให้บริการผู้ป่วยได้ไม่เต็มที่ ดังนั้นการเพิ่มประสิทธิภาพเครือข่ายโดยใช้เครือข่ายอินเตอร์เน็ตความเร็วสูง 5G จึงจะทำให้การรับส่งข้อมูลทางการแพทย์ขนาดใหญ่ได้อย่างรวดเร็วและน่าเชื่อถือ

2. การติดตามผู้ป่วยจากระยะไกลแบบเรียลไทม์

เนื่องจาก 5G จะมีความหน่วงเวลาที่ต่ำมาก การนำเทคโนโลยี 5G มาใช้ จะทำให้แพทย์ พยาบาล สามารถควบคุม สั่งการการทำงานของหุ่นยนต์ได้จากระยะไกล เช่น ติดตามอาการของผู้ถูกเฝ้าระวังผู้ติดเชื้อไวรัสโควิด-19 ทำให้มอนิเตอร์ผู้ป่วยได้รวดเร็วขึ้น ไม่ต้องเข้าไปสัมผัสกับผู้ถูกเฝ้าระวังด้วยตนเอง ทั้งผู้ป่วยและแพทย์จะสามารถมั่นใจได้ว่าจะได้รับข้อมูลตามที่ต้องการได้แบบเรียลไทม์และแพทย์จะสามารถให้การดูแลรักษาตามความต้องการและความคาดหวังของผู้ป่วย

3. ประเมินผลได้ทันที

เมื่อนำ 5G มาใช้ จะทำให้ผู้ป่วยได้รับการรักษาและสามารถเข้าถึงแพทย์ได้รวดเร็วขึ้น หุ่นยนต์บริการทางการแพทย์ จะสามารถเชื่อมต่อกับอุปกรณ์วัดและบันทึกสัญญาณชีพ (Vital Sign) เช่น วัดความดัน, วัดคลื่นไฟฟ้าหัวใจ (ECG), วัดชีพจร, วัดอุณหภูมิ และส่งต่อข้อมูลไปยังแพทย์ เพื่อประเมินผลได้ทันที

เนื่องจากในปัจจุบัน ยังต้องมีการเฝ้าระวังการติดเชื้อไวรัสโควิด-19 อย่างเคร่งครัด ทางหุ่นยนต์จะเข้ามาช่วยลดอัตราความเสี่ยงในการติดตามเฝ้าระวังอาการระหว่างผู้ถูกเฝ้าระวังผู้ป่วยติดเชื้อไวรัสโควิด-19 กับบุคลากรทางการแพทย์ เช่น แพทย์ พยาบาล รวมถึงล่ามภาษาจีน

นายแพทย์เขตต์ ศรีประทักษ์ ผู้อำนวยการสำนักการแพทย์โรงพยาบาลโรคทรวงอก กล่าวถึงความจำเป็นของการใช้หุ่นยนต์ในมุมมองของแพทย์ผู้นำไปใช้งานว่า “การที่โรงพยาบาลขาดหน้ากาก หรือชุดป้องกันเชื้อโรค เป็นอุปสรรคในการทำงาน แต่เมื่อเรามีหุ่นยนต์จะสามารถช่วยลดการใช้สิ่งของเหล่านี้ได้ โดยให้นึกภาพตามว่า หากมีผู้ป่วยมากขึ้น ในหนึ่งวัน หมอและพยาบาลเข้าไปดู ต้องใช้ชุดและหน้ากากเป็นจำนวนมาก แต่ถ้าเราสามารถใช้ให้หุ่นยนต์ทำงานแทนในงานบางอย่างที่เราไม่ต้องเข้าไปก็ได้เช่น การวัดไข้ วัดความดัน นำยาไปส่ง หรือนำอาหารไปส่ง ส่วนแพทย์พยาบาลจะเข้าไปในกรณีการเจาะเลือด หรือเข้าไปช่วยชีวิต ซึ่งหลังจากเคสโควิด-19 ผ่านไป เราก็ยังสามารถใช้หุ่นยนต์สำหรับเคสโรคระบาดอื่น ๆ ได้”

“อีกทั้งที่โรงพยาบาลทรวงอกมีหุ่นยนต์ที่เกิดจากการทำงานร่วมกันของคณะวิศวกรรมศาสตร์ คณะแพทยศาสตร์ จุฬาฯ และAIS ใช้กับเคสไวรัสโควิด-19 จำนวน 1 ตัว ซึ่งในการเรียนรู้ของบุคลากรทางการแพทย์ของโรงพยาบาลไม่ยุ่งยาก เพราะระบบต่างๆ ถูกออกแบบให้สามารถใช้งานได้ง่าย และมีภาพ เสียงคมชัดตามสัญญาณ 5G ของ AIS”

ในเบื้องต้นหุ่นยนต์บริการทางการแพทย์ เริ่มถูกนำไปใช้งานเพื่อเฝ้าระวังการติดเชื้อไวรัสโควิด-19 แล้ว 3 แห่ง ได้แก่

1. โรงพยาบาลราชวิถี จำนวน 2 ชุดเป็นแบบตั้งโต๊ะ

2. โรงพยาบาลทรวงอก จำนวน 1 ชุด เป็นแบบ Mobile Robot

3. โรงพยาบาลนพรัตนราชธานี จำนวน 1 ชุด เป็นแบบตั้งโต๊ะ

นอกจากนี้ ยังอยู่ในระหว่างการสร้างจำนวนมากขึ้นและการพัฒนาโปรแกรมใหม่โดยเฉพาะ และยังอยู่ระหว่างการเตรียมความพร้อมด้านเครือข่ายสัญญาณ 5G ไปยังสถานพยาบาลในพื้นที่ต่างจังหวัดเพิ่มเติมอีกด้วย

“จะรักเธอให้เหมือนวันแรก” คำมั่นสัญญาจาก AIS ที่ ไม่ว่าจะกี่ปี…ก็พร้อมเคียงข้างมอบประสบการณ์ที่ดีที่สุด

AIS ส่งกำลังใจ พร้อมมอบความช่วยเหลือประชาชนในพื้นที่ประสบภัยน้ำท่วม จากผลกระทบของพายุโนรู เพื่อให้สามารถติดต่อสื่อสารได้อย่างต่อเนื่อง

AIS ผนึก ZTE เปิดตัว “ศูนย์นวัตกรรม 5G A-Z Center” แห่งแรกในไทย ก้าวสู่การเป็น Cognitive Tech-Co

AIS กวาด 2 รางวัลองค์กรน่าทำงานมากสุดในเอเชีย จากเวที HR Asia Award 4 ปีต่อเนื่อง ตอกย้ำความเชื่อในความหลากหลายของบุคลากรสู่การขับเคลื่อนธุรกิจ

AIS 5G เปิดประสบการณ์ดิจิทัลสุดล้ำกับ 3D Anamorphic ใจกลางสยาม น้องอุ่นใจ Metaverse นำทัพชาว AIS ร่วมภารกิจส่งมอบ iPhone 14 Grab & Go

AIS ผนึก 3 กระทรวงหลัก สธ. ศธ. มท พร้อมพระจอมเกล้าธนบุรี เปิดตัว “หลักสูตรอุ่นใจไซเบอร์” ยกระดับการศึกษายุคดิจิทัลครั้งแรกของไทย

ยุค AI ปัญหาไม่ใช่ Content น้อย แต่สมองอาจจะยังไม่รับ บทเรียนถอดสมองมนุษย์จากเวที ADFEST 2026

ถอดวิธีคิด ONN ANU ปั้นรีเทลไซส์เล็กอย่างไร เมื่อมี ‘ทำเลทอง’ อนุสาวรีย์ฯ เป็นแต้มต่อ

คุยกับ นัทธมน พิศาลกิจวนิช 5 ความท้าทายของ “สุกี้ตี๋น้อย” บทพิสูจน์ผู้นำในสมรภูมิสุกี้ 3 หมื่นล้าน

เข็ม-วิลาวัณย์ สุรพงษ์ชัย / ADFEST 2026 “ในโลกที่ AI ทำทุกอย่างเร็วขึ้น มนุษย์กลับจดจำความรู้สึก มากกว่า Efficiency”

Read More Stories  

Research

ทำไม Gen Y ที่เคยถูกมองว่า ‘ใช้เงินเก่งสุด’ กลายเป็นคนที่ ‘วางแผนการเงินจริงจังที่สุด’? โดย 41.7% เลือกออมและลงทุนเพื่อครอบครัว

เปิดรายชื่อ 685 ร้านที่ได้รับรางวัล LINE MAN Wongnai Users' Choice Best of 2026

เทรนด์สุขภาพมาแรง! เมนูสลัดขึ้นแท่นเมนูยอดนิยมไตรมาสแรกกวาดยอดขายกว่า 1 ล้านจาน

หากช่องแคบฮอร์มุซปิด 3 เดือน จะเกิดอะไรขึ้นบ้าง?

Read More Stories  

Digest

OR ขานรับนโยบายรัฐฯ จำหน่ายน้ำมันดีเซล B20 อีกทางเลือกที่คุ้มค่าและยั่งยืน รองรับภาคขนส่ง อุตสาหกรรมและเกษตรกรรม

หยุดยาวแบบสบายใจ! ประกันติดโล่ แจกฟรีประกันบ้าน-อุบัติเหตุ รวม 30,000 สิทธิ์ คุ้มครองทั่วไทยรับเทศกาลสงกรานต์ปี 69

“เถ้าแก่น้อย” จัดงาน Taokaenoi X ChenZheYuan A Global Journey of Flavor ตอกย้ำสู่การเป็น Global Brand ด้วย New Asian Wave

Unboxing Ideas

สูตรลับคุมะมง เมื่อการ “ปล่อยให้ใช้ฟรี” กลายเป็นเครื่องจักรสร้างมูลค่าระดับล้านล้าน

Faminchu Theatre โรงหนังไซซ์มินิในสนามบินโอกินาว่า เปลี่ยนเวลารอเครื่องให้กลายเป็นเรื่องเล่า ผ่านหนังสั้นโปรโมทเมือง

สัมผัส "Luminara" ซูเปอร์ยอทช์ จาก The Ritz-Carlton Yacht Collection ชมห้องพักคืนละ 235,000 บาท/คน

ทำไมแม่ตุ๊กตาของพันช์คุง ชื่อ DJUNGELSKOG ไม่ใช่อุรังอุตัง ส่องไอเดียการตั้งชื่อของ IKEA เมื่อ ‘สถานที่’ กลายเป็นชื่อของไลน์สินค้า

Read More Stories  

Video

BrandAge Online 2024

เมิร์ซ เอสเธติกส์ ประเทศไทย ขับเคลื่อนการเติบโตผ่านคน ด้วยวัฒนธรรมองค์กรที่เข้มแข็ง.

เคล็ดลับหน้ากล้องและหลังเวที 'ป๋าเต็ด' ยุทธนา บุญอ้อม

ถอดรหัสแนวคิด ภาวิต จิตรกร : จัดคอนเสิร์ตอย่างไรให้ปัง และไม่แย่งตลาดกันเอง

What’s Next? เมื่อ Pandemic เปลี่ยนเป็น Endemic

Read More Stories  

บริษัท แบรนด์เอจ มาร์เก็ตติ้ง รีซอร์สเซส จำกัด.
All rights reserved.

Contact