สำหรับผู้หญิงแล้วไม่ว่าเศรษฐกิจจะเป็นอย่างไร แต่เรื่องสำคัญที่หยุดไม่ได้คือเรื่องของ “ความสวย” ซึ่งนั่นทำให้ธุรกิจเครื่องสำอางยังเติบโตไปได้แม้ในภาวะเศษฐกิจชะลอตัว
ยิ่งในปัจจุบันช่องทางในการเข้าถึงเครื่องสำอางมีค่อนข้างครบ มองไปทางไหนก็สามารถซื้อหาได้ง่าย ทั้งผ่าน ช่องทางออฟไลน์และออนไลน์ ประกอบกับเทรนด์เครื่องสำอางไซส์เล็กได้รับความนิยมมากทำให้ในช่วง 2-3 ปีที่ผ่านมา เราได้เห็นแบรนด์เครื่องสำอางทั้งรายเล็กและรายใหญ่กระโดดเข้ามาเล่นในตลาดเครื่องสำอางไซส์เล็กกันอย่างหนาตา
จุดเด่นของเครื่องสำอางไซส์เล็กคือพกพาสะดวก ราคาไม่แรง ทำให้ลูกค้ากลุ่มงบน้อยเข้าถึงได้ง่าย ในขณะที่ ลูกค้าสายแฟชั่นก็สามารถซื้อไปทดลองใช้ได้หลายไอเทมในราคาสบายกระเป๋า
beWiLD จับ Pain Point ตรงนี้มาเป็นไอเดียในการทำแบรนด์เครื่องสำอาง ที่มีนวัตกรรมทั้งในแง่ของตัวสินค้า และช่องทางขายที่ถือได้ว่าเป็นรายแรกที่ขายผ่านตู้ขายอัตโนมัติ จนทำให้แบรนด์ beWiLD เป็นที่รู้จักอย่างรวดเร็ว
“เราเริ่มคิดทำเครื่องสำอางจาก Insight ของตัวเราเอง เพราะพอเริ่มแต่งหน้าเราก็มองหาเครื่องสำอางที่เหมาะ กับสภาพผิวและสภาพแวดล้อมของบ้านเราซึ่งมีน้อยมาก ส่วนมากเครื่องสำอางที่มาจากต่างประเทศจะมันเยิ้มเกินไป สำหรับผิวคนไทยประกอบกับทางบ้านเป็นโรงงานที่ทำธุรกิจเกี่ยวกับเคมีคอลและเทรดดิ้งอยู่แล้วจึงมองว่าตลาดตรงนี้มี ช่องว่างและเป็นโอกาสที่เราจะได้นำเสนอแบรนด์ของเราให้ผู้บริโภค” คุณจันทรัช พิบูลย์สวัสดิ์ Founder บริษัท Journey Across เจ้าของแบรนด์ beWiLD เล่าถึงจุดเริ่มต้นของแบรนด์เครื่องสำอางอย่าง beWiLD ที่กำลังได้รับ ความนิยมในหมู่สาวไทย