ยูนิลีเวอร์ เคยทำวิจัยออกมาและพบว่า เมื่อลูกค้าเข้ามาในร้านค้าปลีกแล้วไม่พบสินค้าที่ต้องการ จะเกิดเหตุ การณ์ดังนี้คือ 27% จะเปลี่ยนร้าน ขณะที่ 26% จะชะลอการซื้อ ส่วน 16% จะซื้อแบรนด์เดิมแต่เปลี่ยนไซส์หรือขนาด และ 31% จะเปลี่ยนแบรนด์ไปซื้อของที่ทดแทนกันได้แทน
ยูนิลีเวอร์ จึงมีการนำระบบซัพพลายเชนเข้ามาช่วยในการบริหาร อย่างล่าสุดก็มีการลดขั้นตอนการกระจายสินค้าเข้าร้าน จากเดิมที่เมื่อผลิตสินค้าเสร็จจะขนไปไว้ที่ศูนย์กระจายสินค้าที่ฉะเชิงเทรา ซึ่งเสียเวลาไป 1 วัน ก็หันมาใช้วิธีขนมาพักที่จุดพักสินค้าข้างโรงงานและกระจายสินค้าเข้าร้านค้าปลีกทันที ซึ่งจะทำให้การกระจายสินค้าทำได้เร็วขึ้น จนทำให้โอกาสในการที่สินค้าจะขาดหายไปจากเชลฟ์เหลือเพียงแค่ 2% คือใน 100 ครั้ง ที่มาร้านค้าปลีกแล้วจะไม่พบสินค้าแค่ 2 ครั้ง
การพัฒนาระบบการกระจายสินค้านี้ ยังถูกนำมาใช้ในการกระจายสินค้าเข้าสู่ร้านค้าย่อย ซึ่งจะเป็นแนวทางที่ 3 ในการบาลานซ์อำนาจากการต่อรองนั่นก็คือ การพัฒนาช่องทางการขายอื่นๆ ขึ้นมาทดแทนเพื่อคานอำนาจกัน
แนวทางนี้ ซัพพลายเออร์แต่ละราย ต่างก็มีการพัฒนาระบบการจัดจำหน่ายของตัวเองเพื่อให้สามารถเข้าถึงร้านค้าย่อยหรือร้านโชวห่วยรวมถึงร้านโมเดิร์นเทรดท้องถิ่น เพียงเท่านั้น ยังมีการเทน้ำหนักเข้ามาเพื่อช่วยพัฒนาร้านค้าย่อยเหล่านั้นให้สามารถยืนอยู่ได้ ในที่นี้อาจจะรวมถึงการสร้างช่องทางการขายของตัวเองขึ้นมาโดยดึงเอาผู้ประกอบการรายย่อยเข้ามาเป็นพวก เหมือนกับการเปิดร้าน 108 ช็อป ของเครือสหพัฒน์ หรือการทำโครงการร้านค้าติดดาวของยูนิลีเวอร์ที่เป็นการเข้าไปร่วมมือกับร้านโชวห่วยเพื่อช่วยพัฒนาร้านค้าเหล่านั้นให้สามารถเติบโตได้อย่างยั่งยืน เป็นต้น
การบาลานซ์อำนาจในแนวทางนี้ กำลังเป็นแนวทางหลักที่ซัพพลายเออร์หลายรายทุ่มเทศักยภาพให้อย่างเต็มที่ ทั้งพีแอนด์จี และยูนิลีเวอร์ ต่างก็มีการจัดอบรมให้กับผู้ประกอบการที่เป็นค้าปลีกรายย่อยอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะยูนิลีเวอร์ มีการใช้กลยุทธ์ Strategic Partner ในการร่วมมือกับค้าปลีกรายย่อยโดยมีการจัดอันดับความร่วมมือไว้เป็น 4 ขั้น และจะมีการซัพพอร์ตให้ตามแต่ละขั้น ซึ่งขึ้นอยู่กับยอดการสั่งซื้อตลอดทั้งปีด้วย
ข้อมูลจาก ยูนิลีเวอร์ ไทยเทรดดิ้ง ระบุไว้ว่า ปัจจุบัน สัดส่วนการขายของยูนิลีเวอร์ 85% จะมาจากการขายผ่านเชนโมเดิร์นเทรดรายใหญ่ทั้ง 3 ราย คือ โลตัส บิ๊กซี และท็อปส์ รวมกับการขายผ่านตัวแทนจำหน่ายหรือดิสทริบิวเตอร์ 64 ราย โดย ยูนิลีเวอร์ เรียกตัวแทนตรงนี้ว่า ศูนย์กระจายสินค้าของยูนิลีเวอร์ หรือ“คอนเซสชั่นแนร์”เดิม ซึ่งจะทำหน้าที่กระจายสินค้าสู่ร้านค้าย่อย ส่วนอีก 15% ที่เหลือจะเป็นร้านค้าปลีกรายย่อยที่ส่วนใหญ่จะเป็นห้างและซูเปอร์มาร์เก็ตท้องถิ่น