เวลา ๐๙.๓๐ น. สมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงเครื่องแบบเต็มยศจอมพลทหารบก ทรงสวมสายสะพายนพรัตนราชวราภรณ์ พร้อมด้วยสมเด็จพระราชินี เสด็จพระราชดำเนินเข้าพระที่นั่งอมรินทวินิจฉัย ทรงจุดธูปเทียนนมัสการพระสัมพุทธพรรณีและพุทธมหามณีรัตนปฏิมากร แล้วเสด็จขึ้นพระที่นั่งไพศาลทักษิณ ทางพระทวารเทวราชมเหศวร มหาดเล็กเชิญพระแสงดาบฝักทองเกลี้ยง ตามเสด็จพระราชดำเนิน ชาวพนักงานประโคมสังข์ แตร ดุริยางค์ สังฆการีนิมนต์พระสงฆ์ทรงสมณศักดิ์ชั้นสมเด็จพระราชาคณะ ๕ รูป ขึ้นนั่งเหนืออาสน์ในพระที่นั่งไพศาลทักษิณ สมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงจุดธูปเทียนเครื่องบูชาพระรัตนตรัย หน้าพระแท่นมณฑล สมเด็จพระสังฆราชถวายศีล จบแล้วเสด็จเข้าในหอสุลาลัยพิมาน
เวลา ๐๙.๕๕ น. โหรบูชาพระฤกษ์ที่ศาลจตุโลกบาลทั้ง ๔ และศาลพระอินทร์ที่มณฑปพระกระยาสนาน
เวลา ๑๐.๑๕ น. เป็นปฐมฤกษ์ พระครูวามเทพมุนี กราบบังคมทูลเชิญเสด็จฯ สู่มณฑปพระกระยาสนาน สมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงเศวตพัสตร์ ทรงสพักขาวขลิบทอง เสด็จออกจากหอพระสุลาลัยพิมาน ทางพระทวารพระที่นั่งไพศาลทักษิณ โดยริ้วกระบวน ไปยังหน้าโต๊ะสังเวยเทวดากลางหาว เสด็จขึ้นมณฑปพระกระยาสนาน ประทับเหนืออุทุมพรราชอาสน์ แปรพระพักตร์สู่มงคลทิศบูรพา ทรงเหยียบใบไม้อ้อ หม่อมเจ้าพร้อม ลดาวัลย์ เชิญพระชัยนวโลหะประดิษฐาน ณ บุษบกทิศตะวันออก พราหม์สมจิตต์ รังสิพราหมณกุล เชิญพระคเณศประดิษฐาน ณ บุษบกทิศตะวันตก
เวลา ๑๑.๒๐ น. พระยาโหราธิบดีลั่นฆ้องชัย พระยาอนุรักษ์ราชมณเฑียร ไขสหัสธารา อันเจือด้วยน้ำปัญจมหานที ในมัธยมประเทศ คือ แม่น้ำคงคา ยมุนา อจิรวดี สรภู และแม่น้ำเบญจสุทธคงคา ในแม่น้ำสำคัญทั้ง ๕ ของไทย ได้แก่
แม่น้ำเพชรบุรี ตักที่ตำบลท่าชัย แขวงจังหวัดเพชรบุรี
แม่น้ำราชบุรี ตักที่ตำบลดาวดึงส์ แขวงจังหวัดราชบุรี
แม่น้ำเจ้าพระยา ตักที่ตำบลบางแก้ว แขวงจังหวัดอ่างทอง
แม่น้ำป่าสัก ตักที่ตำบลท่าราบ แขวงจังหวัดสระบุรี
แม่น้ำบางปะกง ตักที่ตำบลบึงพระอาจารย์ แขวงจังหวัดนครนายก
และน้ำ ๔ สระ คือ สระเกศ สระแก้ว สระคงคา สระยมุนา แขวงจังหวัดสุพรรณบุรี
พระครูวามเทพมุนี กล่าวสรรเสริญเปิดศิวาลัยไกรลาศจบแล้ว กราบบังคมทูลถวายเครื่องเบญจราชกกุธภัณฑ์ และเครื่องบรมราชาภรณ์ เครื่องประดับพระอิสริยยศด้วยภาษามคธ จบแล้วเจ้าพนักงานพระราชพิธีเชิญพระสุพรรณบัฎ ซึ่งจารึกพระปรมาภิไธยว่า
“พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช มหิตลาธิเบศร รามาธิบดี จักรีนฤบดินทร สยามินทราธิราช บรมนาถบพิตร”