หากมองเข้ามาที่ผลิตภัณฑ์ในกลุ่มซักผ้าของค่ายพีแอนด์จีแล้ว จะพบว่า ตลาดในหลายประเทศ โดยเฉพาะในอเมริกาซึ่งเป็นบ้านเกิดของพีแอนด์จี ยักษ์ใหญ่รายนี้ ครองความเป็นผู้นำตลาดอย่างเหนียวแน่น โดนมีแบรนด์ดังทั้งไทด์ และเอเรียล
แต่สำหรับในบ้านเรา พีแอนด์จี ใช้ความพยายามหลายหนก่อนที่จะมาได้จุดลงตัวกับการส่งผลิตภัณฑ์ซักผ้าดาวน์นี่ เข้ามาทำตลาดเมื่อปี 2016 หรือกว่า 4 ปีที่ผ่านมา
ดาวน์นี่เปิดตัวไปเมื่อเดือนสิงหาคม 2016 โดยเป็น 1 ในตัวอย่างของการดำเนินกลยุทธ์ของยักษ์ใหญ่ด้านสินค้าFMCG ของสหรัฐอเมริกาที่นำเอานวัตกรรมเข้ามาขับเคลื่อนเพื่อสร้างแรงดึงดูดผู้บริโภคที่ต้องการสินค้าพรีเมียม ซึ่งพีแอนด์จี ค้นพบจุดลงตัวของแบรนด์ดาวน์นี่ก็คือการเจาะเข้าไปยังกลุ่มผู้บริโภคระดับพรีเมียมที่เป็นคนเมืองที่ต้องการสินค้าที่สามารถตอบโจทย์ในเรื่องของการซักผ้าให้กับพวกเขาได้
พรีเมียม อินโนเวชั่น ของดาวน์นี่ถูกนำมาใช้เพื่อยกระดับหรือเทรด อัพ ผู้บริโภคให้ขึ้นมาใช้สินค้าพรีเมียมมากขึ้น ประกอบกับคนชั้นกลาง และความเป็นสังคมเมือง มีเทรนด์การเติบโตที่น่าสนใจ ทำให้มีผู้บริโภคกลุ่มนี้เพิ่มขึ้น กลายเป็นโอกาสของดาวน์นี่ในการเข้ามาสร้างการเติบโตในตลาดผลิตภัณฑ์ทำความสะอาดผ้า
นวัตกรรมที่เป็น “พรีเมียม อินโนเวชั่น” ช่วยให้ดาวน์นี่สามารถขยายฐานเข้าไปหากลุ่มผู้บริโภคที่เป็น “New Consumer” ซึ่ง มร.ราฟฟี่ บอกว่า ความสำเร็จที่เกิดขึ้นกับดาวน์นี่ มาจากแวลู่ของโปรดักต์ที่ให้ผลลัพธ์ในการใช้งานได้ดีทำให้ผู้บริโภคยอมควักเงินมากกว่าเพื่อแลกกับแวลู่ตรงนั้น