วันพฤหัสบดี (เวลาสหรัฐ) General Motors (GM) และ Honda Motor Co. ได้ร่วมกันเปิดเผยแผนงานที่จะร่วม มือกันในอเมริกาเหนือ เพื่อสร้างยานยนต์หลากหลายประเภททำให้ความสัมพันธ์ของทั้ง 2 แน่นแฟ้นยิ่งขึ้น การที่ทั้ง 2 ยักษ์รถยนต์โลกต้องกระชับมือร่วมผนึกกำลังให้แนบแน่นยิ่งขึ้นนั้น เนื่องจากอุตสาหกรรมรถยนต์โลกกำลังอยู่ภายใต้แรงกดดันมากขึ้นเพื่อให้บริษัทรถยนต์ต่างๆ ต้องมีการแบ่งปันเทคโนโลยีและค่าใช้จ่าย เพื่อตอบสนองความต้องการของผู้บริโภคทั่วโลกที่ต้องการรถยนต์ที่สะอาดขึ้น (Cleaner Vehicles)
พันธมิตร Honda และ GM ได้ร่วมกันกล่าวว่า บริษัททั้ง 2 ตั้งใจที่จะแบ่งปันแพลตฟอร์มรถยนต์แบบธรรมดาทั่วไป รวมถึงระบบขับเคลื่อนแบบสันดาปภายใน และระบบขับเคลื่อนด้วยไฟฟ้า
บริษัททั้ง 2 ยังคงต้องทำข้อตกลงขั้นสุดท้ายให้เสร็จสิ้น และเจ้าหน้าที่ของบริษัทกล่าวว่า จะมีรายละเอียดเพิ่ม เติมเกี่ยวกับการประหยัดการลงทุนที่คาดหวังไว้ แต่แหล่งข่าวที่ใกล้ชิดกับเรื่องนี้กล่าวว่า แต่ละบริษัทจะประหยัดเงินได้หลายพันล้านดอลลาร์
ความร่วมมือเป็นพันธมิตรดังกล่าว แสดงให้เห็นถึงการขยายความร่วมมือที่มีอยู่แล้วระหว่างทั้ง 2 บริษัท ในด้านรถยนต์ไฟฟ้าและรถยนต์อัตโนมัติขับเคลื่อนตัวเอง รวมถึงเทคโนโลยีเชื่อมต่อเครือข่ายของรถยนต์ (Connected Vehicle Technology) และเทคโนโลยีเซลล์เชื้อเพลิง (Fuel Cells) โดย Honda เป็นผู้ลงทุนใน Cruise ซึ่งเป็นธุรกิจรถยนต์ขับเคลื่อนตัวเอง (Self-driving Business) ที่ GM เป็นเจ้าของส่วนใหญ่
“โดยรวมแล้วเราเชื่อว่าการเป็นพันธมิตรนี้ จะช่วยให้ทั้ง 2 บริษัทตระหนักถึงการประหยัดเงินอย่างมากในการลง ทุนพัฒนารถยนต์ของเรา” Mark Reuss ประธาน GM (GM President) กล่าวในการแถลงข่าว
ข้อตกลงดังกล่าว นับเป็นก้าวสำคัญอีกครั้งในการร่วมมือกันอย่างแนบแน่นของอุตสาหกรรมรถยนต์ทั่วโลก เนื่อง จากแรงกดดันในการลดการปล่อยมลพิษและมุ่งสู่การผลิตรถยนต์ไฟฟ้า (EV) ทำให้ต้องใช้เงินทุนและทรัพยากรทางด้านวิศวกรรมมหาศาล แม้แต่ยักษ์ใหญ่ที่สุดในอุตสาหกรรมรถยนต์ก็ตาม
Sergio Marchionne อดีตประธานเจ้าหน้าที่บริหาร Fiat Chrysler ได้ดำเนินการผลักดันให้มีการควบรวมกิจการในอุตสาหกรรมรถยนต์ทั่วโลกมาเป็นเวลาหลายปี โดยอ้างว่าเป็นเรื่องหลีกเลี่ยงไม่ได้ที่จะต้องบริหารจัดการต้น ทุนของเงินทุนต้องห้าม (Prohibitive Capital Costs)
เมื่อปีที่แล้ว FCA (Fiat Chrysler Automobiles) ได้ประกาศการควบรวมกิจการมูลค่า 50 พันล้านดอลลาร์กับ PSA (Groupe PSA - PSA Group -PSA Peugeot Citroën) ของฝรั่งเศส เพื่อสร้างบริษัทใหม่ Stellantis เป็นผู้ผลิตรถยนต์รายใหญ่อันดับ 4 ของโลก เพื่อแก้ไขปัญหาด้านต้นทุนและขนาดของกำลังผลิตที่ทำให้การลงทุนต่ำลง และคาดว่าข้อตกลงดังกล่าวจะปิดได้ภายในสิ้นไตรมาสแรกของปี 2021
Toyota Motor Corp. ของญี่ปุ่นได้ขยายความสัมพันธ์กับผู้ผลิตรถยนต์ระดับที่เล็กกว่าของญี่ปุ่น เช่น Mazda Motor Corp. และ Subaru ขณะที่ Ford Motor Co. และผู้ผลิตรถยนต์สัญชาติเยอรมัน Volkswagen AG ก็จับมือกันเป็นพันธมิตร ขยายขอบเขตการทำงานร่วมกันที่กว้างขวางครอบคลุม เพื่อสร้างรถยนต์ที่หลากหลายครอบ คลุม อาทิ รถยนต์ไฟฟ้าและรถเพื่อการพาณิชย์ รวมทั้งเทคโนโลยีการขับขี่อัตโนมัติ (Autonomous Driving Technology)
นักวิเคราะห์และนักลงทุนของ GM ได้กำลังผลักดันให้เกิดการเปลี่ยนแปลงกับผู้ผลิตรถยนต์ในเมืองดีทรอยต์รายนี้ พร้อมกับคำถามซ้ำๆ เกี่ยวกับการแยกกิจการรถยนต์ไฟฟ้า (EV) ออกเป็นบริษัทแยกต่างหาก ซึ่ง Mary Barra, CEO ของ GM ได้กล่าวว่า ตัวเลือกดังกล่าวไม่ได้อยู่บนโต๊ะทำงาน
GM และ Honda ได้กล่าวเมื่อเดือนเมษายนว่า พวกเขาจะร่วมกันพัฒนารถยนต์ไฟฟ้า (EV) ใหม่ 2 รุ่นสำหรับ Honda และกำลังวางแผนที่จะค้นหาวิธีอื่นๆ ในการขยายความเป็นพันธมิตรของพวกเขา ทั้ง 2 บริษัทได้ทำงานร่วมกันในการออกแบบยานยนต์อัตโนมัติ (Autonomous Vehicle) ที่เรียกว่า Cruise Origin และยังทำงานร่วม กันในเรื่องเซลล์เชื้อเพลิงและแบตเตอรี่
แม้ Honda จะคงความเป็นอิสระมานานหลายปีโดยไม่ต้องมีการควบรวมอุตสาหกรรมกับใคร แต่การเป็นพันธมิตรกับ GM จะทำให้เกิด Economies of Scale (การประหยัดต่อขนาด หมายถึง ความได้เปรียบที่เกิดขึ้นจากการที่ธุรกิจสามารถผลิตผลผลิตได้ในจำนวนมากขึ้นจนทำให้ต้นทุนในการผลิตเฉลี่ยต่อหน่วยต่ำลง) ซึ่งไม่สามารถบรรลุได้ด้วยตัวเอง Seji Kuraishi รองประธานบริหารของ Honda (Honda Executive Vice President) กล่าว
อเมริกาเหนือเป็นตลาดที่ใหญ่ที่สุดของ Honda และเป็นตลาดใหญ่เป็นอันดับ 2 ของ GM รองจากจีน ซึ่ง GM และ Honda กล่าวว่า การหารือเกี่ยวกับการพัฒนาร่วมกันจะเริ่มขึ้นทันทีโดยงานวิศวกรรมจะเริ่มในต้นปี 2021
บริษัททั้ง 2 วางแผนที่จะสำรวจความเป็นไปได้ในการแบ่งปันแพลตฟอร์มยานยนต์ในกลุ่มหลักมากกว่า 4 กลุ่ม ได้แก่ รถ Crossovers และ รถกระบะขนาดกลาง (Midsized Pickup Trucks) พร้อมกับระบบขับเคลื่อน, เทคโนโลยี Infotainment และ Connectivity Services, ฟีเจอร์ Driver-assist ระดับสูง, รถยนต์ที่เชื่อมต่อเครือข่าย (Vehicle Connectivity) และเทคโนโลยีอื่นๆ ทั้ง 2 บริษัทยังจะร่วมมือกันในการจัดซื้อด้วย
Dan Levy นักวิเคราะห์ของ Credit Suisse กล่าวในงานวิจัยว่า เป็นเรื่องที่ "น่าสนับสนุน" ที่เห็นบริษัทต่างๆ ร่วมมือกับในเรื่องเครื่องยนต์ที่ใช้น้ำมันเบนซิน เนื่องจากเทคโนโลยีดังกล่าวยังคงต้องมีการลงทุน แม้ว่าอุตสาหกรรมจะเปลี่ยนไปสู่รถยนต์ไฟฟ้า (EV) ก็ตาม
Cr : REUTERS
Source