และต่อไปนี้คือเหตุผลมากมายว่าทำไมคนส่วนใหญ่เลือกใช้ K PLUS
- K PLUS ใช้ง่าย ใครๆ ก็เลยใช้
- K PLUS มีฟีเจอร์ใหม่ล่าสุดคือการใช้จ่ายด้วยการยิง QR Code หรือที่เรียกว่า “ยิงปิ๊บ จ่ายปั๊บ”
- K PLUS สร้างสรรค์ลูกเล่นหรือฟีเจอร์ของการใช้บริการทั้ง Functional & Emotional Benefits ที่เกี่ยวข้องกับไลฟ์สไตล์และชีวิตประจำวันของลูกค้า รวมถึงมีมาตรการรักษาความปลอดภัยทางข้อมูลขั้นสูง
- K PLUS ครบในทุกความต้องการทางการเงิน ทั้งโอน-เติม-จ่าย และการบริหารการเงินด้านอื่นๆ ทั้งบัตรเครดิต บัตรเดบิต ประกันการเดินทางระหว่างประเทศ และการจัดการกองทุนรวม ช่วยให้ผู้ใช้มีความสะดวกสบาย
ในทางกลับกัน ร้านค้าก็ไว้วางใจที่จะทำธุรกรรมโมบายแบงก์กิ้งกับธนาคารกสิกรไทยผ่าน K PLUS SHOP แอปพลิเคชั่นสำหรับร้านค้าบนมือถือที่รองรับการใช้จ่ายทุกรูปแบบ ก็เพราะ K PLUS SHOP มีความล้ำที่ไม่เหมือนใคร
- K PLUS SHOP ช่วยให้ร้านค้ารับชำระเงินได้ทาง QR Code ซึ่งง่าย สะดวก และปลอดภัย
- K PLUS SHOP สามารถแยกบัญชีรายรับ-รายจ่ายของร้านออกจากบัญชีปกติ ทำให้บริหารการเงินของร้านได้ง่ายและมีประสิทธิภาพมากขึ้น
- K PLUS SHOP ให้บริการครอบคลุม 3 พื้นที่แหล่งช้อปปิ้งสำคัญในกรุงเทพฯ คือ สยามสแควร์ ตลาดนัดจตุจักร และแพลทินัม แฟชั่น มอลล์ ก่อนจะขยายพื้นที่ให้บริการทั่วประเทศ หลังจากออกจาก Regulatory Sandbox ของธนาคารแห่งประเทศไทย
- K PLUS SHOP สมัครและใช้บริการได้ง่าย ไม่จำเป็นต้องผูกกับระบบพร้อมเพย์ในการใช้งาน และรองรับ QR Code มาตรฐาน ทำให้รับชำระได้จากแอปฯ โมบาย แบงกิ้งทุกธนาคารและอี-วอลเล็ตที่รองรับ QR Code มาตรฐาน
- ธนาคารพัฒนา K PLUS SHOP ให้สามารถรับจ่ายจากลูกค้าต่างชาติได้ ด้วยการจับมือกับพันธมิตร พัฒนาระบบการโอนเงินระหว่างประเทศผ่านระบบดิจิทัล เพื่อสร้างโอกาสทางธุรกิจที่มากขึ้นให้ร้านค้าไทย และสร้างประสบการณ์ที่ดีกับนักท่องเที่ยวต่างชาติ
- K PLUS SHOP เป็นแอปฯ ธนาคารแรกในประเทศไทยที่พร้อมรับชำระเงินจากนักท่องเที่ยวจีนที่เดินทางมาท่องเที่ยวในประเทศไทยกว่าปีละ 9 ล้านคน ด้วยการสแกน QR Code ของ Alipay และ WeChat Pay ได้ โดยเตรียมเปิดให้บริการเต็มรูปแบบในเดือนตุลาคมนี้
ด้วยฟีเจอร์ต่าง ๆที่ธนาคารกสิกรไทยพัฒนาอย่างไม่หยุดยั้ง ยิ่งทำให้ผู้ใช้หันมาใช้โมบาย แบงกิ้ง จัดการเรื่องต่างๆ ด้วยตัวเองมากขึ้น เชื่อว่าจากนี้ไป K PLUS & K PLUS SHOP จะเป็นกลไกหลักในการสร้าง Cashless Ecosystem ให้กับประเทศ โดยเฉพาะในรูปแบบ Mobile Platform ผ่านกลยุทธ์ต่างๆ ที่จะทำให้ผู้บริโภคคุ้นชินกับการใช้จ่ายด้วย QR Code โดยเน้นที่ร้านค้า 3 กลุ่ม คือ ร้านอาหาร/เครื่องดื่ม ร้านสินค้าแฟชั่น และมอเตอร์ไซค์รับจ้าง ซึ่งเป็นกลุ่มที่อยู่ในชีวิตประจำวันของผู้บริโภค โดยธนาคารตั้งเป้าหมายจำนวนร้านค้าที่ใช้ K PLUS SHOP 200,000 ร้านค้า และมีมูลค่าการทำธุรกรรมผ่าน K PLUS SHOP 800 ล้านบาทภายในสิ้นปีนี้