วิกฤต COVID-19 นั้นส่งผลกระทบไปแทบจะทุกอุตสาหกรรม ส่วนจะหนักหรือเบานั้นก็ขึ้นอยู่กับว่าเกี่ยวข้องกับการระบาดของโรคขนาดไหน
ต้องยอมรับว่าอุตสาหกรรมท่องเที่ยวเป็นอีกกลุ่มธุรกิจหนึ่งที่ได้รับผลกระทบเข้าเต็มๆ ทั่วโลก ชนิดที่เรียกว่า ยังไม่เห็นแสงสว่างที่ปลายอุโมงค์ตราบใดที่ยังไม่มีวัคซีนป้องกันโรคออกมา ตลาดท่องเที่ยวจะยังไม่สามารถกลับมาเหมือนเดิมได้ 100% เต็ม
แม้ว่าปัญหาเรื่องโรคระบาดมีมานานแล้วธุรกิจท่องเที่ยวก็สามารถปรับตัวจนสามารถอยู่ด้วยกันได้
ในอดีตที่ผ่านมาก็มีผลกระทบเกี่ยวกับเรื่องโรคระบาดเป็นครั้งคราว เช่น ซาร์ส หรือเมอร์ส เพียงแต่ COVID-19 นี้มีความแตกต่างกันตรงที่อาการของผู้ติดเชื้อและวิธีการดูแล กล่าวคือ คนเป็นโรคส่วนใหญ่ไม่แสดงอาการที่เห็นอย่างชัดเจน จึงไม่ระวังตัวซึ่งส่งผลทำให้การระบาดเป็นไปอย่างรุนแรงและรวดเร็ว
ศุภจี สุธรรมพันธุ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร กลุ่มบริษัท ดุสิตธานี จำกัด (มหาชน) กล่าวถึงความแตกต่างของปัญหานี้ให้ฟังว่า วิกฤต COVID-19 ที่เกิดปัญหากับการท่องเที่ยวโดยตรง คือ ระยะฟักตัวของโรคนาน ที่สำคัญคือ บางคนที่ได้รับเชื้อแล้วไม่มีอาการ เพราะฉะนั้นวิธีการป้องกันที่ดีที่สุด คือทุกคนต้องอยู่กับที่ พอบอกว่าทุกคนต้องอยู่กับที่ ธุรกิจที่เกี่ยวข้องกับการบริการ อย่างเช่น การท่องเที่ยวก็หยุดอยู่กับที่ไปพร้อมกัน
“ที่ผ่านมาโรคระบาดอื่นๆ พอเราเห็นคนที่เป็นว่ามีอาการเราสามารถแยกและป้องกันได้แต่ COVID-19 ไม่สามารถทำได้ จึงจำเป็นต้องหยุดการเดินทางทั้งหมด ครั้นพอทุกอย่างหยุดนิ่งรายได้จากการท่องเที่ยวก็ไม่มาแน่ๆ เพราะรายได้ไม่มาก็ส่งผลกระทบเป็นลูกโซ่ต่อไป”
ถ้าเราสังเกตให้ดีจะพบว่าช่วง 4-5 ปีที่ผ่านมาธุรกิจท่องเที่ยวเป็นธุรกิจที่ทำรายได้และเติบโตสูงที่สุดธุรกิจหนึ่งในประเทศไทย ซึ่งส่งผลต่อการเจริญเติบโตของประเทศอย่างมาก เพราะว่ารายได้จากการท่องเที่ยวคิดเป็นตัวเลขประมาณ 18% ของ GDP
เพราะฉะนั้นในช่วงที่ผ่านมาจึงมีคนที่เข้ามาในตลาดนี้เป็นจำนวนมาก โดยหวังจะอาศัยการเติบโตของตัวเลขนักท่องเที่ยวที่เพิ่มขึ้น จึงกลายเป็นว่ามีซัพพลายเกิดขึ้นมากมาย และก็มีหลายรูปแบบมาก
ครั้นพอธุรกิจหยุดชะงัก คนที่ไม่ได้มีแผนสำรองก็เกิดปัญหาขึ้นทันที
“เมื่อต้นปีเรายังประกาศตัวเลขนักท่องเที่ยวอยู่ที่ 40 ล้านคน มาจนถึงปัจจุบันนี้เรามองว่ายังเต็มที่ก็ได้แค่ 10 ล้านคนหมายความว่าตัวเลขหายไป 3 ใน 4 และจำนวน 10 ล้านนี้ก็ต้องขึ้นอยู่กับว่าทางรัฐบาลจะสามารถเปิดท่องเที่ยวแบบ Bubble ได้หรือเปล่า เพราะตราบใดถ้าโลกนี้ยังไม่มีวัคซีนเราก็ไม่สามารถเปิดประเทศให้คนเดินเข้าออกแบบปกติได้เนื่องจากระบบสาธารณสุขของเราก็รับไม่ไหว
ส่วนการท่องเที่ยวในประเทศที่ต้นปีคาดการณ์ตัวเลขไว้ที่ 172 ล้านคน เพราะบางคนเที่ยวหลายครั้งต่อปี ปัจจุบันนี้ก็คาดว่าน่าจะเหลือประมาณแค่ 60 ล้านคน ซึ่งทางรัฐบาลเองก็พยายามใส่เม็ดเงินเข้ามากระตุ้นในอุตสาหกรรมนี้ สรุปสถานการณ์ท่องเที่ยวตอนนี้คือ Demand ลดลงมากกว่าครึ่ง Supply เท่าเดิมต้นทุนการบริหารสูงขึ้น ธุรกิจนี้เหนื่อยแน่นอน” คุณศุภจี เล่าถึงปัญหา