เมื่อธุรกิจครอบครัวมีผลต่อความมั่งคั่ง ทั้งยังมีบทบาทสำคัญต่อระบบเศรษฐกิจ ครอบครัวจึงจำเป็นต้องมีการวาง แผนรับมืออย่างเป็นระบบ เพื่อให้การจัดการเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ รองรับสถานการณ์ต่างๆ ที่อาจจะเกิดขึ้นและมีผล กระทบรุนแรงและรวดเร็ว
คุณพีระพัฒน์ ได้แนะแนวทางการบริหารจัดการทรัพย์สินของครอบครัวอย่างยั่งยืน ภายใต้ความท้าทาย 3 ด้าน ได้แก่...
บริหารจัดการความเสี่ยงจากการดำเนินธุรกิจและการถือครองทรัพย์สิน
คุณพีระพัฒน์ บอกกับเราว่า ความท้าทายแรกเกิดจากปัจจัยความเสี่ยงภายนอกที่ส่งผลกระทบต่อการดำเนินธุรกิจ ของครอบครัว ในสถานการณ์ที่ธุรกิจในหลายภาคส่วนชะลอตัว หรือหยุดชะงัก ครอบครัวควรกระจายความเสี่ยงด้วยการ มองหาการลงทุนที่นอกเหนือไปจากธุรกิจหลักของครอบครัว
ไม่เพียงเท่านั้น ครอบครัวยังต้องให้ความสำคัญกับการวางแผนด้านภาษีอย่างเป็นระบบ ต้องบริหารจัดการสินทรัพย์ โดยคำนึงถึงต้นทุนทางภาษีที่ต้องแบกรับและวางแผนป้องกันพร้อมรับมืออย่างเหมาะสม
จัดการระบบกงสีอย่างยั่งยืน
แน่นอนว่า ระบบกงสีดั้งเดิมเป็นความท้าทายสำคัญในการจัดการทรัพย์สินของครอบครัว โดยเฉพาะอย่างยิ่งใน ครอบครัวขนาดใหญ่ ซึ่งมีธุรกิจภายใต้การดูแลของครอบครัวหลายธุรกิจด้วยกัน ดังนั้น สิ่งที่ครอบครัวต้องทำ คือ บริหาร โครงสร้างการถือครองทรัพย์สินอย่างเป็นระบบ เช่น จัดตั้งกลุ่มบริษัทโฮลดิ้งของครอบครัว
หรืออาจใช้เครื่องมือต่างๆ เข้ามาช่วยในการบริหารจัดการได้ เช่น การใช้ทรัสต์ที่จัดตั้งในประเทศ เพื่อจัดเก็บและ บริหารจัดการกงสี ตลอดจนจัดสรรผลประโยชน์ของสมาชิกในครอบครัว รวมทั้งเป็น Backup Plan ในการบริหารความเสี่ยง กรณีมีสามาชิกครอบครัวคนใดประสบปัญหาด้านการเงิน เป็นต้น
ให้โอกาสคนรุ่นใหม่ได้มีส่วนร่วม เพื่อการส่งต่อความมั่งคั่งอย่างราบรื่น
ต้องยอมรับว่า ผู้บริหารแต่ละรุ่นมีความคิดและทัศนคติที่แตกต่างกัน ซึ่งแน่นอนว่า ความต่างดังกล่าวมีความสำคัญ อย่างมากกับการดำเนินธุรกิจ การส่งต่อทรัพย์ และเป้าหมายของครอบครัว
“ทายาทในรุ่นต่อๆ ไป อาจคิดไม่เหมือนเรา เขาอาจได้ไปเรียนต่อต่างประเทศ อาจะมีแนวคิดการทำธุรกิจที่แตกต่าง ซึ่งอาจก่อให้เกิดความขัดแย้งกลายเป็นอุปสรรคต่อการดำเนินธุรกิจในช่วงเปลี่ยนผ่าน ดังนั้น ครอบครัวต้องมีการกำหนด กติกาต่างๆ ไว้อย่างชัดเจน โดยกติกาดังกล่าวควรได้รับความเห็นชอบจากสมาชิกทุกรุ่น อาจต้องอาศัยคนกลางที่มีประสบ การณ์ในการวางแผนอย่างมีระบบ ครอบครัวต้องมีการเตรียมความพร้อมให้คนรุ่นใหม่ และการเปิดให้พวกเขามีส่วนร่วม ตัดสินใจเรื่องสำคัญๆ”