ธนวรรธน์ พลวิชัย โฆษกคณะกรรมการสลากกินแบ่งรัฐบาล กล่าวว่า โครงการสลากสรรค์สร้างเพื่อชุมชน ปีที่ 2 มีการเพิ่มเติมเรื่องทักษะการประชาสัมพันธ์ผลิตภัณฑ์และบริการบนแพลตฟอร์มออนไลน์ เพื่อให้ชุมชนปรับตัวให้สอดรับกับสภาพสังคมและเศรษฐกิจในยุคปัจจุบัน
“โครงการสลากสรรค์สร้างเพื่อชุมชน เป็นโครงการดูแลประชาชน สร้างชีวิตที่ดีขึ้น แก่ประชาชนโดยตรง โดยยกระดับความเป็นอยู่ และรายได้ เราต้องการให้ห่างไกลยาเสพติด แนวทางสำคัญ อยู่ที่ว่า จะทำให้ชุมชนเข้มแข็งอย่างยั่งยืนได้อย่างไร”
โฆษกคณะกรรมการสลากกินแบ่งรัฐบาล กล่าวต่อไปว่า สำนักงานสลากฯ จึงเน้นช่วยจุดที่ชุมชนต้องการผ่านคณะผู้เชี่ยวชาญ ซึ่งหากชุมชนเข้มแข็งแล้ว ครอบครัวในชุมชนก็จะอบอุ่น เยาวชนไม่เข้าสู่ยาเสพติด ไม่เข้าสู่วงการพนัน
ระหว่างงานเปิดตัวโครงการปี 2 ที่วิสาหกิจชุมชนบ้านปลายบาง ตำบลปลายบาง อำเภอบางกรวย นนทบุรี มีการแนะนำชุมชนผู้ได้รับการคัดเลือก ตัวอย่างเช่น
สันติ รัตนศิริพงษ์ ประธานวิสาหกิจชุมชนท่องเที่ยวบ้านปลายบาง นนทบุรี ซึ่งได้รับเลือกเข้าโครงการปี 1 กล่าวถึงสิ่งที่ได้รับจากโครงการว่า ทุกชุมชนที่ได้รับคัดเลือกเข้าโครงการรู้สึกมีความสุขที่ได้รับความรู้ในการถ่ายทอดอัตลักษณ์เอกลักษณ์ สิ่งที่ขาดในอดีตไม่ว่าจะเป็นสื่อออนไลน์ออฟไลน์ มาดูแลเป็นเวลา 4 เดือนเต็มๆ และก็ได้ถอดจุดเด่นแต่ละจุดออกมาเป็น Icon ทำเป็นโบรชัวร์ แสดงออกมาเป็นวิถีสายน้ำ
“การออกแบบที่ออกมาเป็นสัญลักษณ์บางกรวย ลดโลกร้อน เราไปที่ไหนเรามีความภาคภูมิใจมาก เพราะเป็นของที่สำนักงานสลากฯทำให้ เป็นคนฟูมฟัก และทำให้เราเติบโตมาจนทุกวันนี้”
อภิจิต ชวรัตนเจริญกิจ ตัวแทนชุมชนบ้านปากน้ำ ตำบลเอกราช อ่างทอง ผู้ผลิตกลองเอกราช กล่าวว่า ชุมชนบ้านปากน้ำ อ่างทอง เป็นชุมชนทำกลองมา 90 กว่าปีแล้ว เริ่มจากคุณตาเพิ่ม ที่มีวงปี่พาทย์ ทำกลองใช้เอง มีเสียงดี คุณภาพดี ทำให้คนสั่งไปขาย ตั้งแต่ปี 2470 จากนั้นก็มีการทำตลาด เริ่มจากตะโพนไทย ตะโพนมอญ กลองคู่ กลองแขก ตอนหลังก็มาทำกลองยาว กลองยาวใหญ่ กลองยาวเล็ก มีทำส่งออกไปต่างประเทศ เช่น สหรัฐอเมริกา ญี่ปุ่น ฯลฯ
“ปัจจุบัน ลูกบ้าน แยกออกมาทำ ขยายเอง หาตลาดเอง ประมาณ 25 บ้าน ในไทย ความนิยมสินค้าของเรา ขึ้นอยู่กับผู้เล่น ที่ใช้ในวงพิณพาทย์ ในวงกลองยาว ในการแสดงต่างๆ กลุ่มรองลงมาก็คือ เป็นของฝาก ส่วนต่างประเทศอย่างญี่ปุ่น จะสั่งไทโกะ ใช้ในขบวนแห่ ส่วนอเมริกา จะสั่งเป็นกลองดิเจมเบ้ เอาไปเล่นในบ้าน”