ด้าน ดร.สฤกกา พงษ์สุวรรณ ผู้อำนวยการฝ่ายบูรณาการงานวิจัยเพื่อการเผยแพร่ ศูนย์วิจัยและนวัตกรรมเพื่อความยั่งยืน กล่าวว่า “ศูนย์วิจัยและนวัตกรรมเพื่อความยั่งยืน หรือ RISC เป็นสถานที่แห่งการแบ่งปันองค์ความรู้ เรามีนักวิจัยที่มีความเชี่ยวชาญในหลายด้าน ทั้งด้านพลังงาน สุขภาพ วิทยาศาสตร์ วิศวกรรมศาสตร์ ออกแบบอุตสาหกรรม และศิลปกรรมศาสตร์ ร่วมกันพัฒนาแนวทางการแก้ปัญหาเพื่อนำไปสู่ระบบนิเวศที่มีสุขภาพดีอย่างยั่งยืน ทั้งในเชิงสิ่งแวดล้อมและสังคม บวกกับเป้าหมายที่จะสร้างและพัฒนาความคิดและนวัตกรรมเพื่อพัฒนาคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น ซึ่งสอดคล้องกับคอนเซ็ปต์ของโครงการ ทำให้ RISC มีความยินดีเป็นอย่างยิ่งที่จะร่วมแบ่งปันองค์ความรู้ให้กับเยาชน รวมถึงเรายังมองว่า โครงการนี้จะช่วยฝึกให้เด็กรู้จักการคิดวิเคราะห์ มองเห็นถึงปัญหาต่าง ๆ ที่เกิดขึ้นรอบตัว และหาทางแก้ไขปัญหาเหล่านั้น โดยทาง RISC จะช่วยแนะแนวทาง ให้ข้อมูลที่ถูกต้อง นำข้อมูลเชิงลึก องค์ความรู้ต่าง ๆ จากงานวิจัยจริงที่ผ่านมาตลอด 10 ปี มาต่อยอดให้เกิดการเปลี่ยนแปลงเชิงเทคโนโลยี สู่การสร้างสรรค์ผลงานที่ก่อให้เกิดประโยชน์ในชีวิตประจำวันอย่างยั่งยืน”
ในปัจจุบันนี้ เยาวชนไทย เก่ง และมีความคิดสร้างสรรค์ ทำให้มีนักออกแบบ หรือนักคิดเติบโตมาก หลาย ๆ คนนำความรู้ บวกกับไอเดียแก้ปัญหา มาสร้างนวัตกรรม และต่อยอดใช้งานได้จริง เห็นได้จากการที่มี Start up คนรุ่นใหม่มากมาย ทั้งนี้ส่วนใหญ่เกิดมาจากการคิดถึงปัญหาของตัวเอง สังคม และหาแนวทางแก้ปัญหา ตอบโจทย์ และยิ่งถ้าร่วมมือกับสายอาชีพอื่น ๆ ก็จะยิ่งต่อยอดความรู้ให้หลากหลายกลายเป็นการบูรณาการความรู้ที่สามารถตอบโจทย์ได้จริง ขอแค่เด็ก ๆ มีจินตนาการ มองให้เห็นถึงปัญหา และพยายามหาแนวทางแก้ไข อาจจะเป็นปัญหาเล็ก ๆ ในชีวิตประจำวัน เช่น ในห้องนั่งเล่น คนนึงดูทีวีเสียงดัง แต่คนอีกคนต้องการความเงียบเพราะอ่านหนังสืออยู่ เราจะหานวัตกรรมอะไรมาทำให้ทั้งสองคนใช้ชีวิตอยู่ในห้องเดียวกันได้ หรืออาจจะเป็นเฟอร์นิเจอร์ การดีไซน์บางอย่างที่จะช่วยตอบโจทย์ให้การใช้ชีวิตสะดวกสบายมากยิ่งขึ้น เป็นต้น ถ้าผลงานมีไอเดียที่ดี ก็อาจจะได้ต่อยอดพัฒนาเป็น Star up ได้อย่างแน่นอน
สำหรับนักศึกษาที่สนใจเข้าประกวดจะต้องมีอายุไม่เกิน 25 ปี สมัครเป็นทีม ทีมละ 3 คน โดยส่งแบบร่าง Sketch และแนบ Reference แบบผลงานพร้อมลงสี โดยจะเป็นการวาดด้วยมือหรือใช้โปรแกรมคอมพิวเตอร์ก็ได้ และอธิบายการใช้งานผลิตภัณฑ์ การตอบโจทย์ปัญหา ซึ่งต้องเป็นนวัตกรรมที่นำไปต่อยอดและพัฒนาให้เป็นชิ้นงานที่สามารถนำไปใช้ให้เกิดประโยชน์ได้จริง โดยผลงานที่มีส่วนผสมของวัสดุโพลิเมอร์จะได้รับคะแนนพิเศษ ทั้งนี้ทีมที่ผ่านเข้าสู่รอบ 6 ทีมสุดท้ายจะได้เข้าร่วมเวิร์คช็อปพัฒนาผลงานจากผู้เชี่ยวชาญ โดยรอบสุดท้ายจะต้องนำเสนอผลงานต่อคณะกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิ พร้อมประกาศผลทีมชนะเลิศ ในวันที่ 18 ธันวาคม 2563 ณ True Digital Park เริ่มส่งผลงานได้ตั้งแต่วันนี้ถึง 25 ตุลาคมนี้ สมัครเข้าร่วมโครงการ และสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติม ได้ที่ www.covestro.co.th/idc , โทร 096-945-5341, 092-454-9050 หรือ อีเมล [email protected]