BrandAge

  • News & Next
    • ALL NEWS
    • Automotive
    • Property
    • Financial
    • Consumer Product & Retail
    • IT & Telecom
    • Energy
    • Fashion
    • Food & Beverage
    • Media
    • General
  • Unboxing Ideas
    • ALL NEWS
    • Brand
    • Design
    • Review
    • Technology
  • Think
    • ALL NEWS
    • Interview
    • Weekly Quote
  • Marketing School
    • ALL NEWS
    • อุบัติเหตุแบรนด์เนม
    • Vocabulary
    • Brand Battle
    • Change the pace
    • NYC S.E.A.L
    • DataAge
  • Analysis
  • Research
  • Startup & SMEs
    • ALL NEWS
    • SMEs
    • Startup
    • Fintech
  • Sustainable Brand
  • Magazine
    • Thailand's Social Power Brand
      • 2025
      • 2024
      • 2019
      • 2018
      • 2017
    • Thailand's Most Admired Brand
      • 2026
      • 2025
      • 2024
      • 2023
      • 2022
      • 2021
      • 2020
      • 2019
      • 2018
      • 2017
    • Thailand's Most Admired Company
      • 2025 - 2026
      • 2024 - 2025
      • 2023 - 2024
      • 2022 - 2023
      • 2021
      • 2020
      • 2019
      • 2018
    • Anniversary
      • 2025
      • 2024
      • 2023
      • 2022
      • 2021
      • 2020
    • Special Issue
      • นิลมังกร แบรนด์นวัตกรรมไทย
      • นิลมังกร The Reality Season 2
      • นิลมังกร The Reality Season 3
      • The Founder III
  • Publicity
  • Contact US
10,599
VIEWS

Social Banking ดิสรัปชั่นลูกที่ 2 สถาบันการเงิน

ก.พ. 16, 2564 A.Kanitha

หลายปีมานี้คนทั่วไปคุ้นชินกับการใช้ธุรกรรมผ่าน Digital Banking ไม่ว่าจะเป็นการโอนเงิน และชำระบิลต่างๆ โดยมีธนาคารเป็นผู้ให้บริการ ความสะดวกรวดเร็วทำให้คนหันมาใช้ธุรกรรมออนไลน์มากขึ้น สังเกตได้จากตั้งแต่ปี 2016 เป็นต้นมา ยอดการถอนเงินสดของไทยลดลงติดต่อกันจนถึงปีนี้ และคาดว่าจะลดลงอย่างต่อเนื่อง แสดงได้ชัดว่าคนหันมาใช้เงินทางออนไลน์มากขึ้น แต่เชื่อไหมว่าจากนี้ต่อไปภาพการใช้จ่ายเงินของคนไทยจะถูกเปลี่ยนครั้งใหญ่จาก Social Banking เหมือนที่เกิดขึ้นที่จีนมาแล้ว

ในวันนี้ประชากรจีน 1.4 ล้านคนไม่นิยมใช้เงินสดในการจับจ่าย และพวกเขาก็ไม่ได้ใช้เงินผ่าน Digital Bankingของธนาคารซะด้วย แต่เป็นการใช้ผ่านแพลตฟอร์ม WeChat และ Alipay ทั้งๆ ที่ 2 รายนี้เปิดให้บริการทางการเงินเพียงแค่ไม่กี่ปีเท่านั้น

 จีนอาจจะเป็นประเทศแรกที่ Social Banking มีอิทธิพลแซงหน้าธนาคาร แต่ในอนาคตจะไม่ใช่ประเทศเดียว เพราะความเปลี่ยนแปลงนี้กำลังเกิดขึ้นในประเทศยักษ์ใหญ่อย่างสหรัฐอเมริกาและบราซิล ซึ่งเป็นประเทศที่มีขนาดใหญ่ที่สุดในทวีปอเมริกาใต้ หลัง Facebook ให้บริการโอนเงินผ่าน Messenger ส่วนในบราซิลสามารถโอนเงินผ่าน WhatsAppได้โดยสะดวกง่ายดายไม่ต่างอะไรไปจากการส่งสติกเกอร์

 สิ่งต่างๆ เหล่านี้กำลังบอกจะบอกเราว่า วงการการเงินของไทยก็คงต้องเปลี่ยนแปลงไปตามบริบทนั้นเช่นกัน !

คุณจิรายุส ทรัพย์ศรีโสภา ผู้ก่อตั้งบริษัท Bitkubและผู้เชี่ยวชาญด้านเทคโนโลยีบล็อกเชนและคริปโตเคอเรนซี่ กล่าวว่า ที่ผ่านมาได้พิสูจน์แล้วว่าโซเชียลมีเดียมาเปลี่ยนวิธีการเสพข่าว หรือแชร์ข้อมูลและจากนี้ต่อไป Social Bankingก็จะมาเปลี่ยนวิธีการใช้เงินของคนทั้งประเทศในแง่วิธีการแชร์มูลค่า โดยทุกคนจะโอนเงินเหมือนส่งสติ๊กเกอร์ ๆ ถึงเมื่อไหร่เงินก็ถึงเมื่อนั้น

จุดได้เปรียบที่ทำให้ Social Banking ชนะขาด เพราะความสามารถในการทำในสิ่งที่สถาบันการเงินทำไม่ได้ในหลายต่อหลายเรื่อง มาดูกันว่ามีอะไรบ้าง

อย่างแรกคือ การทำธุรกรรมที่รวดเร็วทันใจ ในเมื่อระยะทางไม่ใช่อุปสรรคอีกต่อไป ดังนั้นจึงสามารถโอนเงินจากไทยไปที่ไหนทั่วโลกก็ได้เหมือนส่งสติกเกอร์โดยไม่มีค่าธรรมเนียม ในขณะที่ Digital Banking ยังต้องรอเคลียริ่ง 1-2 วันในกรณีโอนจากต่างประเทศแถมยังต้องเสียค่าธรรมเนียมการโอนอีกต่างหาก

เรื่องต่อมาคือ ความนิยมของโซเชียลคอมเมิร์ซในเมืองไทยที่โตเร็วมาก สังเกตไหมว่าปกติถ้าไม่มีเทศกาลช้อปปิ้ง คนทั่วไปไม่ค่อยชอบซื้อสินค้าผ่านแพลตฟอร์มอย่างลาซาด้า ช้อปปี้ แต่ชอบซื้อขายกันเองผ่านโซเชียลเน็ตเวิร์คอย่าง เฟสบุ๊คกรุ๊ป ไอจี และไลน์แต่ปัญหาอยู่ที่เวลาโอนเงินจำเป็นต้องออกไปเข้าแอพธนาคารซึ่งโดยเฉลี่ยเข้าๆ ออกๆ ประมาณ 7 รอบกว่าจะโอนเงินสำเร็จ แต่ Social Banking จะตัดปัญหาเหล่านี้ออกไป เพราะอย่างที่บอกว่าโอนเงินได้เลยโดยไม่ต้องออกจากแอพ ไม่ต้องมานั่งจำเลขที่บัญชี หรือการันตียอดเงิน แค่กดปุ่มเดียวโอนเงินได้เลยเหมือนส่งสติ๊กเกอร์

แต่ถึงธนาคารจะกำจัดจุดอ่อนเหล่านี้ไปได้ ด้วยการปรับตัวให้ใช้งานง่าย สะดวกรวดเร็ว ไม่มีค่าโอนเหมือน Social Banking ก็ตาม แต่สิ่งหนึ่งที่ธนาคารสู้ Social Media ไม่ได้ก็คือ จำนวนผู้ใช้งานและเวลาใช้งานที่มากกว่าแอพธนาคารหลายเท่าตัว

คนไทย 75% ของจำนวนประชากรในประเทศใช้ Social Media วันนี้ไลน์มีผู้ใช้งาน 47 ล้านบัญชี เฟสบุ๊ค 47 ล้านบัญชี และไอจี 12 ล้านบัญชี หรือแม้กระทั่ง Grab ยังมียอดการใช้งานไม่ต่ำกว่าวันละ 5 แสนครั้ง ที่สำคัญยังเป็นแอพที่คนใช้ทุกวันอยู่แล้วโดยเฉลี่ย 2 ชั่วโมง 55 นาทีต่อวัน ทั้งสื่อสาร เสพข้อมูลข่าวสาร ค้าขาย สั่งอาหาร และเรียกแท็กซี่ เป็นต้น ในขณะที่ Digital Banking โอนได้แค่เงิน นี่จึงเป็นอีกเหตุผลที่ Digital Banking โตกว่านี้ได้ลำบาก

ที่สำคัญเมื่อเทียบการใช้งานระหว่างแอพธนาคารกับแอพโซเชียล ร้อยทั้งร้อยทุกคนต้องรู้สึกว่าใช้แอพโซเชียลแล้วสนุกกว่า

“สเตปการเข้ามาให้บริการ Social Banking ของ Social Media นั้นเขาจะเข้ามาในมุมที่ไม่ใช่ธนาคาร แต่เป็นแอพเรียกแท็กซี่ แอพส่งอาหาร หรือแอพแชต ที่เปิดให้ทุกคนใช้ฟรีเพื่อดึงดูดจำนวนคนใช้เยอะๆ พอคนมาใช้แล้วติดเขาก็จะเปิดสวิตช์โอนเงินทันที จากนั้นก็จะเพิ่มบริการทางการเงินไปเรื่อยๆ อย่างเช่นปล่อยกู้ ขายประกัน และลงทุน เหมือนอย่างที่ WeChat และ Alipay เคยทำมาแล้ว” คุณจิรายุส กล่าว

ตัดภาพกลับมาที่ประเทศไทย เราเริ่มเห็นความเคลื่อนไหวของ Social Banking จาก 2 รายใหญ่ นั่นคือ Grab ที่เริ่มปล่อยกู้สำหรับพาร์ทเนอร์แกร็บด้วยวงเงินขั้นต่ำ 7,500 บาท สมัครผ่าน KPLUS อนุมัติง่ายไม่ต้องใช้เอกสาร ผ่อนเริ่มต้นแต่วันละ 26บาท ซึ่งผลิตภัณฑ์ดังกล่าวเป็นสิ่งที่ธนาคารทำไม่ได้ เพราะไม่มีบัญชีธนาคาร หรือมีแต่ยอดคงเหลือในบัญชีน้อย วัดผลไม่ได้ว่าเสี่ยงมากเสี่ยงน้อย แต่ Grab เห็นเงินเข้าออก มีดาต้าที่แบงก์ไม่มีและสามารถนำมาเป็นดัชนีความเสี่ยงในการปล่อยกู้

LINE BK เป็นอีก Social Banking หนึ่งรายที่จับมือกับธนาคารกสิกรไทย ด้วยคอนเซ็ปต์ “เรื่องเงินง่ายใน LINE คุณ” บริการแชต-โอน-ยืม-จ่าย ทำได้เสร็จครบจบใน LINE รวมถึงบริการสินเชื่อให้กับลูกค้ากลุ่มฟรีแลนซ์ หรือคนไม่มีรายได้ประจำสามารถเข้าถึงได้มากขึ้น

“ผมว่า Social Banking มีโอกาสมากในเมืองไทย เพราะจำนวนคนที่มีสมาร์ทโฟนเยอะกว่าบัญชีธนาคาร อีกอย่างคนไทยจำนวนมากยังไม่สามารถเข้าถึงบริการจากธนาคาร ทั้งการขอสินเชื่อ และทำธุรกรรมต่างๆ ซึ่งเราเชื่อว่า Line มีเทคโนโลยีที่น่าจะทำให้เรื่องเหล่านี้ง่ายขึ้น และน่าจะเปลี่ยนรูปแบบการทำธุรกรรมกับทางธนาคารในอนาคต” ดร.พิเชษฐ์ ฤกษ์ปรีชา ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท LINE ประเทศไทย จำกัด กล่าว

หากสังเกตรูปแบบการสื่อสารในผลิตภัณฑ์สินเชื่อก็จะพบว่า LINE BK เลือกที่จะคำว่า “ให้ยืม” มาสื่อสารแทนคำว่า “ให้กู้” ซึ่งคุณจิรายุสให้เหตุผลในข้อนี้ว่า เจ้าของแอพจะเลือกทำในสิ่งที่ไม่น่าเบื่อ ด้วยรูปแบบการสื่อสารที่เข้าถึงง่ายและหลีกเลี่ยงอะไรก็ตามที่ทำให้เขามีต้นทุนสูง เช่น การเก็บเงินลูกค้า ทำรีพอร์ต ปปง. หรือแม้แต่การขอใบอนุญาตจากธนาคารแห่งประเทศไทย นี่จึงเป็นเหตุผลที่ทำให้เจ้าของแอพต้องจับมือกับธนาคารอยู่ดี

คำถามก็คือ บทบาทของธนาคารจะเป็นอย่างไรในอนาคต

“ทุกวันนี้แบงก์ในเมืองจีนได้เปลี่ยนบทบาทหน้าที่ของตัวเองมาเป็นการทำงานหลังบ้าน (Utility Provider) หรือทำสิ่งที่น่าเบื่อ ส่วนแอพจะทำในสิ่งที่น่าตื่นเต้น และกำไรเยอะ ๆ โดยได้เปอร์เซ็นต์จากบริการโอนเงิน และทำการปล่อยกู้เอง โดยเป็นตัวกลางให้แบงก์นำเงินผ่านเข้ามาในระบบ ในขณะที่แบงก์ก็ต้องยอม เพราะแอพมีอำนาจในการต่อรองจากจำนวนลูกค้าที่มีอยู่ในมือมหาศาล ผมคิดว่าในอนาคตแบงก์เมืองไทยก็คงไม่ต่างไปจากจีนมากนัก”

แม้จะยอมรับว่าสิ่งหนึ่งที่เมืองไทยต่างจากหลายประเทศคือ กว่า 50% ของคนไทยมีบัญชีธนาคาร จึงทำให้คนส่วนใหญ่ยังใช้ Digital Banking ไม่เหมือนประเทศจีนที่ใช้ธุรกรรมผ่าน Social Banking แซงหน้าแบงก์ภายใน 6 ปี ประกอบกับความน่าเชื่อถือสถาบันการเงินของไทยที่สั่งสมมา โดยบางแห่งเปิดให้บริการมามากกว่า 100 ปี เมื่อเทียบกับแอพที่มาได้เพียงไม่กี่ปี จุดนี้อาจจะทำให้แอพเสียเปรียบอยู่บ้าง

แต่อย่าลืมว่าความน่าเชื่อถือมันเป็นอะไรที่สามารถวิ่งตามกันได้ แม้วันนี้จะยังไม่แซงหน้าก็ตาม แต่มันวิ่งตามตลอดไม่เคยหยุด ถ้าเราลองไปส่องพฤติกรรมคนยุคนี้ที่คุ้นชินกับการโอนเงินไปฝากใน Payment Gateway ต่างๆ อย่างแรบบิทไลน์เพย์ หรือแม้แต่เงินที่ใส่เข้าไปในสตาร์บัคส์การ์ดทั่วโลกเยอะกว่าเงินฝากแบงก์อีก แสดงว่ากลุ่มคนเหล่านี้ย่อมมีความไว้ใจพอสมควร ไม่เช่นนั้นคงไม่นำเงินไปฝากไว้ในระบบเหล่านั้นเหนือสิ่งอื่นใด เมื่อจำนวนคนใช้เยอะมากพอ เพื่อนๆ หรือคนใกล้ตัวใช้แล้วไม่มีปัญหาจะเกิดการบอกต่อแบบปากต่อปาก ซึ่งแข็งแรงพอที่จะทำให้คนเชื่อมั่นกับการทำธุรกรรมผ่านSocial Banking ได้อย่างรวดเร็ว

LH Bank เปิดตัวผลิตภัณฑ์ “เงินฝากสีเขียว” ร่วมขับเคลื่อนสู่เศรษฐกิจคาร์บอนต่ำ

LH Bank จับมือ พฤกษา จัดโปรโมชันพิเศษสินเชื่อบ้าน ด้วยแคมเปญ “SEE YOU ศูนย์”

LH Bank ส่ง GENIE AI สร้างประสบการณ์สั่งงานด้วยเสียง บนแอป LHB You รายแรกของไทย เพื่อให้ “ภาษาการเงิน” เข้าถึงได้ง่ายขึ้น

Beyond Banking กรุงศรีกางโรดแมปปี 2026 ชูกลยุทธ์ ‘One Krungsri’ ผสาน Data-AI ขยายพอร์ตความยั่งยืน 3.5 แสนล้าน

LH Bank จัดสัมมนา “Gallop into 2026 Blueprint” ถอดรหัสกลยุทธ์ สร้างโอกาสการลงทุนโลกการเงิน

เดอะวิสดอมกสิกรไทย ก้าวสู่มาตรฐานใหม่แบบเหนือระดับ ตอกย้ำความสำเร็จกลยุทธ์ “UP & MORE PERSONALIZED*” ด้วยสิทธิพิเศษที่ ‘เลือกเองได้และใช้ได้จริง’

ยุค AI ปัญหาไม่ใช่ Content น้อย แต่สมองอาจจะยังไม่รับ บทเรียนถอดสมองมนุษย์จากเวที ADFEST 2026

ถอดวิธีคิด ONN ANU ปั้นรีเทลไซส์เล็กอย่างไร เมื่อมี ‘ทำเลทอง’ อนุสาวรีย์ฯ เป็นแต้มต่อ

คุยกับ นัทธมน พิศาลกิจวนิช 5 ความท้าทายของ “สุกี้ตี๋น้อย” บทพิสูจน์ผู้นำในสมรภูมิสุกี้ 3 หมื่นล้าน

เข็ม-วิลาวัณย์ สุรพงษ์ชัย / ADFEST 2026 “ในโลกที่ AI ทำทุกอย่างเร็วขึ้น มนุษย์กลับจดจำความรู้สึก มากกว่า Efficiency”

Read More Stories  

Research

ทำไม Gen Y ที่เคยถูกมองว่า ‘ใช้เงินเก่งสุด’ กลายเป็นคนที่ ‘วางแผนการเงินจริงจังที่สุด’? โดย 41.7% เลือกออมและลงทุนเพื่อครอบครัว

เปิดรายชื่อ 685 ร้านที่ได้รับรางวัล LINE MAN Wongnai Users' Choice Best of 2026

เทรนด์สุขภาพมาแรง! เมนูสลัดขึ้นแท่นเมนูยอดนิยมไตรมาสแรกกวาดยอดขายกว่า 1 ล้านจาน

หากช่องแคบฮอร์มุซปิด 3 เดือน จะเกิดอะไรขึ้นบ้าง?

Read More Stories  

Digest

OR ขานรับนโยบายรัฐฯ จำหน่ายน้ำมันดีเซล B20 อีกทางเลือกที่คุ้มค่าและยั่งยืน รองรับภาคขนส่ง อุตสาหกรรมและเกษตรกรรม

หยุดยาวแบบสบายใจ! ประกันติดโล่ แจกฟรีประกันบ้าน-อุบัติเหตุ รวม 30,000 สิทธิ์ คุ้มครองทั่วไทยรับเทศกาลสงกรานต์ปี 69

“เถ้าแก่น้อย” จัดงาน Taokaenoi X ChenZheYuan A Global Journey of Flavor ตอกย้ำสู่การเป็น Global Brand ด้วย New Asian Wave

Unboxing Ideas

สูตรลับคุมะมง เมื่อการ “ปล่อยให้ใช้ฟรี” กลายเป็นเครื่องจักรสร้างมูลค่าระดับล้านล้าน

Faminchu Theatre โรงหนังไซซ์มินิในสนามบินโอกินาว่า เปลี่ยนเวลารอเครื่องให้กลายเป็นเรื่องเล่า ผ่านหนังสั้นโปรโมทเมือง

สัมผัส "Luminara" ซูเปอร์ยอทช์ จาก The Ritz-Carlton Yacht Collection ชมห้องพักคืนละ 235,000 บาท/คน

ทำไมแม่ตุ๊กตาของพันช์คุง ชื่อ DJUNGELSKOG ไม่ใช่อุรังอุตัง ส่องไอเดียการตั้งชื่อของ IKEA เมื่อ ‘สถานที่’ กลายเป็นชื่อของไลน์สินค้า

Read More Stories  

Video

BrandAge Online 2024

เมิร์ซ เอสเธติกส์ ประเทศไทย ขับเคลื่อนการเติบโตผ่านคน ด้วยวัฒนธรรมองค์กรที่เข้มแข็ง.

เคล็ดลับหน้ากล้องและหลังเวที 'ป๋าเต็ด' ยุทธนา บุญอ้อม

ถอดรหัสแนวคิด ภาวิต จิตรกร : จัดคอนเสิร์ตอย่างไรให้ปัง และไม่แย่งตลาดกันเอง

What’s Next? เมื่อ Pandemic เปลี่ยนเป็น Endemic

Read More Stories  

บริษัท แบรนด์เอจ มาร์เก็ตติ้ง รีซอร์สเซส จำกัด.
All rights reserved.

Contact