การทรงอิทธิพลขึ้นมาของเชนโมเดิร์นเทรดในบ้านเรา ก่อให้เกิดการเปลี่ยนแปลงกับระบบจัดจำหน่ายสินค้า FMCG ไม่น้อย ไล่ตั้งแต่ การนำเครื่องมืออย่าง “สเปซ แมเนจเม้นต์” เข้ามาบริหารพื้นที่ขายบนเชลฟ์ เพื่อให้ได้ยอดขายคืนกลับมาสูงสุด ทำให้แบรนด์ที่ไม่ติดอันดับ 1 – 3 ในตลาด แทบจะไม่เหลือพื้นที่ขายบนเชลฟ์ให้กับตัวเอง
หรืออย่างการนำเครื่องมือในการบริหารจัดการค้าปลีกโมเดิร์นเทรดเข้ามาใช้เพื่อเรียกส่วนต่างจากเจ้าของแบรนด์เพิ่ม เนื่องจากโมเดิร์นเทรดทั้งบิ๊กซี และเทสโก้ โลตัส รวมถึงคาร์ฟูร์ในอดีต ต่างขายสินค้าราคาถูกจนมีกำไรไม่มากนัก และวิธีที่จะสร้างกำไรเพิ่มขึ้นจนได้ตัวเลขกำไรที่ตั้งเป้าหมายเอาไว้ก็คือการสร้างเครื่องมือเหล่านั้นขึ้นมาเพื่อเรียกส่วนต่างของจีพีเพิ่มขึ้น เครื่องมือที่ว่านี้ก็มีอาทิ ค่าหัวเชลฟ์ ค่าแรกเข้า ค่าโปรโมชั่น หรือค่าการกระจายสินค้าเข้าสาขา เป็นต้น
ไม่เพียงแค่การสร้างปรากฏการณ์ใน 2 เรื่องที่กล่าวมาเท่านั้น แต่การขยายตัวเพิ่มขึ้นของเชนโมเดิร์นเทรดยังทำให้เกิดยี่ปั๊วสายพันธุ์ใหม่ที่เรียกตัวเองว่า “จ็อบเบอร์” หรือ “มือปืน” ที่เข้าไปซื้อสินค้าหลังร้านเป็นบิ๊กล็อตเพื่อนำมาขายต่อให้กับยี่ปั๊วในระบบเดิมอีกทอดหนึ่ง
การเกิดขึ้นของบรรดา “จ็อบเบอร์” หรือ “มือปืน” นี้ มาจากเหตุผลที่ว่า ผู้จัดการสาขาของโมเดิร์นเทรดแต่ละรายรายต่างต้องรับเป้าการขายจากบริษัทแม่ที่มีทั้งเป้าการขายรายวัน รายสัปดาห์ และรายเดือน เมื่อยอดขายไม่ได้ตามเป้าจึงมีการเปิดขายหลังร้านให้กับจ็อบเบอร์เหล่านั้นนำสินค้าไปกระจายขายต่อให้กับยี่ปั๊วหรือร้านโชวห่วยอีกทอดหนึ่ง