จากข้อมูลวิจัยตลาด พบว่าที่ผ่านมาผู้หญิงมากกว่า 95% รู้จัก “เอลิซาเบธ อาร์เดน” เป็นอย่างดี โดยเฉพาะกลุ่มวัยที่มีอายุประมาณ 40 ปีขึ้นไป การปรับโฉมแบรนด์ “เอลิซาเบธ อาร์เดน” ในครั้งนี้ คือการผสานกลยุทธ์ให้เข้าถึงและตอบโจทย์ภาพลักษณ์แบรนด์ที่ทันสมัยขึ้น ภายใต้แนวคิด “Go out and make your mark” โดยหลังจากที่เปิดตัวผลิตภัณฑ์ Superstart Skin Renewed Booster ไป พบตัวเลขที่น่าสนใจว่าผู้หญิงอายุ 24 – 35 ปี 85% ของกลุ่มผู้หญิงที่ใช้เป็นกลุ่มคนที่ทันสมัย, 82% มีความคิดเห็นต่อแบรนด์ที่ดีมากขึ้น, 12% รู้สึกประทับใจต่อแบรนด์เพิ่มขึ้น, 13% แบรนด์มีผลทำให้ตัดสินใจซื้อเพิ่มขึ้น พร้อมกันนี้ยังมีความคิดเห็นต่อภาพลักษณ์ของแบรนด์ว่าเป็นแบรนด์ที่เหมาะกับผู้หญิงที่ชอบแฟชั่น 21%, และมองแบรนด์เหมาะแค่เฉพาะคนรุ่นเก่าลดลงถึง 7% จึงเป็นส่วนหนึ่งที่ทำให้ “เอลิซาเบธ อาร์เดน” เดินหน้าปรับโฉมแบรนด์ใหม่ให้เข้าถึงกลุ่มลูกค้าคนรุ่นใหม่ วัยรุ่น วัยเริ่มทำงานมากขึ้น พร้อมการพัฒนาผลิตภัณฑ์ด้วยนวัตกรรมที่ดีขึ้น ชูจุดแข็งนวัตกรรมจากธรรมชาติชั้นสูง โดยการสร้างการรับรู้และจดจำแบรนด์ด้วยแคมเปญภายใต้ธีม “Around the World with Arden” ที่ใช้ทำการตลาดทั่วโลก เน้นเอามหานครนิวยอร์ก มาเป็นภาพสื่อถึงการเป็นแฟชั่นไอคอน ซึ่งเป็นเมืองต้นกำเนิดและตำนานของแบรนด์ อีกทั้งยังสะท้อนถึงความทันสมัย ไม่ตกเทรนด์ มาสื่อสารของกลุ่มเป้าหมายที่ชัดเจน และทำการตลาดโดยเข้าหากลุ่มเป้าหมายดังกล่าว ที่จะมาเป็นสาวอาร์เดนทั่วโลก ผู้ที่หลงใหลในผิวสุขภาพดี บุคลิกมั่นใจ ฉลาดเลือก และอินเทรนด์
พิทยา กล่าวเพิ่มเติมว่า “นอกจากนี้ ยังมีการปรับโลโก้และแพ็กเกจให้ดูทันสมัยตามแนวความคิดของแบรนด์แล้ว “เอลิซาเบธ อาร์เดน” ยังได้เน้นด้านการพัฒนาผลิตภัณฑ์ด้วยนวัตกรรมเพื่อความงาม รวมถึงปรับกลยุทธ์ด้านการสื่อสารแบรนด์ด้วยการใช้การประชาสัมพันธ์และสื่อดิจิทัลเป็นเครื่องมือหลัก การสร้างประสบการณ์แบรนด์ ณ จุดขาย มีชีวิตชีวาและสอดคล้องกันอย่างต่อเนื่อง ทั้งเว็บไซต์และเคาน์เตอร์ได้รับการออกแบบใหม่ที่คงความเป็นเอกลักษณ์ของ “เอลิซาเบธ อาร์เดน” ใช้สีสันมาช่วยให้ดึงดูดและบ่งบอกถึงแฟชั่นมากขึ้น โดยในไทยมีแผนขยายเคาน์เตอร์ในปี 2561 อีก 3 สาขา จาก 9 สาขา”
ในด้านผลิตภัณฑ์ “เอลิซาเบธ อาร์เดน” มีแผนแนะนำผลิตภัณฑ์ใหม่อย่างต่อเนื่อง ทั้งนี้ จะเน้นด้านเครื่องสำอางกลุ่มบำรุงผิว นอกเหนือจากกลุ่มน้ำหอมและเมคอัพ โดยภายในเดือนมีนาคมนี้ จะนำผลิตภัณฑ์ใหม่ล่าสุด สุดยอดนวัตกรรมของ “เอลิซาเบธ อาร์เดน” ในกลุ่ม Ceramide ออกสู่ตลาด ซึ่งเราเป็นแบรนด์แรกที่พัฒนานวัตกรรม Ceramide Technology สู่ ตลาดความงามระดับโลก
พิทยากล่าวย้ำว่า อุตสาหกรรมความงามในปี 2560 นี้ จะยังคงเติบโตต่อเนื่อง โดยปัจจัยหลักที่ส่งผลต่อตลาด มาจากทัศนคติและพฤติกรรมของผู้บริโภคในปัจจุบัน ที่ให้ความสำคัญในการดูแลตัวเองมากขึ้น รวมถึงปัจจัยบวกจากโลกโซเชียล ที่ผู้บริโภคมีการรีวิวและบอกต่อกันเอง ถึงคุณสมบัติที่ดีของผลิตภัณฑ์ ทำให้เกิดการตัดสินใจเลือกใช้ผลิตภัณฑ์ที่มีคุณภาพจากแบรนด์เนมระดับโลกที่น่าเชื่อถือ และการเข้าถึงข้อมูลได้อย่างรวดเร็วบนโลกออนไลน์ ทำให้รับรู้เทรนด์ใหม่ๆ ทั่วโลกได้ง่ายขึ้น ตลอดจนช่องทางการจำหน่ายที่สะดวกและเข้าถึงง่ายขึ้นด้วย ทั้งนี้ บริษัทกำลังพัฒนาช่องทางจัดจำหน่ายออนไลน์ และเน้นทำตลาดบนโลกออนไลน์และโซเชียลมีเดียมากขึ้น เพื่อให้สอดคล้องกับพฤติกรรมในการบริโภคสื่อของคนยุคดิจิทัล โดยตั้งเป้าสู่การเป็น “Asia’s Beauty Omni Leader” ผู้นำตลาดสินค้าความงามแบรนด์พรีเมี่ยมอย่างเต็มรูปแบบ มุ่งมั่นสร้างความแตกต่างให้ผู้บริโภค ผ่านประสบการณ์การใช้ผลิตภัณฑ์ที่มีคุณภาพ ที่เข้าถึงกลุ่มลูกค้าทุกช่องทาง