ผู้นำนวัตกรรม
ในมุมของอีซูซุ Innovation หรือ “นวัตกรรม”คือกลยุทธ์สำคัญในการสร้างมูลค่าเพิ่มให้แก่สินค้าหรือบริการขององค์กรธุรกิจนอกเหนือจาก “การสร้างความแตกต่าง”เพื่อสร้างความโดดเด่นให้กับแบรนด์อีซูซุตามกลยุทธ์การตลาดที่เสมือนเป็นแผน “แม่บท” ของอีซูซุ
คุณปนัดดา เจณณวาสิน กรรมการรองผู้จัดการ บริษัท ตรีเพชรอีซูซุเซลส์ จำกัด กล่าวว่าด้วยความที่อีซูซุเป็นแบรนด์ที่ขับเคลื่อนด้วย Innovation ดังนั้นอีซูซุจึงพยายามที่จะสร้างปรากฏการณ์ใหม่ๆให้กับอุตสาหกรรมยานยนต์ในประเทศไทยด้วยการแนะนำนวัตกรรมใหม่ๆทั้งด้านผลิตภัณฑ์และบริการออกมาเป็นเจ้าแรกอยู่เสมอโดยเฉพาะในฐานะผู้นำเทคโนโลยีดีเซลระดับโลกตัวอย่างเช่น อีซูซุได้แนะนำรถปิกอัพที่ใช้เครื่องยนต์ดีเซลเป็นครั้งแรกในประเทศไทยเมื่อปี 2521
ใน 2 ปีต่อมาอีซูซุได้ทำให้คนไทยรู้จักกับรถปิกอัพห้องโดยสารกว้างที่เรียกกันว่า“SPACECAB” เป็นครั้งแรกตามมาด้วยการเป็นผู้บุกเบิกเครื่องยนต์ดีเซลระบบ “Direct Injection”
ในประเทศไทยเมื่อปี 2529 อีซูซุยังเป็นแบรนด์แรกที่แนะนำรถปิกอัพขับเคลื่อน 4 ล้อที่ผลิตในเมืองไทยในนาม “Isuzu Rodeo 4WD” เมื่อปี 2535 ทั้งยังเป็นแบรนด์แรกที่แนะนำเกียร์ออโตเมติกในรถปิกอัพ ในปี 2539 และเป็นแบรนด์แรกที่เปิดตลาดรถปิกอัพเซ็กเม้นต์ใหม่สำหรับรถขับเคลื่อน2 ล้อยกสูงในประเทศไทยในชื่อ “Isuzu D-Max Hi-Lander” ในปี 2546
ต่อมาในปี 2553 อีซูซุได้เปิดตลาดรถปิกอัพเซ็กเม้นต์ใหม่เป็นครั้งแรกสำหรับคนรุ่นใหม่ที่มีไลฟ์สไตล์สปอร์ตภายใต้ชื่อ “Isuzu X-Series” และเป็นแบรนด์แรกที่นำระบบควบคุมอัจฉริยะ “มิมาโมริ”มาใช้ในรถบรรทุกเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการขนส่งและช่วยปรับพฤติกรรมคนขับให้ขับรถปลอดภัยและประหยัดยิ่งขึ้น
ปลายปี 2558 อีซูซุได้สร้างปรากฏการณ์ใหม่ให้กับอุตสาหกรรมรถปิกอัพเมืองไทยด้วยการแนะนำเครื่องยนต์รุ่นใหม่“Isuzu 1.9 Ddi Blue Power” ถือเป็นการเปิดตัวครั้งแรกในอุตสาหกรรมรถปิกอัพระดับโลกด้วยจุดเด่นของขุมพลังใหม่จากเครื่องยนต์ดีเซลขนาดต่ำกว่า 2,000 ซีซี. แต่ให้แรงม้าสูงกว่าและมีประสิทธิภาพที่เหนือกว่าเครื่องยนต์ยอดนิยมของอีซูซุรุ่นเดิม 2,500 ซีซี. ที่มีขนาดใหญ่กว่าและยังช่วยสร้าง “พลังงานสะอาด”ที่ให้ค่ามลพิษต่ำสุดรองรับมาตรฐานสูงสุด Euro6 อันเข้มงวดในอนาคต อีกทั้งยังประหยัดน้ำมันสูงสุดเมื่อเทียบกับรถในระดับเดียวกัน
ภาพลักษณ์ของความเป็น Innovation Brand ยังสะท้อนผ่านกลยุทธ์การสื่อสารที่ให้น้ำหนักกับช่องทางดิจิทัลเป็นหลักเพราะอีซูซุมองว่าพฤติกรรมผู้บริโภคในยุคดิจิทัลเกิดความเปลี่ยนแปลงไปอย่างมากอีซูซุจึงได้ปรับปรุงช่องทางในการติดต่อสื่อสารกับลูกค้าให้สะดวกรวดเร็วและมีประสิทธิภาพสูงยิ่งขึ้น
นอกจากการสื่อสารผ่านช่องทางโซเชียลมีเดียต่างๆเช่น Website, Facebook, LINE และอื่นๆแล้วเมื่อปีที่ผ่านมาทางบริษัทได้พัฒนา Web Application สำหรับเจ้าของรถอีซูซุในชื่อ “my-Isuzu” โดยรวบรวมโครงการและสิทธิประโยชน์ต่างๆไว้เพื่อความสะดวกของเจ้าของรถอีซูซุอีกด้วย