แม้ว่า “เอ็มจี” จะเป็นแบรนด์ผู้เล่นหน้าใหม่ในอุตสาหกรรมยานยนต์ของบ้านเรา แต่ระยะเวลาในช่วง 6 ปีที่ผ่านมา เอ็มจีได้พิสูจน์ให้เราเห็นถึงความแข็งแกร่งของ Brand ซึ่งได้ถูกถ่ายทอดและนำเสนอออกมาจนได้รับการยอมรับ และเป็นอีกหนึ่งแบรนด์ยานยนต์ที่ประสบความสำเร็จอย่างมาก และเรากำลังพูดถึง “การเดินทางไม่มีวันสิ้นสุด” คำพูดนี้เป็นจริงเสมอในทุกช่วง เวลาที่สะท้อนตัวตนของแบรนด์รถยนต์สัญชาติอังกฤษอย่างเอ็มจีที่จุดกำเนิดจากเกาะเล็กๆในทวีปยุโรปก่อนจะสร้างตำนาน แห่งการเดินทางบนทุกเส้นทางไปยังทุกหัวระแหงของโลก
กรกฎาคม พ.ศ. 2557 เป็นจุดเริ่มต้นที่เอ็มจีเข้ามาสร้างสีสันให้ท้องถนนเมืองไทย จากก้าวเล็กๆ วันนั้นเอ็มจีก็ได้เริ่มนำ เสนอทางเลือกใหม่ๆ ให้กับผู้บริโภคและผลลัพธ์ก็คือ เสียงตอบรับอย่างท่วมท้น ในขณะที่ความต้องการเพิ่มขึ้น สิ่งที่เราเห็นตามมา คือการขยายโชว์รูมและศูนย์บริการของเอ็มจี จนในที่สุดเอ็มจีก็ได้เปิดโรงงานผลิตรถยนต์ภายในประเทศ เพราะเชื่อมั่นในศักยภาพของตลาดรถยนต์บ้านเรา และเพื่อผลิตรถรุ่นใหม่ๆ ออกมานำเสนอด้วยความคุ้มค่ากว่าใคร
อีกหนึ่งสิ่งที่ทำให้เอ็มจีสามารถเดินเกมการแข่งขัน และเป็นแบรนด์ที่ตอบโจทย์ตลาดได้ คือการมีสินค้าที่โดดเด่น และหลากหลายไม่ว่าจะเป็นรถยนต์นั่งอย่างนิว เอ็มจี 3 (NEW MG3) รถเอสยูวีอย่างนิว เอ็มจี เฮชเอส (NEW MG HS) และ นิว เอ็มจี แซดเอส (NEW MG ZS) รุ่นล่าสุด หรือจะเป็นรถยนต์พลังงานไฟฟ้า 100% อย่างนิว เอ็มจี แซดเอส อีวี (NEW MG ZS EV) รถตู้โดยสารนิว เอ็มจี วี80 (NEW MG V80) รวมถึงรถกระบะพันธุ์ยักษ์อย่างนิว เอ็มจี เอ็กซ์เทนเดอร์ (NEW MG EXTENDER) โดยแต่ละรุ่นจะมีเอกลักษณ์เตะตา และได้รับการออกแบบภายใต้แนวคิด บริท ไดนามิค (Brit Dynamic)