เมื่อเกิดเหตุแบตเตอรี่ของสมาร์ทโฟนตัวพระเอกของ Samsung คือ Galaxy Note 7 ระเบิดหลายครั้ง จนถึงกับถูกห้ามขึ้นเครื่อง เมื่อปลายปี 2016 นั้น มีกระแสข่าวเชิงลบที่รุนแรงและต่อเนื่อง จน Samsung ต้องเรียกคืนสมาร์ทโฟนรุ่น Galaxy Note 7 ทั้งหมดจำนวนรวมกันเกือบ 3 ล้านเครื่อง และทำให้ Samsung สูญเสียรายได้กว่า 5.3 พันล้านดอลลาร์ทำให้ผู้คนในวงการไม่น้อยที่คิดว่า นั่นคือจุดจบของสมาร์ทโฟนตระกูล Galaxy Note ของ Samsung แล้ว
2011 กำเนิดดาวดวงใหม่ของ Samsung
ปี 2011 Samsung นำโลกไปพบกับสมาร์ทโฟนรุ่นใหม่ Samsung Galaxy Note สมาร์ทโฟนมีปากกา Stylus Pen (S-Pen) ที่สามารถรองรับแรงกดในระดับต่างๆ พร้อมซอฟต์แวร์ทำงานร่วมกับปากกาติดตั้งมากับเครื่อง สามารถใช้ปากกาวาดภาพได้ เขียนจดบันทึกได้ แล้วเซฟงานที่ทำไว้ในเครื่อง รวมทั้งการใช้ปากกาดึงข้อมูลประเภทต่างๆจากอินเตอร์เน็ตทั้ง text และภาพที่เราต้องการใช้งานมาเก็บไว้ และความสามารถอื่นๆ ที่ช่วยอำนวยความสะดวกในการใช้งานสมาร์ทโฟนในทุกรูปแบบมากขึ้นทั้งใช้เพื่อการทำงานและเพื่อความบันเทิง
และด้วยขนาดจอที่ใหญ่ถึง 5.3 นิ้ว เพื่อให้ผู้ใช้สามารถเห็นภาพนิ่งและภาพเคลื่อนไหวรวมทั้งตัวหนังสือได้เต็มตาขึ้น ทำให้เกิดศัพท์บัญญัติใหม่เรียกโทรศัพท์มือถือจอใหญ่ว่า Phablet ซึ่งเป็นคำสนธิของ Phone กับ Tablet ที่เป็นอุปกรณ์ Smart Devices จอใหญ่นั่นเอง
คุณสมบัติพิเศษต่างๆในตัวเครื่อง เมื่อใช้งานประกอบกับแอพต่างๆที่สามารถดาวน์โหลดได้จาก Google Play สำหรับสมาร์ทโฟนที่ใช้ระบบปฏิบัติการแอนดรอยด์ของ Google ทำให้สมาร์ทโฟนรุ่น Galaxy Note ของ Samsung ทำยอดขายถล่มทลายได้มากกว่า 10 ล้านเครื่อง ด้วยความโดดเด่นในด้านขีดความสามารถของผลิตภัณฑ์ที่เหนือกว่าสมาร์ทโฟนทุกรุ่นในตลาด
ช่วยนำ Samsung สู่ความเป็นที่หนึ่ง
Samsung Galaxy Note รุ่นแรกได้เสริมความแข็งแกร่งให้กับสมาร์ทโฟนกลุ่มไฮเอนด์ (พรีเมี่ยม) ของ Samsung ซึ่งก่อนหน้านั้นหนึ่งปี ในปี 2010 Samsung ได้วางตลาดสมาร์ทโฟนในตระกูล Galaxy ตัวแรกคือ Galaxy S
ความสำเร็จของ Galaxy Note ส่งผลให้ iPhone ของ Apple ที่เป็นผู้นำในตลาดสมาร์ทโฟนระดับไฮเอนด์อยู่ได้เผชิญคู่แข่งตัวจริง ส่วนแบ่งตลาดของ Samsung ในตลาดสมาร์ทโฟนไฮเอนด์ ขึ้นมาเป็น 18 เปอร์เซ็นต์ ในปี 2011 เป็นอันดับสองรองจาก iPhone และส่งผลให้ Samsung ขึ้นเป็นผู้นำตลาดโทรศัพท์มือถือโดยรวมเป็นปีแรก เอาชนะแชมป์เก่า iPhone ของ Apple โดยในปี 2011 Samsung ขายโทรศัพท์มือถือได้ประมาณ 94.2 ล้านเครื่อง iPhone ขายได้ประมาณ 93.1 ล้านเครื่อง ขณะที่ในปีก่อนหน้า ปี 2010 Samsung ขายได้น้อยกว่ากันมากเพียงประมาณ 22.9 ล้านเครื่อง ส่วน iPhone ขายได้ถึง 47.5 ล้านเครื่อง
และนับแต่ปี 2011 Samsung ก็เป็นผู้นำตลาดโทรศัพท์มือถือของโลกต่อเนื่องมาจนปัจจุบัน ในปี 2016 Samsung ขายได้ประมาณ 311.4 ล้านเครื่อง iPhone ขายได้ประมาณ 215.4 ล้านเครื่อง ซึ่งความสำเร็จนี้ส่วนหนึ่งเป็นผลมาจากความสำเร็จของสมาร์ทโฟนในตระกูล Galaxy Note ของ Samsung นั่นเอง