เมื่อมองเข้ามาในรายะละเอียดของการขับเคลื่อนแต่ละธุรกิจในเครือแล้ว กลุ่มธุรกิจประกันภัยและประกันชีวิต จะมุ่งสร้างผลิตภัณฑ์ที่แตกต่างโดยใช้ดิจิทัลและดาต้าขยายฐานลูกค้าใหม่จากปัจจุบันที่มีลูกค้าอยู่ประมาณ 4 ล้านราย ตลอดจนสร้างการรับรู้ของแบรนด์อาคเนย์ประกันภัย อาคเนย์ประกันชีวิต ผ่าน Winning Product และการดูแลลูกค้าให้ใช้ชีวิตอย่างมีความสุข ไร้ความกังวลใจ
ขณะที่ธุรกิจการเงินจะเน้นสร้างประสิทธิภาพ ลดต้นทุน สร้างกำไร พร้อมวางโครงสร้างพื้นฐานและหาพันธมิตรทางธุรกิจที่ดี โดยเริ่มมีการทำตลาดสินเชื่อกับคู่ค้าทางธุรกิจของเครือทีซีซีไปเมื่อปีที่ผ่านมา ส่วนในปีนี้จะมีการเปิดตัวผลิตภัณฑ์ใหม่ๆ อาทิ สินเชื่อรถยนต์ สินเชื่อรถมือสอง สินเชื่อรถมอเตอร์ไซค์ และสินเชื่อจำนำทะเบียนรถ รวมถึงการทำตลาดสินเชื่อบุคคลในอนาคตอันใกล้นี้อีกด้วย โดยการเข้าตลาดสินเชื่อรถยนต์นั้น มีการมองถึงการทำตลาดที่เชื่อมโยงกับอาคเนย์แคปปิตอลที่ทำธุรกิจเช่ารถยนต์ หากมีรถที่หมดสัญญาเช่า ก็จะนำมาขายเป็นรถยนต์มือสองโดยมีอาคเนย์มันนี่เป็นคนปล่อยสินเชื่อให้
ส่วนการดำเนินธุรกิจในปีที่ผ่านมานั้น อาคเนย์ประกันชีวิต มีเบี้ยประกันภัยรับรวมปี 2563 คือ 8,345 ล้านบาท คิดเป็นอันดับทางธุรกิจ อันดับ 9 มีอัตราความคงอยู่ของกรมธรรม์ที่ 96 %สูงกว่าอุตสาหกรรมซึ่งอยู่ที่ 82% ด้านอาคเนย์ประกันภัย มีเบี้ยประกันภัยรับโดยตรงปี 2563 คือ 10,556 ล้านบาท คิดเป็นอันดับทางธุรกิจ อันดับ 6 ครองส่วนแบ่งทางการตลาดที่ร้อยละ 4.1 ขณะที่ไทยประกันภัย มีการปรับรูปแบบการดำเนินธุรกิจ เน้นการขายผ่านช่องทางออนไลน์ ด้วยนวัตกรรมประกันภัยที่ทันสมัย มีเบี้ยประกันภัยรับตรงจำนวน 1,321 ล้านบาท และมีสัดส่วนเบี้ยออนไลน์ 332 ล้านบาท คิดเป็น 25% จากเบี้ยประกันภัยรับตรง สำหรับอาคเนย์แคปปิตอล ครองความเป็นผู้นำรถเช่าอันดับ 1 ในปี 2563 ด้วยรถจำนวน 22,100 คัน โดยมีลูกค้าภาครัฐ 50% ลูกค้านอกกลุ่มทีซีซี 30% และลูกค้ากลุ่มทีซีซี 20 %
“การ Transform สู่การเป็นบริษัทที่ให้บริการทางการเงินครบวงจรในครั้งนี้ มั่นใจว่าจะช่วยเพิ่มส่วนแบ่งทางการตลาดของธุรกิจในภาพรวมให้ติดอันดับ 1 ใน 5 ของตลาด เพื่อก้าวสู่การเป็นผู้นำธุรกิจการเงินในประเทศไทยและขยายการให้บริการไปยังภูมิภาคอาเซียนภายในปี 2568” ฐากร กล่าวสรุป