อภิรัตน์ หวานชะเอม Principle Visionary Architect จาก Kasikorn Labs และ ผศ.ดร.ชูจิต ตรีรัตนพันธ์ รองคณบดีฝ่ายวิจัย คณะสถาปัตยกรรมศาสตร์และการออกแบบ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรี ได้อธิบายเพิ่มเติมหลังจากได้รับรางวัลเมื่อปีที่แล้ว ได้ทำงานอย่างใกล้ชิดกับกลุ่มเป้าหมายอย่างเข้มข้น จนกระทั่งนำมาสู่การพัฒนาปรับปรุง UX/UI ให้ใช้ง่ายขึ้นในการสัมผัสเลื่อนบน ล่าง ซ้าย ขวา เสียงดังฟังชัด ตัวหนังสือใหญ่ขึ้น สีสันสะดุดตา
“ระหว่างการทดสอบเราได้พบว่า ผู้ใช้เรียนรู้ได้เร็วมาก ยกตัวอย่างให้โอนเงินให้แม่ 500 บาท เรานั่งดูระหว่างที่ทำ รอบแรกจะใช้เวลา 3 นาที รอบต่อไป 1 นาที และสุดท้ายไม่เกิน 1 นาที ซึ่งโดยธรรมชาติอย่างผู้พิการทางสายตามองไม่เห็น เมื่อได้เริ่มเรียนรู้แล้ว ความสามารถพิเศษคือเขาจะสร้าง Mind Map ไว้ได้เลย แล้วจะใช้งานง่าย แต่ถ้าเป็นยอดเงินเช่น 375.25 บาท ก็ต้องใช้เวลาในการกรอกอยู่บ้าง แต่ก็ไม่ยากเกินไป โดยฟังจากเสียงของแอพ แต่เสียงที่เป็นไกด์นำทาง และเสียงอ่านจอ ผู้ใช้เลือกระดับความเร็วของเสียงได้ หรือเลือกปิดเสียงแบบใดแบบหนึ่งก็ได้ ขึ้นอยู่กับความต้องการ...”
สำหรับผู้มาร่วมทดสอบกับ Kasikorn Labs เป็นผู้พิการทางสายตาทั้งหมด ได้แสดงความเห็นว่า เป็นแอพที่ใช้ง่าย ทั้งการสัมผัสและฟังเสียง ถ้ากลัวใครได้ยินก็ใช้หูฟัง แต่ก็มีคำแนะนำ เช่น การกำหนด 1-2-3-4-5-6 อาจจะไม่ต้องใช้ เพราะทำให้กินเวลา เนื่องจากเสียงได้อ่านชัดเจนว่า โอนเงิน ถามยอด จ่ายเงิน ฯลฯ ซึ่งทาง Kasikorn Labs ก็จะต้องนำไปเป็นโจทย์ต่อไป ก่อนจะมีเรื่องการลงทุนในกองทุนอีกบริการหนึ่งของ K PLUS Beacon และนำ K PLUS Beacon รวมไว้ใน K-Mobile Banking