“เอไอเอส เป็นแบรนด์ที่มีผู้ใช้กว่า 42 ล้านเลขหมาย หมายความว่าเราเป็นเครือข่ายที่เข้าถึงคนทุกวัย ทุกเจนเนอเรชั่น การที่จะการสื่อสารการตลาดแบบ Real-Time Marketing นั้น แบรนด์ต้องขับเคลื่อนผ่าน Passion ว่าคนสนใจอะไร แล้วแบรนด์ต้องทำอย่างไร เราทำทุกอย่างผ่านการคิดตลอดเวลาด้วย Passion แล้วลงมือทำเลย เรื่องของเวลาเป็นเรื่องที่สำคัญ กระแสเทรนด์มาเร็วไปเร็ว แคมเปญเมื่อก่อนอยู่ได้นาน 1-2 เดือน แต่ปัจจุบันหมุนไปเร็วมากกว่านั้นมาก “Make New Normal...The Normal” ทำงานได้อย่างไม่มีข้อจำกัด โดยอาศัยหลักปรับตัวเร็ว ทำงานด้วย Passion คิดไวทำไว แต่รอบคอบทุกมิติ พร้อมส่งมอบประสบการณ์ที่ดีที่สุด ไม่ว่าจะเกิดสถานการณ์ใดก็ตาม”
การเข้าไปในหัวใจของคนทุกเจนเนอเรชั่นไม่ใช่การใช้แค่กลยุทธ์ใดกลยุทธ์หนึ่ง เอไอเอสมีหัวใจหลักในการดำเนินธุรกิจ คือการโฟกัสไปยัง 4 แกนหลักสำคัญ คือ คือ 1. Network Quality 2. Product Innovation 3. Service Excellence 4. Privileges และยังครอบคลุมไปถึง Sustainability หลายคนอาจจะคุ้นชินในการเลือกใช้พรีเซ็นเตอร์ของเอไอเอสแต่การเลือกใช้พรีเซ็นเตอร์นั้นเป็นแค่เครื่องมือที่ทำให้สารส่งถึงผู้รับได้หลากหลายมากขึ้น การเลือกใช้พรีเซ็นเตอร์แต่ละครั้ง แบรนด์ก็ต้องคิดถึงผู้บริโภคว่าพรีเซ็นเตอร์เหล่านั้นเหมาะกับกลุ่มไหน แต่ก็ปฏิเสธไม่ได้ว่า เอไอเอส เป็นแบรนด์ที่ประสบความสำเร็จในการเลือกใช้พรีเซ็นเตอร์ ที่สามารถสร้างฐานลูกค้าใหม่ ๆ ได้เป็นวงกว้าง
“สิ่งที่เราโฟกัสมาตลอดคือ คุณภาพของสัญญาณ หัวใจหลักคือทุกที่ทุกเวลา การบริการที่ดีคือ โฟกัสการบริการที่ยอดเยี่ยม ดิจิทัลไลฟ์ในชีวิตประจำวัน คิดค้นโปรดักต์ที่เข้ากับทุกไลฟ์สไตล์ นำเสนอต่อผู้บริโภคทำให้เกิดลอยัลตี้ ปัจจุบันแบรนด์มีฐานลูกค้าที่มีลอยัลตี้ที่อยู่กับแบรนด์มาอย่างยาวนานมากมาย และสุดท้ายการดำเนินธุรกิจต้องนึกถึงคนอยู่ตลอดเวลา ส่วนความยั่งยืนเป็นเรื่องที่เอไอเอสให้ความสำคัญ มีการทำแคมเปญกับมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์จัดทำโครงการ SBG แล็บ ที่เอไอเอสเข้าไปเป็นส่วนร่วมในการซัพพอร์ตเรื่องของ IOT ต่าง ๆ ถือเป็นแคมเปญที่ทำอย่างต่อเนื่อง อย่าง “แคมเปญ อุ่นใจ WITH YOU” เป็นแคมเปญที่บอกเล่าเรื่องราวของคนที่มีน้องอุ่นใจเคียงข้างตลอดมา แคมเปญ อุ่นใจ WITH YOU ปัจจุบันมียอดวิวในยูทูบกว่า 56 ล้านวิวก็ถือเป็นข้อพิสูจน์ได้ว่า การมีพรีเซ็นเตอร์หรือไม่มีนั้นขึ้นอยู่กับ Content มากกว่า
การทำตลาดออนไลน์ของเอไอเอส ยังเพิ่มความเข้มข้นขึ้นในทุกๆ ปี โดยเฉพาะปีที่ผ่านมาสถานการณ์โควิด-19 เข้ามาเป็นตัวแปรทำให้เอไอเอส ต้องมีการเปลี่ยนวิธีการนำเสนอคอนเทนต์ใหม่ให้แตกต่างไปจากเดิม เพื่อสร้าง Engagement กับผู้บริโภคในทุกช่องทางให้ได้มากที่สุด เปลี่ยน New Normal ให้กลายเป็น Normal ของแบรนด์ ทำให้แบรนด์ทำงานอย่างไม่มีข้อจำกัดได้ ตัวอย่างของแคมเปญที่เอไอเอสทลายข้อจำกัดของสถานการณ์ที่คนต้อง Work From Home เป็นช่วงเวลาที่เอไอเอสจะนำเสนอแคมเปญ การมี 5G ครอบคลุมทุก 77 จังหวัดทั่วประเทศ ทำให้การนำเสนอต้องครีเอทีฟ ผ่านการนำเหล่าดาราพรีเซ็นเตอร์ ตั้งกล้องถ่ายโฆษณาด้วยฝีมือตัวเองที่บ้าน มิติใหม่ของการถ่ายโฆษณา AIS 5G “AIS 5G ของดี 77 จังหวัด” เป็นแคมเปญยุค New Normal
“หลายครั้งที่แบรนด์เคยพูดว่าการทำการตลาดต้องเปลี่ยนไปเพราะพฤติกรรมของผู้บริโภคนั้นเปลี่ยนไป แต่ด้วยสถานการณ์ปัจจุบันทำให้เรารู้ว่าไม่ใช่แค่พฤติกรรมผู้บริโภคที่เปลี่ยน แต่ยังมีปัจจัยภายนอกที่ควบคุมไม่ได้เข้ามาส่งผลต่อแบรนด์ เพราะฉะนั้นต้องปรับตัวให้ได้และทำงานให้เร็วเพื่อตอบโจทย์ผู้บริโภคให้ได้มากที่สุด”
คุณศิวลี กล่าวถึงหัวใจหลักสำคัญในการรักษาการเป็นแบรนด์หนึ่งในใจผู้บริโภค ผ่านการพัฒนาโปรดักต์เซอร์วิส และเตรียมความพร้อมกับการรับมือถึงยุคแห่งอนาคต
“ต่อให้แบรนด์เป็นเบอร์ 1 ไม่ได้หมายความว่าจะทำให้หยุดพัฒนา เพราะเรื่องของตัวเลขไม่ใช่สิ่งสำคัญทั้งหมดของเอไอเอส เรื่องสำคัญของ เอไอเอส คือสิ่งที่แบรนด์มอบสิ่งดี ๆ ให้ลูกค้ามากกว่า นี่จึงเป็นเหตุผลที่ทำให้ลูกค้ายังอยู่กับเรา เอไอเอสเป็นปัจจัยพื้นฐานของผู้คนในปัจจุบัน เป็นเครือข่ายที่ทำให้ทุกคนต่อยอดจากความฝันจากโปรดักต์และเซอร์วิสของแบรนด์ ทำประโยชน์ให้ตัวเองและประเทศ โปรดักต์และเซอร์วิสของเราไม่ใช่แค่ตอบโจทย์ผู้บริโภคในแต่ละยุค แต่ละเจนเนอเรชั่นเท่านั้น แต่เราทำเพื่ออนาคตอีกด้วย”
เป็น Key Success ที่นำเสนอผ่านวิสัยทัศน์ที่ทำให้แบรนด์เอไอเอสสามารถรักษาความเป็นที่ 1 ในตลาดได้อย่างยาวนาน