รัฐบาลสหรัฐฯได้ทำข้อตกลงกับ Johnson & Johnson (J&J) และ บริษัท Moderna Inc. และ อยู่ในระหว่างการเจรจากับบริษัทอื่นอย่างน้อยอีกสองบริษัท เพื่อเตรียมความพร้อมในการผลิตวัคซีน Coronavirus (COVID-19) ในปริมาณมากในทันทีที่ผ่านการทดสอบว่าปลอดภัยและมีประสิทธิภาพในการใช้งาน
ปัจจุบันยังไม่มีการรักษาหรือวัคซีนที่ได้รับการรับรองสำหรับการใช้กับโรค COVID-19 ที่คร่าชีวิตผู้คนไปแล้วกว่า 41,000 คนและติดเชื้อมากกว่า 844,000 คนทั่วโลกในเวลาเพียงไม่กี่เดือน
และคาดว่าจะยังไม่มีวัคซีนใดที่จะพร้อมใช้งานจนถึงปี 2021 เป็นอย่างเร็ว เนื่องจากจะต้องมีการทดสอบอย่างกว้างขวางในมนุษย์ก่อนและได้รับการรับรองว่าใช้งานได้ วัคซีนจึงจะถูกฉีดให้ผู้คนทั่วโลก
เมื่อวันจันทร์ที่ผ่านมา J&J ได้ประกาศข้อตกลงมูลค่า 1 พันล้านดอลลาร์กับรัฐบาลสหรัฐฯ เพื่อสร้างกำลังการผลิตให้เพียงพอที่จะผลิตวัคซีนมากกว่า 1 พันล้านโดส และได้เลือกผู้สมัครรับการทดสอบวัคซีนแล้ว แต่จะไม่เริ่มทดสอบในคนจนถึงเดือนกันยายน ปีนี้
ส่วนบริษัท Moderna ซึ่งเดือนนี้ได้เริ่มต้นทดสอบวัคซีนกับผู้สมัครรับการทดสอบ และบริษัทได้เซ็นสัญญาลงนามในข้อตกลงกับ หน่วยงานวิจัยและพัฒนาขั้นสูงด้านชีวการแพทย์ (Biomedical Advanced Research and Development Authority - BARDA) ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของ กระทรวงสาธารณสุขและบริการมนุษย์ของสหรัฐอเมริกา (U.S. Department of Health and Human Services)
ข้อตกลงดังกล่าวเป็นส่วนหนึ่งของความพยายามของรัฐบาลกลางสหรัฐ ในการสนับสนุนเพื่อให้ผู้ผลิตยามีความสามารถที่จะผลิตวัคซีน COVID-19 ในจำนวนมหาศาลได้ทันที ที่การพิสูจน์ว่าวัคซีนใช้งานได้เสร็จสิ้น ทำให้มั่นใจว่าเมื่อได้ทดสอบวัคซีนพิสูจน์รับรองผลการใช้งานแล้ว ก็จะเริ่มผลิตวัคซีนจำนวนมหาศาลได้ทันที
ความพยายามของ J&J จะได้รับเงินทุนบางส่วนประมาณ 420 ล้านดอลลาร์จาก BARDA หน่วยงานดังกล่าวได้บอกกับ REUTERS ว่า มีแผนที่จะใช้เงินจำนวนหนึ่งเพื่อเพิ่มการผลิตสำหรับทดสอบกับผู้สมัครรับวัคซีน COVID-19 ของ Moderna
ผู้เชี่ยวชาญคาดว่าอาจใช้เวลา 12 ถึง 18 เดือนก่อนที่วัคซีนที่ปลอดภัยและมีประสิทธิภาพจะได้รับการอนุมัติตามกฎระเบียบ
“รัฐบาลและภาคอุตสาหกรรมกำลังทำงานในรูปแบบที่ไม่เคยมีมาก่อน” Bright กล่าว "ความหวังคือการทำงานให้เร็วที่สุดเท่าที่จะทำได้ และผลิตให้เพียงพอสำหรับการใช้งานกับเราและทั่วโลกในระยะเวลาอันสั้น”
BARDA วางแผนที่จะรับช่วงผลิตวัคซีนของ Moderna สำหรับทดสอบกับผู้สมัครรับวัคซีน เพื่อให้หน่วยงานด้านเทคโนโลยีชีวภาพที่เคมบริดจ์ รัฐแมสซาชูเซตส์ ได้เน้นการทดสอบในการทดลองที่มีขนาดใหญ่ขึ้น
เพราะ BARDA หวังที่จะเร่งกระบวนการผลิตวัคซีนให้เร็วขึ้น ซึ่งเกี่ยวข้องกับการได้รับการรับรองคุณภาพ การผลิตและบรรจุตามมาตรฐานที่กำหนดโดยองค์การอาหารและยาของสหรัฐอเมริกา (U.S. Food and Drug Administration - FDA)
องค์การอนามัยโลก WHO) ระบุว่ามีวัคซีน Coronavirus หลายสิบตัวกำลังอยู่ในระหว่างการพัฒนา แต่ก็ยังไม่เป็นที่ชัดเจนว่า ผู้คนในโลกจะสามารถพัฒนาภูมิคุ้มกันที่ยั่งยืนในร่างกายเพื่อป้องกันไวรัสนี้ได้ก่อน หรือยังจะต้องใช้วัคซีนในการป้องกัน
“สิ่งที่คุณต้องทำคือ การประเมินสิ่งที่ผู้สมัครรับการทดสอบวัคซีนได้รับผลดีจากวัคซีนมากที่สุด และลงทุนในความเสี่ยงเหล่านั้น” Seth Berkley ประธานบริหารของ Global Alliance for Vaccines and Immunization (GAVI) กล่าว
'ยิ่งคุณตัดสินใจเร็วเท่าไหร่ ก็จะยิ่งมีความเป็นไปได้ในการผลิตวัคซีนมากขึ้นเท่านั้น แต่ยิ่งคุณมีความมั่นใจน้อย อีกนานกว่าคุณจะรู้ว่าวัคซีนจะใช้งานได้หรือไม่ Berkley กล่าว
โดยทั่วไปแล้วการตัดสินใจว่าจะเดินหน้าต่อไปกับวัคซีนนั้น จะเกิดขึ้นหลังจากการทดลองด้านความปลอดภัยและการทดสอบประสิทธิภาพเบื้องต้นว่าสำเร็จหรือไม่
J&J กล่าวว่าจะเริ่มการทดสอบกับมนุษย์ในเดือนกันยายน ด้วยหวังเตรียมวัคซีนให้พร้อมใช้ในกรณีฉุกเฉินภายใต้การได้รับอนุญาตในช่วงต้นปี 2021
ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายวิทยาศาสตร์ของ J&J (J&J Chief Scientific Officer) Dr. Paul Stoffels บอกกับ REUTERS ว่า บริษัทต้องเริ่มเพิ่มกำลังการผลิตในขณะนี้ก่อนที่จะมีสัญญาณว่า วัคซีนที่ทดลองกับผู้สมัครรับวัคซีนใช้งานได้
“นั่นเป็นทางเลือกเดียวที่เราจะทำได้ทันเวลา” Stoffels กล่าวถึงเป้าหมายต้นปี 2021 "J&J หวังว่าจะมีข้อมูลที่พิสูจน์ว่าวัคซีนใช้งานได้ภายในสิ้นปีนี้"
J&J มีโรงงานผลิตในประเทศเนเธอร์แลนด์ที่สามารถผลิตวัคซีนได้ถึง 300 ล้านโดส Stoffels กล่าว "แต่ จะไม่เพียงพอสำหรับโลกอย่างแน่นอน”
บริษัทกำลังสำรวจโรงงานผลิตในส่วนอื่นๆ ของยุโรป และเอเชีย ที่สามารถผลิตวัคซีนชนิดที่บริษัทกำลังดำเนินการอยู่ได้ Stoffels กล่าวว่า "วัคซีนของ J&J จะใช้เทคโนโลยีเดียวกับที่ใช้ในการผลิตวัคซีนอีโบลาซึ่งมีการใช้กันอย่างแพร่หลายในผู้คน บริษัทเชื่อว่าวัคซีนจะได้รับการพิสูจน์ได้ว่าปลอดภัย
ในการศึกษาในห้องปฏิบัติการนั้น ได้ผลิตแอนติบอดีที่มีฤทธิ์เป็นกลางที่แข็งแรงในการต่อต้านไวรัส ซึ่งเป็นชนิดที่ต้องการในการสร้างวัคซีนที่ประสบความสำเร็จ
นอกเหนือจากการลงทุนใน J&J และ Moderna แล้ว Bright ผู้อำนวยการ BARDA (หน่วยงานวิจัยและพัฒนาขั้นสูงด้านชีวการแพทย์ - Biomedical Advanced Research and Development Authority) กล่าวว่า "หน่วยงานของเขากำลังเจรจากับผู้ผลิตวัคซีนรายใหญ่อีก 2 รายเป็นอย่างน้อย แต่ปฏิเสธที่จะเปิดเผยรายละเอียดต่อสาธารณะ"
BARDA ให้ความสนใจในการทำงานกับเทคโนโลยีวัคซีนที่หลากหลาย และกับบริษัทที่ได้รับการพิสูจน์แล้วว่าทำได้
“มีความเสี่ยงมากมายที่เกี่ยวข้องกับการสร้างวัคซีนใหม่ มีความเสี่ยงมากมายในการดำเนินการอย่างรวดเร็ว” Bright กล่าว “เราจึงจำเป็นต้องเข้าใจและลดความเสี่ยงนั้น”
Cr : REUTERS
Source